
จากอดีตทั้งจักรวาล เราเคยเชื่อว่าเราคือสิ่งมีชีวิตที่ดีที่สุด เราเคยเชื่อว่าเราคือดาวต้นกำเนิด เคยรู้หรือไม่ว่า นอกจากพวกเรากันเองแล้ว มีใครเคยแวะมาเยือนพวกเราหลายต่อหลายครั้ง พวกเขามาทำอะไร คำตอบที่น่าสงสัยอาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้พวกเขาต้องมา แต่การมาครั้งนี้ เขาต้องกระจายอาวุธร้ายของพวกเขา
FROSTIBLE
.........เมื่อ 1 ร้อยล้านปีก่อน ในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกมุมหนึ่งของระบบสุริยะซีรีอุส กองทัพสายฟ้าซึ่งเป็นเอเลี่ยนบรรพบุรุษจักรวาล ซึ่งมีเรื่องราวเก่าแก่มากมายที่มนุษย์ยังไม่รับรู้ ตอนนี้สครินิกซ์ยังคงมีอำนาจในการปกครองอวกาศ โดยผ่านสภาครีเอเตอร์
หลังจากการก่อสร้างเอกภพขึ้นมา สภาได้ดูแลระบบเอกภพมาอย่างดีตลอด จนเกิดเหตุบนดาวดวงหนึ่งที่ห่างไกลออกไปหลายร้อยปีแสง นั่นคือดาวทายน์เบเรียล แล้วข่าวนั้นก็รั่วมาถึงหูแอโรครอสและมีการพิพากษาจนจบเรื่องไป จากนั้นเขาก็เลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับดาวดวงนั้น หลังจากที่เขาตัดสินลบดาวดวงนั้นออกจากแผนที่จักรวาล และทำให้กลายเป็นดวงดาวที่ถูกลืม
วันหนึ่ง ดาวฟอร์ก็อตเทนหรือดาวทายน์เบเรียลได้เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กับดาวไอออน เอเลี่ยนที่แข็งแกร่งสายพันธุ์ปีศาจฟอร์เก็ตเทอร์นำทัพโดยไซโคร เขาได้ออกคำสั่งถล่มดาวไอออนจากความแค้นที่มีต่อสภาครีเอเตอร์ ฟอร์เก็ตเทอร์ได้บุกโจมตีสครินิกซ์โดยการใช้แร่ฟรอสทิเบิลยิงถล่มดาวลงไป สครินิกซ์ต้องเสียทรัพยากรไฟฟ้าของพวกเขาให้กับฟอร์ก็อตเทน เพราะแร่ฟรอสทิเบิลจะกัดกินสารไปแล้วแปรสภาวะนิวเคลียสใหม่ จุดนี้เป็นสาเหตุให้สครินิกซ์ต้องกลายพันธุ์เป็นสัตว์ร้ายจากพิษของโลหะปีศาจ เผ่าพันธุ์บนดวงดาวไอออนต้องต่อสู้และตอบโต้พวกเขาอย่างไร้ซึ่งการควบคุม กลายเป็นความต้องการที่จะทำลายทุกอย่างให้พินาศย่อยยับ...
แอโรครอสนั้น ครึ่งหนึ่งของเขาได้กลายเป็นสัตว์ร้าย แต่ด้วยสติของเขาที่มีเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง เขาได้จดจำต้นตอของสาเหตุไว้อย่างชัดเจน และนั่นเป็นต้นเหตุของสงครามครั้งใหญ่ของจักรวาล ที่ไซโครจะต้อนดาวของตนให้โคจรอย่างอิสระไปทั่วเอกภพอย่างไม่แน่นอนว่าจะไปที่ไหน ซึ่งแอโรครอสจะติดตามทุกเส้นทางที่ไซโครเคยผ่านมา จนสุดท้ายพวกเขาก็โคจรกลับมาในพื้นที่ซีรีอุสอีกครั้งเพื่อยึดอำนาจเขตพื้นที่ดั้งเดิมไว้
อีกส่วนหนึ่ง กองทัพอวกาศสุดล้ำสมัยนามว่า ดิโรเรนจ์ พวกเขาได้ถูกกองทัพสครินิกซ์คุกคามอย่างหนัก หลังจากที่ดาวฟอร์ก็อตเทนโคจรห่างออกไปจากดาวโรเรน และไม่นานเท่าไรนัก กองทัพสครินิกซ์ก็เคลื่อนทัพไล่ตามไซโครมาจนถึงดาวโรเรน และโจมตีพวกเขาอย่างหนักโดยไม่มีการเตือน ฝ่ายดิโรเรนจ์พยายามต่อต้านพวกเขา แต่ว่าพวกเขากลับไม่ตาย ศพพวกเขาเมื่อผ่านไปเพียงปี มันจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เหตุนี้ทำให้กองกำลังดิโรเรนจ์อ่อนกำลังลงมากจนต้องยอมแพ้ และเตรียมคำสั่งย้ายดาวหนีจากที่นั่น
เมื่อดิโรเรนจ์ย้ายดาวหนีจากพวกเขาผ่านทางโครมาเวิร์มโฮลไปอยู่เขตดาวซีรีอุสเซคเตอร์ใหม่ สงครามระหว่างพวกเขาทั้งสองจึงสงบลงไปชั่วคราว
แต่ว่าดาวฟอร์ก็อตเทนกลับเคลื่อนตัวโผล่มาขนาบข้างดาวของพวกเขาราวกับตามล่ากันมา เมื่อไซโครพบดาวดวงใหม่ของดิโรเรนจ์ มันจึงโจมตีด้วยฟรอสทิเบิลลงไปบนดาวดวงนั้น และก่อสงครามกับพวกเขา และในที่สุดแอโรครอสก็ไล่ล่ามาพบกับไซโคร ทำให้พวกเขาแปรทัพเข้าโจมตีกัน จนสงครามขนาดใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นและทิ้งระยะเวลายาวนานจนเสียหายหนัก ก่อนที่ไซโครจะเคลื่อนดาวทายน์เบเรียลออกไปจากพวกเขาและหายไปจากจักรวาลนับหมื่นปี
หลายหมื่นปีต่อมา
ในปีคริสต์ศักราช 2277 ระหว่างปลายสงครามสกายฮอว์ก หรือสงครามหมื่นล้าน (Sky Hawk) เกิดจากมหาอำนาจหลักของโลก 2 ประเทศที่เพิ่งปฏิวัติกันไปหมาด ๆ ทุกประเทศต่างปรับปรุงการปกครองของตนเอง แล้วออกล่าอาณานิคมข้ามไปถึงเขตระบบซีรีอุสอันห่างไกลกว่า 500 ปีแสง ที่นั่นมีกองทัพเอเลี่ยนแมลงต่าง ๆ ในอวกาศและแหล่งทรัพยากรใหม่อีกมากมาย
การแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจหลัก 2 กองทัพอเมริกา และสหพันธรัฐรัสเซีย ที่ทำสงครามล่าอาณานิคมพัวพันกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกมาอย่างยาวนานหลายสิบปี และปัจจุบันกองทัพรัสเซียในนามโซติเวสได้บุกยึดระบบสุริยะซีรีอุสมากกว่า UGD ถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งพวกเขาพยายามจะหาเซคเตอร์ยึดเพิ่มเติม แต่พื้นที่เหล่านั้นที่เหลือเป็นเขตสงครามอันลือเลื่องของเอกภพ ทุกคนรู้กันว่าไม่มีใครสามารถบุกเข้าไปได้ง่าย ๆ ถ้าไม่ตายก็คงกลายเป็นสิ่งอื่นไป จึงไม่มีใครกล้าล่วงล้ำเซคเตอร์ของดาวไอออนที่อยู่ในเซคเตอร์พิกัด X 162 เลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไป...
[ฟรู้ม..] ยานรบขนาดใหญ่ลำหนึ่งที่เต็มไปด้วยแผ่นโลหะมันวาวตลอดลำ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ของยานทั้ง 3 ตัวทำงานอย่างเต็มกำลังและเปิดไอพ่นบินผ่านระบบซีรีอุสตรงไปยังดาวพรีอุส ดาวในคาบโคจรที่ 9 ยานนั้นมีชื่อว่า แคททรีน่า โดยมีวีนัสลูกสาวแสนสวยนัยน์ตาคมควบคุมยานเหล็กกล้าลำนั้น เธอได้สั่งเคลื่อนทัพมายังระบบสุริยะซีรีอุสที่อยู่ห่างจากโลกเพียง 500 ปีแสง มายังเขตของดาวพรีอุสเพื่อทำลายเอเลี่ยนแรพตอร์ที่มีโลหะติดตัว มันเป็นทั้งเกราะและอาวุธให้กับตัวมันที่นิ่มเละเหมือนยางพารายังไม่แห้งเลยแม้แต่น้อย
เสียงของเครื่องยนต์บนยานแคททรีน่ายังคงดังสนั่นและเคลื่อนตัวนำหน้าทีมรบบอทคอปบุราเช กองยานรบทหารจู่โจมอวกาศของพวกเขาในโซนแอรเรียส เมื่อยานเหล็กกล้านั้นเคลื่อนมาถึงดาวพรีอุสพร้อมกำลังรบส่วนหนึ่ง เธอจึงได้สั่งให้ยานเล็กจู่โจมชื่อ แทสล่าบุกล้อมดาวแล้วกราดยิงถล่มตามแนวรังของเอเลี่ยนแรพตอร์ที่อยู่บนดาวดวงนั้น จนเอเลี่ยนหลายตัวถูกไฟฟ้าช็อตไหม้เกรียมลอยเป็นซากกลางอวกาศ
วีนัสและทีมรบบอทคอปบุราเชได้ทำการบุกยึดพื้นที่บนดาวพรีอุสด้วยยานแคททรีน่า กับกองยานทำลายล้างเบา ส่วนกองทัพอวกาศขนาดใหญ่ กองกำลังพิเศษสเปชม็อธได้บุกทำการโจมตีแนวรังของแรพตอร์ในดวงดาวล่วงหน้าไปก่อนที่ยานแคททรีน่าจะมาถึง ซึ่งนำโดยยานที่มีรูปร่างขนาดใหญ่อย่างคาลาชินิคอฟต์ เดสสแควร์ ซึ่งเป็นยานรบประจำการของยูรอส ชายหนุ่มรัสเซียที่มีความสามารถสูง เขาเก่งพอที่จะแปรขบวนทัพกองยานเข้าล้อมได้อย่างรวดเร็ว
ยูรอสได้ให้ยานรบคาลาโคเวทต์คัตเตอร์ ที่มีขนาดเล็ก ขับออกจากยานคาลาชินิคอฟต์ แล้วพุ่งยิงแหวกตัดกลางกองทัพของเอเลี่ยน เพื่อให้กองหน้าของพวกมันแตกกระจายตัวออก ก่อนจะให้หน่วยรบพิฆาตที่ประกอบด้วยยานทำลายล้างไทรเดนท์ และยานทำลายล้างเอกซ์เพอริเมนท์ทำลายภายหลัง
เมื่อด่านหน้าและกองกลางของแมลงเอเลี่ยนถูกถล่มจากกองยานขนาดหนักไปแล้ว วีนัสจึงได้ออกคำสั่งยิงปืนใหญ่เข้าไป
ผู้บัญชาการยานในกองยานแคททรีน่าต่างก็กดปุ่มยิงถล่มอย่างต่อเนื่อง ห่าฝนของกระสุนปืนใหญ่นับร้อยพุ่งพาดผ่านฟ้าราวกับฝนดาวตกไปกระแทกพื้นดินระเบิดเหมือนอุกกาบาตตกโลก ทำให้พวกแรพตอร์บินว่อนออกมาพร้อมยิงใบมีดหนามแหลมที่คมกริบถึงกับตัดเหล็กให้ขาดได้ใส่กองยานของพวกเขา
เมื่อแรพตอร์ยิงโต้ตอบ ยานรบในหน่วยหลายลำถูกยิงตัดจนฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ ปลิวว่อนเต็มไปหมด จากนั้นฝูงแรพตอร์อีกกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงพร้อมพ่นใยเหนียวหนึบใส่ยานรบของพวกเขาจนเครื่องยนต์ติดขัดและดับลงกะทันหัน ทำให้พวกเขาไม่สามารถกระทำการใด ๆ จากชุดเครื่องยนต์ได้ และถูกโจมตีด้วยกรดอย่างรุนแรงจนยานหลาย ๆ ลำเสียหาย และถูกทำลายไป ทุกคนต่างพยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ยานรบทุกลำกลับมาทำงานได้ตามปกติ
ซึ่งยานบางลำของทีมกำลังจะวาร์ปเพื่อให้ใยแมงมุมถูกฉีกสลาย แต่ยานลำนั้นกลับถูกใยรัดแน่นเข้าไปจนระเบิดเป็นจุลทันตาเห็น
"เฮ้!! เดี๋ยว...เย็นไว้ อย่าเดินเครื่องเด็ดขาด เพราะมันทำปฏิกิริยากับความร้อนและจะรัดยานระเบิดได้" ด้วยความตกใจของยูรอส ที่มองเห็นอันตรายจากยานที่ระเบิดไปแล้ว จึงเตือนทีมรบทุกลำให้หยุดการควบคุมทุกอย่างทันที
"แล้วเราควรทำยังไง? เราจะรอมันมาตบแบบนี้ไม่ได้นะครับ" ทหารจากกองยานส่วนหนึ่งได้วิทยุมาถามยูรอสอย่างเคร่งเครียด
"ให้ทุกหน่วยปล่อยยานคาลาโคเวทต์ไปละลายใยแมงมุมซะ เพราะว่าตัวยานมีปืนสลายมวลสาร..." ยูรอสบอกแนวทางแก้ไขผ่านวิทยุกลับไปอย่างใจเย็น พลางมองดูเอเลี่ยนที่กำลังถูกโจมตีจากพวกเขาอย่างหนัก
"รับทราบ!"
ทุกหน่วยรบของบอทคอปบุราเชได้รับคำสั่งจากกองกำลังพิเศษสเปชม็อธ พวกเขาจึงส่งยานคาลาโคเวทต์ออกไปทำลายใยแมงมุมนั่น
ยานเล็กเหล่านั้นบินวนออกจากยานหลักแต่ละลำ และเลี้ยวไปยังมุมที่ถูกใยแมงมุมเกาะ จากนั้นก็ใช้ปืนสลายมวลสารยิงใส่ใยแมงมุมจนละลาย เมื่อสำเร็จแล้วพวกเขาก็ส่งสัญญาณกลับให้ยานแต่ละลำทราบว่า "เราทำลายใยแมงมุมเรียบร้อยแล้วครับ"
ยูรอสจึงออกคำสั่งผ่านวิทยุอย่างเข้มแข็ง "โอเค งั้นเราทำการรบต่อได้เลย...สตาร์ท"
ยานทุกลำก็สตาร์ทเครื่อง และบินพุ่งเข้าไปยังดาวพรีอุสพร้อมกราดยิงปืนใหญ่ลงไปซ้ำอีกครั้ง
การรบดำเนินอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นว่ากลุ่มแมลงที่เป็นกองทัพหลักบนดาวพรีอุสนั้นถูกทำลายไปหลายส่วนแล้ว วีนัสจึงสั่งระดมยิงจรวดขีปนาวุธสีเงินอันยาวเหยียดเต็มไปด้วยยูเรเนียมทั้งหมด 6 ลูกพุ่งไปยังดาวพรีอุส เพื่อให้แมลงที่เหลือถูกทำลายพร้อมกับแรพตอร์
เมื่อนิวเคลียร์กระแทกดวงดาว เสียงระเบิดก็ดังขึ้นในความเงียบของสุญญากาศ แรงดันมวลสารได้ผลักออกมาจากจุดระเบิดอย่างหนัก มันผลักยานปลิวออกไปอย่างรุนแรงจนทำให้เครื่องยนต์ของยานขัดข้อง กังหันเทอร์ไบน์ที่เคยหมุนอยู่บนเครื่องยนต์ก็ตกลงมาติดขัดกับปล่องรับไอออนจนเกิดลัดวงจรเป็นไฟลุกในห้องเครื่อง... และในที่สุด เครื่องยนต์ทุกตัวก็หยุดทำงานอย่างกะทันหัน ทุกคนในยานก็อลหม่านวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง "ดับไฟ ๆ...!" เสียงตะโกนดังจากห้องเครื่อง คนในห้องเครื่องต่างวิ่งหาถังดับเพลิงมาดับไฟอย่างชุลมุน แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ไฟไหม้ก็มอดดับเหลือเพียงควันเล็กน้อย
เมื่อทุกอย่างดูจะสงบลง วีนัสจึงได้ออกคำสั่ง "สตาร์ทเครื่องใหม่....ทุกคนปลอดภัยดีนะ?"
"พวกเราปลอดภัยดีทุกคนครับท่านหัวหน้า...แต่ว่าเครื่องยนต์เราขัดข้อง กังหันเทอร์ไบน์มันเสียหายทำให้เราไม่สามารถสตาร์ทได้..." ลูกเรือกล่าวรายงานความเสียหายแก่วีนัสอย่างเข้มแข็ง
วีนัสจึงหันมามองลูกเรือด้วยความกังวลพร้อมชักสีหน้าขมวดคิ้ว "ทำอย่างไรดี?? ตอนนี้เราไม่มีทีมวิศวกรเลย...เราไม่คิดว่าจะเจอเรื่องฉุกเฉินแบบนี้ แถม เราถอนตัวทีหลังอีก"
"เราต้องลอยลำในอวกาศจนกว่าจะโชคดีเจอสถานีจอดซ่อมแซม หรือนอกจากจะเจอยานลำอื่น ๆ ผ่านมาบ้างครับ" ลูกเรือตอบ
"แล้วตอนนี้เสบียงมีมากแค่ไหน??..." วีนัสถามลูกเรือด้วยสีหน้ากังวล
"มีพอที่จะให้เราลอยลำได้สามเดือนครับ" ลูกเรือตอบอย่างเครียด ๆ
"ห๊ะ!" วีนัสทำท่าทางตกใจ แล้วก็บึ่งตรงไปยังหอควบคุมวิทยุ และจิ้มกดปุ่มต่าง ๆ เพื่อคอลไปยังศูนย์บัญชาการ
"ยานแคททรีน่าเรียกบอทคอบครัทธิค...ค็อท! ยานแคททรีน่าเรียกบอทคอบครัทธิค...ได้ยินพวกเราหรือไม่... แซด…แซด!" เสียงวิทยุอันซ่าก็ดังขึ้นเมื่อสัญญาณดูเหมือนจะไม่ชัดจนฟังไม่รู้เรื่องนั้น มันได้ส่งผ่านวิทยุออกมายังวีนัส
"ซวยแล้วละสิ ไม่มีสัญญาณตอบรับเลย ....คราวนี้คงต้องลอยลำยาว และพึ่งความหวังอย่างเดียวสินะ" วีนัสทำสีหน้าเครียดแล้วพูดกับลูกเรือคนหนึ่ง
"เราจำเป็นต้องอยู่สภาพนี้กันอีกนานใช่ไหมครับ??" ลูกเรือถามด้วยน้ำเสียงสั่นคลอน พวกเขากำลังคิดถึงบ้านและครอบครัวที่จากมา น้ำตาพวกเขาไหลออกมาอย่างชัดเจน ทำให้วีนัสต้องปลอบลูกเรือไปว่า "มันก็ใช่ แต่เราคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น จริงมั้ย?" วีนัสพูดพลางยิ้มเบา ๆ ก่อนจะหันหน้าออกไปมองที่กระจกอีกครั้งหนึ่ง “บางครั้งเราก็ต้องมีความหวัง”
กองพันรบอเมริกัน United Guardian of Defender (UGD)
กองกำลัง Massis Netrion 7
........ทางด้านเครน ผู้บัญชาการยานรบลาดตระเวนประจัญบานขนาดใหญ่ ยานแบทเทิลครูซเซอร์ ไฮปอร์เลี่ยน พร้อมด้วยทหารจากกองทัพ UGD สหรัฐที่ส่งยานคอร์ดาร์ก ยานเดโมเครเตอร์พร้อมด้วยอินทรีสนามรบ ยานบลานชีร์เข้ามา เขาเรียกชื่อยานพวกนั้นประมาณนั้น พวกเขาเดินทางข้ามระบบมาเพื่อทำการบุกโจมตีเซริก พวกนั้นอาศัยอยู่ในเขตระบบสุริยะซีรีอุสเซคเตอร์ล่าง ห่างจากดาวไอออนเพียงล้านกิโลเมตร ซึ่งมันแทบจะชิดขอบเขตอันตรายที่ W-UN และกาแล็กติกเคยเตือนมนุษย์ไว้
เครนได้ร่วมกับทีมรบ UGD ในหน่วยรบแมสซิส เนทรีออน 7 ที่นำโดยไซบอท ชายผู้มีร่างกายกำยำ สวมชุดเกราะที่ดูจะใหญ่และแข็งแรงเป็นที่สุด เขานำยานบุกถล่มดาวเซริกตั้งแต่ระยะเมกาวอร์จนถึงไมโครวอร์ (MEGA War เขตสงครามรวม // Micro War จุดปะทะรุนแรง) ซึ่งมีกองยานคอร์ดาร์กบุกนำไปก่อนนานแล้ว และกองกำลังไฮปอร์เลี่ยนตามไปทีหลัง
แต่ระหว่างที่เครนส่งกำลังเข้าไปรบอยู่นั้น เครนก็เหลือบไปเห็นยานรบไม่ทราบฝ่ายลอยลำเข้ามาอย่างช้า ๆ ไม่มีแสงไฟ และไม่ได้ติดเครื่องยนต์แต่อย่างใด
เครนเร่งรีบเดินตรงไปยังคอนโซลกลางด้วยความสงสัย "เฮ้ พวกเรา.... มียานไม่ทราบฝ่ายเข้ามา สภาพไม่ค่อยเสียหาย แต่ไม่ได้ติดเครื่องยนต์ ฉันว่ามันแปลก ๆ เดี๋ยวฉันจะไปตรวจสอบดูซักครู่ ทุกคนที่เหลือให้เคลื่อนตัวโจมตีเซริกไปก่อน เดี๋ยวทางนี้เรียบร้อยแล้วฉันจะตามไป" เครนบอกกับทางทีมเนทรีออน 7 ให้ล่วงหน้าไปก่อน ส่วนเครนได้ชะลอเครื่องยนต์ให้ช้าลง
"โอเค.... พวกเราจะนำไปก่อนละกัน แล้วเจอกัน!"
ยานรบคอร์ดาร์กและกองยานหลักของ UGD หลายลำได้บินแยกตัวจากยานไฮปอร์เลี่ยนล่วงหน้าไปดาวเซริกเพื่อรอเครนออกคำสั่งรบในภายหลัง โดยที่ยานไฮปอร์เลี่ยนเลี้ยวย้อนมายังยานที่ลอยลำเข้ามาอย่างช้า ๆ
บนยานแคททรีน่า
"เฮ้ทุกคน ดูนั่นสิ เราเห็นกลุ่มยานกำลังเคลื่อนไปซีรีอุสเซคเตอร์ล่างอ่ะ หวังว่าพวกเขาคงเห็นเรา" เสียงจากวีนัสที่พูดออกมาอย่างดีใจก็ดังขึ้นในยานที่เสียหาย หลังจากที่วีนัสพูดจบ ทุกคนต่างวิ่งมามุงดูกระจกและโบกมือเพื่อเรียกกลุ่มยานเหล่านั้นให้เข้ามาหาพวกเขา “โบกมือเค้าคงจะเห็นเราอะ มืดขนาดนี้”
จากนั้นวีนัสก็หันไปบอกกับลูกเรืออีกคนหนึ่ง ให้เขาเอาระเบิดแสงมาให้เธอ ลูกเรือคนนั้นจึงรีบวิ่งไปหยิบระเบิดแสงมาใส่มือให้กับวีนัส
วีนัสได้ตะโกนขึ้นหลังจากได้ระเบิดแสงมาแล้ว "ทุกคน หมอบ!!" ทุกคนพากันก้มต่ำปิดตาหลบแสงที่คาดว่าจะส่องสว่างในไม่ช้า แล้ววีนัสก็ปลดชนวนวางระเบิดแสงไว้หน้ากระจกพร้อมก้มหมอบ
[พรึบ!!] กระจกห้องบัญชาการขาวโพลนส่องสว่างออกนอกยานไปจนสามารถสังเกตเห็นแสงสีขาวจากยานรบอันมืดมิดได้ชัด
เครนเห็นแสงสว่างแวบจากยานแคททรีน่าอยู่ครู่หนึ่งก็ตะโกนว่า "ฉันเชื่อว่าในยานนั่นมีคนอยู่...นำยานเข้าเทียบท่าด่วน!! เผื่อมีคนต้องการความช่วยเหลือ" พลขับได้หักคันบังคับเอนเอียงไปด้านซ้าย ทำให้ตัวยานไฮปอร์เลี่ยนหมุนซ้ายเคลื่อนมาขนาบข้างแล้วโยงสะพานไปยังยานแคททรีน่า
สะพานเชื่อมยานได้แนบติดประตูของยานแคททรีน่า แล้วมีเสียงดังออกมาว่า "การเทียบท่าเสร็จสิ้นแล้ว"
จากนั้นเครนก็ประกาศค้นหาผู้รอดชีวิต "นี่ยานไฮปอร์เลี่ยนเรียก มีใครอยู่ในยานลำนี้หรือไม่??"
ปรากฏว่า วีนัสส่งสัญญาณวิทยุตอบกลับมาทันที "ยานลำนี้คือยานแคททรีน่า จากสหพันธรัฐโซติเวส... เราเป็นมิตร เรามีปัญหาขัดข้องทางเครื่องยนต์ ทำให้เราไม่สามารถติดเครื่องเดินทางกลับโลกได้ ยานนี้มีลูกเรือและผู้รอดชีวิตบนยานทั้งหมด 1,045 คน...ทราบแล้วตอบกลับด้วย..."
เครนได้ยินดังนั้นจึงตอบไปว่า "กรุณารอซักครู่... เราจะส่งทีมวิศวกรไปซ่อมแซมให้ และผมเองจะทำการรบต่อ เพราะทางนี้เรายังมีสงครามที่ผมต้องสะสางกับทีมรบของผม เดี๋ยวผมไปช่วยพวกเขาไม่ทัน"
"รับทราบค่ะ.." วีนัสตอบกลับ
เครนส่งวิศวกรจากไฮปอร์เลี่ยนข้ามสะพานเชื่อมยานเข้าไปยังยานแคททรีน่า โดยมีคนคอยต้อนรับพร้อมบอกทางไปห้องเครื่องอย่างดี และวิศวกรก็เดินตามผู้นำทางไปจนไปถึงห้องเครื่องที่มีท่อดูดไอออนขนาดยักษ์และกังหันเทอร์ไบน์ที่บิดงอติดกับท่อไอออนที่ถูกกรีดเป็นรอยยาว
วิศวกรของไฮปอร์เลี่ยนได้หยิบเอาแท่นสี่เหลี่ยมที่มีปุ่มเล็ก ๆ หลายปุ่ม และมีปุ่มสีน้ำเงินอยู่ตรงกลาง เขาหยิบออกมาแล้วกดปุ่มสีน้ำเงินนั้น แล้วมีหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ออกมาฉายโฮโลแกรมแสดงรหัสซ่อมแซมตามหลักการฟื้นฟูทางเคมี จากนั้นเขาก็หยิบเอาแท่งโลหะทรงกระบอกมันวาวอีกอันมาต่อข้างหน้าแท่นสี่เหลี่ยมอันแรกอีกที จากนั้นเขาก็จิ้มโหมดต่าง ๆ บนจออิเล็กทรอนิกส์พร้อมกรอกรหัสทางเคมีเข้าไป เขารอโหลดจนชุดข้อมูลเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แท่งที่ต่อข้างหน้าก็ทำหน้าที่เหมือนเป็นแขนกลยิงลำแสงบางอย่างที่มีสีเหลืองออกมา เขายกอุปกรณ์นั้นไปวางหน้าท่อไอออน แล้วฉายแสงนั้นออกไปยังจุดซ่อมแซมจนทุกอย่างกลับคืนสภาวะปกติ กังหันกลับไปอยู่บนเครื่องยนต์ตามเดิม รอยขีดข่วนจนไฟไหม้นั้นก็หายไปจนทุกอย่างใหม่เอี่ยม และวิศวกรก็หันหลังมาพูดว่า "ซ่อมเสร็จแล้วครับ" จากนั้นเขาก็หยิบอุปกรณ์ของเขาแยกชิ้นใส่กล่องเครื่องมือพร้อมปิดล็อกจนเรียบร้อย “เราควรมีโมดูลนี้เก็บไว้ใช้แฮะ”
เมื่อซ่อมยานเสร็จ วิศวกรก็เตรียมเดินกลับยานไฮปอร์เลี่ยน วีนัสฝากขอบคุณเครนผ่านวิศวกรพร้อมพูดว่า "หวังว่าอนาคต พวกเราจะเป็นพันธมิตรกันนะคะ" วีนัสจับมือกับวิศวกร
เขาจึงพูดขึ้นว่า "ผบ. เขาพร้อมเป็นมิตรกับคุณทุกเมื่อทันทีที่คุณอยากเป็นมิตรกับเขา ผมไปแล้วนะ....." วิศวกรบอกลาวีนัสพร้อมหิ้วกล่องเครื่องมือของเขาข้ามสะพานเชื่อมยานไป และสะพานเชื่อมยานก็พับเก็บกลับไปยังยานไฮปอร์เลี่ยน
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย วีนัสจึงออกคำสั่งเดินเครื่องกับลูกเรือ "สตาร์ทเครื่อง....ถึงเวลากลับแล้ว"
"รับทราบครับ" ลูกเรือยานแคททรีน่าตอบรับพร้อมผลักคันบังคับอันสั้นไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ เครื่องยนต์ทุกตัวก็เริ่มสั่นและสตาร์ทขึ้นทันที ไอพ่นสีเหลืองส้มได้พ่นออกจากปล่องและผลักให้ยานเคลื่อนตัวออกห่างจากยานไฮปอร์เลี่ยน “ขอบคุณมาก กองยานเนทรีออนที่ 7 ซักวันหนึ่ง ฉันจะตอบแทน ผบ. คนนั้น” แล้ววีนัสก็สั่งเคลื่อนตัวออกจากบริเวณเขตซีรีอุสและวาร์ปหายไป ส่วนเครนก็ออกคำสั่งเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปดาวเซริกเพื่อทำการรบต่อไปตามปกติ
เมื่อกองกำลังเนทรีออน 7 ของ UGD ได้บุกมาถึงดาวกำเนิดเซริก เหล่ากองยานคอร์ดาร์กได้ยิงจู่โจมเข้าไปทันทีทำให้เซริกบุกออกมาจากดาวเซริกเพื่อป้องกันดาวของตน พอเครนมาถึง ก็สั่งให้ยานแบทเทิลครูซเซอร์ยิงปืนใหญ่ยามาแคนนอนใส่ดาวเซริก เสียงปืนใหญ่เลเซอร์ก็ดังขึ้น รังสีสีส้มเหลืองพุ่งทะลุเอเลี่ยนตัวหนึ่งไปกระแทกดาวจนระเบิดลุกเป็นไฟ เสียงระเบิดจากกระสุนปืนใหญ่กระแทกดวงดาวก็ดังสนั่นหู และเกิดควันดำปกคลุมพื้นดินบริเวณนั้น
ไม่นานนัก เอเลี่ยนขนาดยักษ์ก็ยิงพิษใส่ยานจากด้านข้าง จนระเบิดเป็นควันไฟที่ปกคลุมปีกยานจนเกือบหมด
[ต๊าด ๆ ๆ...... Warning Warning!!]
"ให้ตายสิ เราถูกยิง!!" เครนตะโกนออกมา ทันใดนั้นวิศวกรของยานก็รีบวิ่งไปแก้ไขบริเวณที่เสียหายอย่างเร่งรีบ
"ยานเราเกิดรอยรั่ว ยานเราเกิดรอยรั่ว ต้องรีบซ่อมแซมด่วน...!!!" ฝ่ายควบคุมห้องแก๊สของไฮปอร์เลี่ยนตะโกนออกมา
"สั่งปิดประตู 3 ประตู 5 เปิดวาล์วฉุกเฉินแล้วซ่อมแซมด่วน....." เครนรีบออกคำสั่งป้องกันระดับ 1 พร้อมด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
"รับทราบ..." ลูกเรือตอบรับ
ช่างซ่อมรีบวิ่งไปที่กาบข้างของยานไฮปอร์เลี่ยน และรีบต่อสายไฟที่ขาดทุกเส้น จากนั้นก็หยิบเอาแผ่นไฟเบอร์กลาสมาอุดรอยรั่วไว้ จากนั้นเขาก็ตั้งอุปกรณ์เตรียมรหัสซ่อมแซมทางเคมีอีกครั้ง "เราสูญเสียออกซิเจนไปถังหนึ่งครับ ซึ่งเท่ากับเราเสียอากาศใช้ไป 5 เดือนเลยนะครับ......"
เครนตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไรมาก... "ไม่ต้องสนใจมันหรอกมั้ง.... เราก็รีบรบให้จบเร็ว ๆ จะได้รีบกลับไปยังโลก"
"แต่ว่า... เราเหลือออกซิเจนแค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์เองนะครับ....!! เราไม่มีพอจะใช้เผาผลาญกับเครื่องยนต์เลยนะครับ" วิศวกรกล่าว
"หรอ..... งั้นเราไปตามกองหนุนมารีบสนับสนุนกำลังรบ แล้วพวกเราอัดพวกมันให้สิ้นซาก...!! เราจะได้ให้พวกเขาเอาถังออกซิเจนมาเสริมด้วย" เครนประกาศให้ทราบทั้งลำ
"รับทราบครับ ตอนนี้เราซ่อมยานเสร็จแล้ว ดำเนินการต่อได้..." ช่างเครื่องกล่าว
เมื่อยานซ่อมแซมแล้ว เครนก็เคลื่อนยานออกไปโจมตีรอบ ๆ ดาวเซริกโดยมีกองยานคอร์ดาร์กคอยสนับสนุนอยู่ข้าง ๆ และเวลาต่อมาเครนได้คอลให้เคริเกนส่งทีมสนับสนุนมาช่วยรบ "เคริเกน ช่วยส่งกองหนุนมาเสริมกำลังรบได้แล้ว ขอถังออกซิเจนเพิ่ม 2 ถังด้วย เราพร้อมจะระเบิดดาวแล้ว......ทีมเนทรีออน 3 เข้าปะทะได้ เปลี่ยน!!"
"รับทราบ เราจะส่งกำลังเข้าประชิดทันที...." เคริเกนตอบรับผ่านวิทยุสื่อสารอย่างเข้มแข็ง
เมื่อยานแบทเทิลครูซเซอร์ ไฮปอร์เลี่ยนถูกโจมตีอย่างหนัก และแมลงยักษ์กำลังจะโจมตีด้านหลังยาน
[ปั้ง ๆ ๆ…] เสียงหลุดจากความเร็ววาร์ปของกองหนุนเนทรีออน 3 ก็ดังขึ้น ยานรบหลายร้อยลำบินตรงมาจนถึงดาวเซริก ก่อนที่เคริเกนก็ออกคำสั่งยิงสนับสนุนอย่างไม่รอช้า
"โจมตีได้...!" เคริเกนออกคำสั่งโดยรวม
"ทุกหน่วยพร้อมยิง" กาเรนรับคำสั่งมาส่งต่อให้กับกองหนุน
"ปรับปืนเล็ง... โจมตี!" เมื่อผู้บัญชาการยานแต่ละลำพร้อมแล้วก็สั่งปรับปืนใหญ่กับปืนเลเซอร์ให้ตรงเป้าหมาย จากนั้นปืนทุกกระบอกก็ยิงตรงออกไปใส่เหล่าเอเลี่ยนอย่างรุนแรง
เสียงของปืนใหญ่ก็ดังขึ้นราวกับฟ้าผ่าข้างหู แสงเลเซอร์และห่ากระสุนพุ่งสาดเข้าใส่ฝูงเอเลี่ยนแมลงอย่างเต็มเหนี่ยว จนทะลุออกไปด้านหลังพวกมันนับร้อยแผล เมื่อแมลงยักษ์และกองทัพแมลงบางส่วนถูกทำลาย แล้วเคริเกนก็ขับยานไปประชิดดาวเซริก
"ยานลาดตระเวน พร้อมปล่อยตัวทหาร ณ ภาคพื้น..." เสียงบัญชาการจากเคริเกน
"โอเค รับทราบ.....ไป ๆ ๆ ๆ" กาเรนตอบรับพลางโยกคันเปิดประตูกลส่งทหารลงไป
กาเรนได้ลงไปบนดาวเซริกพร้อมกองทหารอีกร้อยกว่าคนบุกเข้าไปตามถ้ำมืด เพื่อวางระเบิดขนาดใหญ่นับสิบลูก ขณะบุกเข้าไปก็ยิงต่อต้านเอเลี่ยนแมลงกระเด็นกระดอนมาตลอดทางพร้อมติดตั้งระเบิดกดชนวนไว้
กาเรนวางระเบิดมาจนถึงที่รังใหญ่นางพญา.... เขาก้มลงวางระเบิดลูกสุดท้าย และหยิบปืนเล็งนางพญาไว้
"เอาสิวะ! ฉันจะลองยิงมันดูซักที ดูซิมันจะเป็นไง" กาเรนชักปืนและยิงมันเข้าไปหลายนัดจนของเหลวสีเขียวไหลออกมาจากตัวนางพญา นั่นทำให้มันคำรามแล้วพุ่งมาตามถ้ำอย่างรวดเร็ว
"พวกเรา วิ่งงง........!!!!"
กาเรนรีบวิ่งออกมา ทหารหลายคนที่วิ่งหนีไม่ทันก็โดนนางพญาใช้ฉมวกแหลมแทงจนทะลุ เลือดของพวกเขาสาดกระเด็นติดตามผนังถ้ำ และมันก็ปล่อยตัวอ่อนแมลงให้คืบคลานเข้าไปในศพทหารที่มันฆ่าตายอย่างอนาถเหล่านั้นจนน่าสยดสยอง จากนั้นมันก็กระจายตัวออกจากร่างไร้วิญญาณราวกับการปลดปล่อยปีศาจมาตามถ้ำอีกเพียบ
กาเรนได้วิ่งสุดชีวิตออกมาตามเส้นทางที่คดเคี้ยวแสนจะลำบาก พร้อมยิงปืนพกกันพวกแมลงปีศาจที่ตามมาเป็นฝูงไว้จนถึงปากถ้ำ
เมื่อกาเรนหลุดรอดออกมาได้ ก็พุ่งกระโดดขึ้นยานไฮปอร์เลี่ยนที่จอดรอรับเขาอยู่ปากถ้ำ แต่แมลงเล็ก ๆ เหล่านั้นก็ไต่ยั้วเยี้ยดูน่าขยะแขยงตามออกมาเกาะขาของเขา มันพยายามไต่ขึ้นมาบนยาน กาเรนจึงหันไปยิงแมลงปีศาจเหล่านั้นกระเด็นหลุดออกไป
เมื่อเขาปีนขึ้นยานสำเร็จ เขาก็สั่งปิดประตูใหญ่ทันที
เครนจึงเดินเข้ามาช่วยดึงมือขึ้น "ขึ้นมาเร็ว"
กาเรนยื่นมือขึ้นรับ "ขอบใจนายมาก"
"แล้วเป็นไง??" เครนถามตามปกติ
"โคตรสยอง.... บางทีก็ไม่น่าพาคนลงไปเลย ไม่ใช่สิ ฉันไม่ควรไปยิงตัวแม่มันโจ้ง ๆ แบบนั้น แต่ก็เรียบร้อยแล้ว คอยดูนะ ฮะฮ่า....." กาเรนพูดแล้วหันไปมองดาวเซริก เครนจึงเดินกลับไปยังห้องควบคุมยานพร้อมกาเรนทันที
"โอเคพวกเรา เตรียมตัวเผาแมลงบ้านี่กันได้ ถอนกำลัง...!!" เครนพูดพร้อมมองไปยังถ้ำบนดาวเซริก
"ทุกหน่วยถอนกำลัง!!"
และเขาก็หันกลับสั่งยานไฮปอร์เลี่ยนรีบกลับลำทันที พร้อมสั่งเดินหน้าเต็มกำลัง ยานเปิดไอพ่นร้อนเผาแมลงที่ไต่ออกมาจากถ้ำอย่างมากมายจนลุกเป็นไฟ เสียงของไอพ่นกรอกปากถ้ำดังครืน ๆ ราวกับเสียงฟ้าร้องอยู่ไกล ๆ ประมาณนั้น
และแมลงเหล่านั้นก็ถูกไอพ่นของยานไฮปอร์เลี่ยนเผาไฟลุก ยานลาดตระเวนใกล้เคียงหลายลำก็หันกลับตามยานไฮปอร์เลี่ยน เดินเครื่องเต็มกำลังเผาทุกถ้ำที่ส่งคนลงไปวางระเบิด
เมื่อยานแต่ละลำเคลื่อนห่างไปได้ไกลพักหนึ่งแล้ว กาเรนจึงหยิบรีโมตขึ้นกดระเบิดทันที
เสียงตูมตามอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากด้านหลังยานของพวกเขา หมอกควันและเพลิงได้พวยพุ่งออกจากดาวเป็นแฉก ๆ ก่อนที่มันจะระเบิดเป็นวงแหวนสลายหายไป
ทุกคนหันไปมองดูเอฟเฟกต์ระเบิด... "ยะหู้ว... สำเร็จ!!" คนในยานต่างชูมือเฮสนั่นหลังจากที่ดาวเซริกนั้นระเบิดกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ไป
"ตอนนี้ แมลงปีศาจเซริกถูกทำลายแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะ" เครนบอกลูกเรือและกองทัพที่ตามมาสมทบกับพวกเขาอย่างยิ้มแย้ม พลางแท็กมือกับกาเรนอย่างมีความสุข
"ขอบใจนายมากที่มาสนับสนุน…" เครนคุยกับกาเรน
"ไม่เป็นไร พวกเราคนอเมริกันกันทั้งนั้น ฮ่า ๆ ๆ" กาเรนหัวเราะอย่างมีความสุขก่อนที่เครนจะตบไหล่เขา
"เรากลับกันเถอะ" เครนเอ่ยขึ้นพร้อมมองออกนอกกระจกยานลำยักษ์ตามเดิม
"ครับ" กาเรนตอบรับพลางมองหน้าเครนอยู่ซักพัก ก่อนจะมองออกไปนอกยานเช่นเดียวกับเครน
เวลาผ่านไป ยานทุกลำที่เหลือก็เคลื่อนตัวตรงมายังโครมาเวิร์มโฮล จากนั้นพวกเขาก็อันตรธานหายไปจากซีรีอุสทันที
เมื่อเครนได้จัดการกับฝูงเซริกเสร็จแล้ว ก็ได้นำกองกำลังแมสซิส เนทรีออน 7 กลับไปยังฐานทัพอวกาศฟลอริดา UGD แล้วสงครามสกายฮอว์กก็สิ้นสุดลง ณ ตอนนั้น
อีก 2 ปีต่อมา..
ทางกระทรวงกลาโหมภูมิใจกับผลงานที่เครนและทีมเนทรีออนที่ 7 ทำไว้ จึงจัดทำพิธีมอบเหรียญกล้าหาญให้กับกองทัพของพวกเขา
3 มีนาคม ค.ศ. 2279 ณ พิธีที่หน้าทำเนียบขาว เวทีแสดงเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ตั้งตระหง่านหน้าทำเนียบขาว มีผู้คนเข้าชมงานมากมายทั้งทหารและพลเรือน และมีการเลี้ยงสังสรรค์อย่างใหญ่หลวงในวันนั้น
เวลาคล้อยบ่าย เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อท่านประธานาธิบดีได้เดินขึ้นเวทีเดินตรงไปยังโพเดียมอันสง่างาม และท่านประธานาธิบดีกล่าวผ่านไมโครโฟนที่ลอยเกือบชิดปากของเขาอย่างไร้น้ำหนักด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า "วันนี้ เราได้ยุติสงครามอวกาศได้สำเร็จ เครน และกองทัพแมสซิส เนทรีออนที่ 7 ได้บุกถล่ม พร้อมยึดระบบซีรีอุสไว้เป็นของพวกเรา กระผม ดิสโคเวอร์ ดีซี ประธานาธิบดีสหรัฐ ขอมอบเหรียญกล้าหาญแด่เครน เครานิคอน พร้อมเลื่อนตำแหน่งเป็น พลเอกเครน เครานิคอน ณ บัดนี้"
เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่เครนรับรางวัลเหรียญกล้าหาญไปตามพิธี
เคริเกนนั่งรอรับเหรียญอยู่ในพิธีตั้งนานสองนาน จนจบพิธีเรียบร้อยแล้ว ตนยังไม่ได้รับเหรียญก็แปลกใจ จึงหันมาถามกาเรนด้วยท่าทีสงสัยว่า "ทำไมเราไม่ได้บ้างล่ะ? เราก็ไปรบที่นั่นเหมือนกันนี่หน่า"
"เราอยู่คนละหน่วยกับเขา จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง แค่ทำการสนับสนุนเฉย ๆ เท่านั้น แต่เขาทำผลงานให้เห็นชัดเจนไง" กาเรนตอบแบบเฉย ๆ อย่างไม่ได้คิดอะไร
"อืม" เคริเกนคิ้วขมวด รู้สึกโมโหและแอบเกลียดสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในใจ......
"การสนับสนุนของฉันมันไม่มีค่าสินะ จึงไม่มีรางวัลปลอบใจฉันที่อุตส่าห์เสี่ยงเอาทหารของฉันไปช่วย และฉันช่วยแกมาตลอดที่เราเป็นทหารมาด้วยกัน และฉันไม่เคยได้อะไรเลย จากนี้ไปมันไม่ง่ายหรอกนะเครน ตาฉันบ้างเถอะ คอยดู แกจะไม่มีที่อยู่บนโลกนี้!"
และเคริเกนก็เดินหนีออกจากงานไป กาเรนมองแล้วเรียกถาม "เคริเกน จะไปไหนน่ะ"
เคริเกนบอก "เรื่องของฉัน!!"
กาเรนพูดในใจ "ไอ้นี้พิลึกเว้ย......!" แล้วจากนั้น กาเรนนั่งชมงานต่อตามปกติ
ฐานทัพอวกาศมอสโก กองพันรบโซติเวส วิหารสลาฟิตอล
........หลังจากจบสงคราม วีนัสก็ได้นำยานแคททรีน่าบินกลับไปยังมอสโก และแยกกำลังทหารบางส่วนกลับบ้านไปพบครอบครัว จากนั้นเธอก็เดินเข้าสู่วิหารขนาดใหญ่ ที่รายล้อมด้วยเครื่องจักรและอาคารสูงมากมาย เธอเดินเข้าไปหาเทสเลอร์พ่อบุญธรรมของเธอ ที่เป็นจักรพรรดิแห่งโซติเวส และได้รายงานแก่เทสเลอร์ว่า "เรายึดพื้นที่เขตแรพตอร์ได้สำเร็จแล้วค่ะ และขออภัยที่เดินทางกลับมาช้าผิดปกติ เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของเครื่องยนต์ค่ะ"
เทสเลอร์จึงพูดกับวีนัสว่า "เรื่องกลับมาช้าไม่เป็นไร แค่ปลอดภัยก็ดีแล้ว ขอต้อนรับกลับบ้าน.." ว่าแล้ววีนัสก็เข้าไปกอดเทสเลอร์ด้วยความยินดี
หลังจากนั้นเทสเลอร์จึงได้บอกวีนัสว่า "เดี๋ยวเราจะมีการปรับปรุงประเทศเราให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกครั้ง หลังการล่าอาณานิคมนี้ พ่อคาดการณ์ว่าหน่วยวอแลนซ์เตท น่าจะช่วยประเทศเราให้กลับไปเป็นสุดยอดสหภาพโซเวียตอีกครั้ง แต่คงไม่ใช้ระบบสังคมนิยมแล้ว อยู่แบบสหพันธรัฐนี่แหละ คราวนี้พ่อจะไม่ยอมแพ้ไอ้มะกันเด็ดขาด!!" เสียงอันเคร่งขรึมของท่านเทสเลอร์ดังไปทั่ววิหารสลาฟิตอล
"ค่ะ แล้วจะทำยังไงคะ??" วีนัสพูดอย่างสงสัย
"เห็นแปลนนั่นมั้ย..." เทสเลอร์ชี้ให้ดูโมเดล 3 มิติที่ดูใหญ่ยาวรูปร่างคล้ายจรวดที่เซาะร่องนั่นนี่จนดูเป็นผิวขรุขระและเต็มไปด้วยหลอดหัวเข็ม ท่อเหล็กเรียงรายระยิบระยับนับพัน และมีอะไรต่อมิอะไรที่ดูเยอะแยะเต็มไปหมด
"นั่นยานอิสรอสคิรัฟต์ นี่จะเป็นยานระเบิดดวงดาวรุ่นล่าสุดเลยล่ะ พ่อจะใช้เจ้านี่แข่งกับไอ้พวกมะกันในการล่าอาณานิคมครั้งหน้า ดูสิ ระหว่างนิวเคลียร์กับปืนใหญ่ทอว์ทาระ อะไรจะรุนแรงกว่ากัน" เทสเลอร์พูดให้วีนัสฟัง พลางเดินรอบโมเดลยักษ์ชิ้นนั้น
"วีนัสคิดว่า คราวนี้อเมริกาคงสู้เราไม่ได้หรอกค่ะ แต่ว่า... ขออะไรหน่อยได้ไหม" วีนัสพูดอย่างกังวล
"ขออะไรเหรอ?" ท่านเทสเลอร์ถามอย่างสงสัย
วีนัสตอบ "หนูขอให้พ่ออยู่กับหนูตลอดไปได้ไหม ไม่ออกไปทำสงครามอีก..."
"ได้สิ แต่ทำไมถามแบบนั้น" เทสเลอร์ก็ถามวีนัสต่อ
"หนูรู้ว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง เราอาจไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปน่ะสิพ่อ"
"ไม่เป็นไร ๆ อนาคตมันก็คืออนาคต ไปพักผ่อนเถอะนะ ปะ...." เทสเลอร์พูดแล้วยิ้มตาม
"ไปแล้วนะคะ...." จากนั้นวีนัสก็โบกมือให้เทสเลอร์พร้อมเดินเข้าห้องนอนไป
“อืม พ่อก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ”
“ตราบใดที่สองประเทศยังคงพยายามแข่งขันทางทหาร.... ดิสโคเวอร์ วอแลนซ์ของพวกเรา คงไม่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางทหารนี้ใช่ไหม ส่วนนี้เราพัฒนากันขึ้นมาเพื่อปกป้องโลกน่ะ หวังว่านายจะเข้าใจแบบที่ฉันคิด...”
ความคิดเห็น
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ