
หลายปีต่อมา เคริเกนพยายามหาวิธีที่จะทำให้เครนตกจากตำแหน่งพลเอก หรือออกจากหน้าที่ให้ได้ เขาจึงตีสนิทกับทหารชั้นสูงในกระทรวงกลาโหม และติดต่อกับท่านประธานาธิบดีเพื่อรายงานเรื่องสภาพการปกครองปัจจุบันของอเมริกา ที่ทำให้มีผลในการปฏิรูปทางทหารนั้นถูกขัดขวางจากประชาชน จึงขอเปลี่ยนการปกครองเป็นรูปแบบรวมรัฐเข้าวอชิงตัน หรือเรียกกันว่ารวมอำนาจ ซึ่งเครนเองก็ไม่ชอบการปกครองรูปแบบนี้
ณ ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
หลังจากการประชุมทางการเมือง เคริเกนก็ได้ขอเข้าไปคุยกับประธานาธิบดีเป็นการส่วนตัว “ท่านประธานาธิบดีขอรับ การปฏิรูปการปกครองนี้น่าจะเหมาะสมกับวิกฤตการณ์ปัจจุบัน จากแผนแล้ว ท่านว่าอย่างไรครับ"
เคริเกนกล่าวรายงาน ท่านประธานาธิบดีมองคร่าวๆแล้วเอานิ้วเขี่ยคางไปมาก่อนจะยักคิ้วแล้วพูดขึ้นว่า "โอเค ฉันตกลง......"
ท่านประธานาธิบดีตัดสินใจทันทีพร้อมเซ็นต์ชื่อ โดยเขาไม่อ่านรายละเอียดอะไรเลยสักนิด
เคริเกนมองท่านประธานาธิบดีเซ็นต์ชื่อพร้อมยิ้มแสยะ และผงกหัวเล็กน้อย จากนั้นเขาก็รับสมุดบันทึกจากมือท่านประธานาธิบดีมาแล้วพูดว่า "ขอบคุณมากครับท่าน เราจะเร่งปรับปรุงกันเดี๋ยวนี้เลย" "ดีมาก รีบจัดการซะ แต่ถ้าแกทำพลาด ฉันจะยิงหัวแก จำไว้...!!"
ประธานาธิบดีทำท่ายิงหัวตัวเองอย่างตลกขบขันแล้วลุกจากเก้าอี้หันหลังไป "ได้ครับ....."
เคริเกนหันหลังกลับแล้วเดินออกจากที่ทำงานของท่านประธานาธิบดี แล้วขึ้นรถลีมูซีนสีดำสุดหรูไปยังกระทรวงกลาโหมทันที
เมื่อมาถึง เคริเกนเดินจากรถลงไปยังทำเนียบขาว เขาได้เตรียมการประกาศยึดการปกครอง ส่งทหารออกไปทำรัฐประหารแล้วรวบรวมอำนาจทางการทหารมาไว้ ณ กระทรวงกลาโหมจนจนสำเร็จ ก่อนจะมีการตั้งค่ายฝึกทหารใหม่ทั่วประเทศ เกณฑ์คนเข้าประจำการหลายหมื่นนายแบบบังคับ เพื่อสะสมกำลังทหารใหม่สำหรับป้องกันทางกระทรวง นั้นทำให้เขากลายเป็นผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐตั้งแต่ตอนนั้น
และจุดนี้เองกลายเป็นเหตุทำให้ประชากรในสหรัฐอเมริกาไม่พอใจกับกองทัพ ที่เอาแต่เรียกเกณฑ์ทหารมาฝึกมากมายขนาดนี้ ซึ่งทหารอีกหลายกลุ่มไม่พอใจการกระทำของเคริเกน จึงไม่ได้ทำตามคำสั่งที่ส่งมาในแต่ละวัน ต่างฝ่ายต่างต่อต้านกันและกันจนทำให้เกิดการแบ่งเป็นสองฝ่ายแตกแยกออกจากกัน นั่นคือฝ่ายรัฐ และฝ่ายต่อต้าน
7 มีนาคม ปีคริสต์ศักราช 2281 เครน ผู้บัญชาการกองทัพหลักแมสซิส เนททรีออน 7 ถอนตัวออกจากกองทัพ UGD อเมริกาจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จึงได้ประกาศกับทหารที่ประสงค์ออกมาร่วมต่อต้านทุกนายด้วยน้ำเสียงของความมุ่งมั่นว่า "ใครไม่พอใจการทำงานของกระทรวงกลาโหมชุดนี้บ้าง?....... ถ้าใครไม่พอใจก็ขอให้ทุกท่านลาออกจากกองทัพให้หมดซะวันนี้!!! แล้วเรามาหาวิธีแก้ไขกันดีกว่า..."
ทีมรบของเครนต่างพากันมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง สักพัก ก็มีนายทหารคนหนึ่งยกมือขึ้นมาพูดว่า "ผมจะไปกับท่านผู้นำ... ใครจะไปกันบ้างล่ะ??"
แต่ละคนก็ยกมือขึ้นไล่ๆ กันไปจนหมดทุกคน พวกเขาพลางลุกขึ้นแล้วพูดพร้อมกันว่า "จะยังไงก็ช่าง เราอยู่ข้างท่านหัวหน้าเสมอ"
เครนครุ่นคิด เอามือจับคางไปมาแล้วพยักหน้าอยู่สักพัก แล้วเขาก็เอ่ยขึ้นมาว่า "อืม... โอเค ดีมากทุกคน เดือนหน้าขอให้ทุกคนพร้อม เราจะกลับไปยึดกระทรวงคืนมา!!"
"รับทราบ"
ทุกคนชูปืนขึ้นกำแน่นแล้วตะโกนต่อว่า "อาย ฮาย! สกอร์เปียน!"
12 เมษายน ปีคริสตศักราช 2281 กลุ่มทหารแมสซิส เนททรีออน 7 ได้เดินทัพออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาลอเมริการ่วมพันคน พวกเขาเดินจากฐานทัพวอชิงตันตรงไปตามถนนแห่งหนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารที่สูงเสียดฟ้า พวกเขาต่อต้านการใช้ระบอบเผด็จการ การใช้กำลังทหารและการผลิตอาวุธเพื่อทำสงคราม และนั้นทำให้เครนต้องนำอาวุธปืนโลหะอันยาวและหนักอึ้งของตนออกมาป้องกันทหารของพวกเขา เผื่อเกิดการปะทะจะได้ยิงได้ทันที
........ทหารที่ประจำการกองกำลังพิเศษแมสซิส เนททรีออน 7 ก็เริ่มแยกกำลังกระจายตัวออกไป และล้อมประท้วงหน้ากระทรวงกลาโหมแพนตากอน โดยที่ภายในเต็มไปด้วยกองทหารหลักของ UGD ทั้งสิ้น
เมื่อเคริเกนเห็นการประท้วงเกิดขึ้น จึงได้สั่งให้ทหารในส่วนของอาคารแพนตากอน นำกำลังเข้าปราบปรามเหล่าคณะต่อต้านของเครน มีการปะทะยิงถล่มกันกระจายไปรอบๆอาคารแพนตากอน และเป็นเหตุให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในกรุงวอชิงตัน
กลุ่มผู้ประท้วงของเครนได้ใช้อาวุธเท่าที่ตนมีเข้าต่อต้านรัฐ และมีการขว้างปาทั้งระเบิดมือ ทั้งยิงปืนพก ปืนกลเสียงสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งเมือง ทำให้ทหารบาดเจ็บและเสียชีวิตมากมาย
ทางฝ่ายทหารเริ่มใช้อาวุธหนักอย่างรถถังไฟท์เตอร์ ที่ใช้ปืนใหญ่ และปืนกลขนาดใหญ่ยิงรัวใส่กับว่าจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง รวมถึงรถหุ้มเกราะ วีเอ็มซี ที่ติดตั้งปืนกลหนัก พวกเขาบุกเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรง การนองเลือดก็มากขึ้นจนฝ่ายของเครนเริ่มอ่อนกำลังและร่นถอยออกจากแพนตากอน เครนเห็นไม่ได้การจึงติดต่อขอกำลังจากฟยอร์ด เพื่อนของเครนในสมัยเรียนมัธยมให้มาช่วยสนับสนุน เพราะว่าทุกคนกำลังจะถูกเข่นฆ่าอย่างไม่ปราณีในวันนั้น
"ฟยอร์ดๆ นายมีกองทหารสนับสนุนไหม ขอกำลังมาที่วอชิงตันด่วนเลย ตอนนี้เราแย่แล้ว!! สู้รัฐบาล UGD ไม่ไหว...ถึงนี้จะเป็นเรื่องที่ประเทศอื่นไม่ควรมาช่วยแบบนี้ก็เถอะนะ"
[ตู้มๆๆ] ระหว่างติดต่อเสียงระเบิดปืนกลดังสนั่นเข้าเครื่องมือสื่อสารของเครนไปยัง ฟยอร์ดอย่างชัดเจน
" ...นายเครนใช่ป่าว ที่นั่นเกิดอะไรขึ้นหรอ??" ฟยอร์ดถามอย่างเครียดๆ เมื่อเขาได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นเข้ามาในหู
"เดี๋ยวเล่าให้ฟัง นายช่วยปราบรถถังให้ฉันทีได้ไหม"
เครนพูดออกไปอย่างเร่งรีบ พร้อมส่ายหน้าหันไปมองว่ากองทหารบุกมาถึงไหนแล้ว
"เอจริงหรอเนี่ย ผิดกฏสหประชาชาติอย่างมาก แต่ก็...ไม่มีปัญหา เดี๋ยวแก้ไขกับทางนั้นเอง อ่า...แล้วมุ่งหน้าไปไหนล่ะ??" ฟยอร์ดถามพลางเตรียมบันทึกข้อมูลของเครนลงการฟไฟล์
"นิวยอร์ก รีบมาช่วยเราตอนนี้เลย ด่วนๆ..."เครนตอบกลับอย่างรีบร้อนลนลาน พลางเอามือป้องกันเสียงปืนและระเบิดที่ดังลั่นไม่ให้กลบเสียงเครื่องสื่อสาร
"โอเค...แค่นี้ล่ะ นายหาที่หลบไว้ เดี๋ยวฉันไป"
ฟยอร์ดวางเครื่องมือสื่อสารลงแล้วหยิบกราฟไฟล์ขับรถออกไปยังฐานบัญชาการบิสมาร์ค ท่าเรือรบของฝรั่งเศสอย่างเร่งรีบ
.......ที่ฐานทัพเรือขนาดใหญ่ เรือรบหลายลำเรียงรายตามท่าเรือ ขนาดของมันเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน และที่โป๊ะเรือ มียานขนกล่องเล็กใหญ่สีดำขึ้นเรือ รวมถึงหัวรบและแท่นเก็บประจุมากมาย ไม่นานนัก รถทหารสี่ถึงห้าคันก็วิ่งตรงเข้ามาพร้อมเบรกอย่างกะทันหันราวกับหยุดเวลา ฟยอร์ดเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินตรงมายังทหารเรือที่เข้าแถวยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ "เอาล่ะทหาร เรามีงานต้องทำ เราจะไปถล่มอเมริกากัน..."
ฟยอร์ดประกาศเสียงดังผ่านชุดขยายเสียงขนาดใหญ่ให้ทหารในท่าเรือได้รับทราบจนทั่ว แต่เมื่อเขาพูดจบ มีคนยกมือขึ้นถามว่า
"ผมเห็นข่าวแล้วล่ะ แต่ทำไมเราถึงต้องไปโจมตีอเมริกาล่ะครับ?..."
ฟยอร์ดหันไปมองคนที่ยกมือถามแล้วตอบกลับทันที "เพราะตอนนี้อเมริกาไม่ใช่อเมริกาเดิมแล้วนะสิ เราไม่รู้ว่าที่นั่นเกิดอะไรขึ้น เราไปกันเถอะ..."
ทหารหลายพันคนต่างวิ่งขึ้นเรือผ่านบันไดเลื่อนขนาดใหญ่ ขนกล่องยุทโธปกรณ์หลายชนิดขึ้นเรือไปอย่างพร้อมเพรียง "ประจำเรือทุกคน พร้อมแล้วออกตัวได้"
ฟยอร์ดออกคำสั่งให้เรือแต่ละลำออกจากท่าเรือทันทีที่พวกเขาขนสำภาระขึ้นเรือแต่ละลำจนหมดแล้ว พวกเขาก็แล่นเรือน้อยใหญ่นับสิบลำ ข้ามหาสมุทรแอตแลนติกไปยังแผ่นดินอเมริกาอย่างรวดเร็ว
ทางฝ่ายเครน การปะทะยังคงดุเดือด ทั้งสองฝ่ายยังคงยิงปืนสวนกันไปมา ลำแสงจากกระสุนพุ่งไปทั่ว เสียงปืนและระเบิดดังสนั่นเมือง และทางฝ่ายต่อต้านก็ค่อยๆ ถอยกำลังไปจากวอชิงตัน เนื่องจากเครนไม่มีอาวุธมากพอจะสู้กับกองทัพอเมริกาทั้งหมดได้ ทำให้ฝ่ายรัฐไล่ต้อนฝ่ายต่อต้านออกไปยาวไปจนสุดเขตของนิวยอร์ก และแล้วก็...
[ตู้ม...!] รถถังไฟท์เตอร์ระเบิดจนป้อมปืนลอยกระเด็นออกไปไกล ไฟลุกท่วมรถถังทั้งคันและจอดสนิทอยู่กับที่ เครนแหงนมองไปบนฟ้า เห็นเครื่องบินวีนอมของฝรั่งเศสบินผ่านอย่างรวดเร็ว...
[ควั้ม...!] เสียงแหวกอากาศของเครื่องบินดังขึ้น เมื่อพวกเขาบินต่ำผ่านหน้ากลุ่มผู้ประท้วงตรงไปยังวอชิงตัน
ท่ามกลางกลุ่มควันไฟ เครื่องบินเกือบร้อยลำที่หน้าตาแลจะเหมือนนกนั้น ได้บินกระจายตัวพร้อมยิงจรวดเขาใส่กองทหารของเคริเกน รวมถึงรถถังอีกหลายสิบคันถูกเครื่องบินยิงถล่มจนระเบิดทั่วเมือง
แล้วฟยอร์ดก็ส่งสัญญาณมาบอกอย่างยินดีว่า "เฮ้... เครน เรามาช่วยเหลือนายอีกทางแล้ว ตอนนี้ฉันอยู่บนเรือบิสมาร์ค เดี๋ยวจะยิงสนับสนุนให้แล้วนะ"
"ขอบใจมากเพื่อน นายมาช้าไปนะ ฟยอร์ด.."
เครนกดเครื่องส่งสัญญาณพร้อมพูดออกไปด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นเล็กน้อย
"อืม... ให้ทีมของนายหาที่กำบัง ฉันจะสั่งยิงละนะ!"
ฟยอร์ดพูดผ่านเครื่องส่งสัญญาณ แล้วเดินตรงไปยังหอบัญชาการเพื่อควบคุมปืนใหญ่
"พวกเราหลบในบังเกอร์เรียบร้อยแล้ว ยิงมาเลย ที่เก้านาฬิกาจากทะเล"
หลังจากเครนตอบรับ เขาก็หันไปตะโกนบอกทีมของเขาว่า "ชี้เป้าหมายที่รถถังด้วยเลเซอร์"
ทีมของเครนตะโกนบอกต่อๆกันไปอีกเป็นทอดๆระหว่างซากอาคารนับร้อยแห่ง "ชี้เป้าหมายใส่รถถังด้วยเลเซอร์"
ท่ามกลางซากปรักหักพังจากสงครามกลางเมือง แสงเลเซอร์พุ่งออกจากบังเกอร์และอาคารเป็นร้อยๆเส้นราวกับใยแมงมุมที่พันกันมั่ว แสงเหล่านั้นพุ่งไปกระทบรถถังแต่ละคันเป็นจุดสีเขียวหลายจุดบนถนนในนิวยอร์กก่อนที่ฟยอร์ดจะออกคำสั่ง "เลี้ยวไปที่สิบนาฬิกา.........เปิดกาบเรือเตรียมยิงขึ้นฝั่ง"
เรือรบหลายลำหมุนตัวท่ามกลางสายน้ำที่กระทบลำเรืออย่างเชี่ยวกราด เสียงคำรามจากเครื่องยนต์ได้กลบเสียงผืนน้ำไปจนมิด
"ปืนใหญ่กระบอกที่หนึ่ง สอง สามและสี่ หมุนไปที่เจ็ดนาฬิกา เล็งเป้าหมายไปยังจุดที่ส่งสัญญาณอินฟาเรด"
"โอเค ทุกป้อมปืนเตรียมพร้อม"
คำสั่งต่อมาของฟยอร์ดก็ถูกส่งผ่านวิทยุไปยังเรือลำต่างๆ "ปืนใหญ่ทุกส่วนบรรจุเตรียมยิง"
ผู้บัญชาการป้อมปืนตะโกนเสียงก้องห้องบรรจุ
“การบรรจุพร้อมแล้ว” เสียงพลยิงก็ดังออกมาอีกครั้ง
เสียงโหลดกระสุนก็ดังขึ้น กระสุนแต่ละนัดถูกโหลดเข้ารังเพลิงจนเสียงขูดเหล็กดังออกมาหลายครั้ง เมื่อเสียงการบรรจุกระสุนระบบอัตโนมัติของปืนใหญ่ก็เงียบลง พวกมันพร้อมยิงสู่เป้าหมายแล้ว
"ล็อคเป้ายิง...........!!"
ฟยอร์ดจึงสั่งยิงทันทีที่ปืนทุกกระบอกพร้อม
[ปั้งๆๆ…] เสียงยิงปืนใหญ่ดังก้องสะท้อนไปมาอย่างรุนแรง เสียงของมันดังราวกับระเบิดหลายสิบลูกขว้างไปพร้อมกัน ควันดำปกคลุมเรือทุกลำจนมองไม่เห็นตัวเรือ ลำแสงสีเหลืองนับสิบพุ่งข้ามชายฝั่งไปกระทบกับรถถังกระเด็นนับร้อยคัน..
[ตุบๆๆ...ตูม...!] รถถังของ UGD ถูกยิงระเบิดกระจุยเป็นเศษเหล็กไปอย่างมากมาย อีกหลายคันโดนแรงกระแทกจนเสียหายใช้การต่อไม่ได้บ้าง และไฟไหม้บ้าง คนที่อยู่ในรถถังต่างได้รับแรงกระแทกจนบาดเจ็บและเสียชีวิตมากมาย
ทางเคริเกนทราบเรื่องการรายงานจากฝ่ายตะวันออกว่าฝรั่งเศสนำกำลังทัพเรือมาบุกโจมตีนิวยอร์กอย่างเนืองแน่น เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งทื่อ พร้อมหันมามองที่ผู้บัญชาการทัพเรือด้วยท่าทีที่โมโห ซึ่งเขายืนดูเหตุการณ์บนจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่อยู่นั่น จากนั้นเคริเกนก็เอ่ยปากอย่างรุนแรงอีกครั้ง "ฝรั่งเศสคิดจะประกาศสงครามกับเราอย่างไม่สนใจกฏหมายของสหประชาชาติ เราต้องตัดขาดกันวันนี้!! ฆ่าพวกมันให้หมด... ยิรอน หน้าที่นี้เป็นของแก จัดการพวกมันซะ!"
ยิรอนตบเท้าดังลั่นพร้อมรับคำสั่ง "รับทราบ"
ยิรอนได้เดินตรงไปยังกองเรือรบ และให้ผู้บัญชาการเรือแต่ละลำ นำเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่ 5 ลำที่เต็มไปด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินรบ เคลื่อนออกจากท่าเรือไมอามีทันที
พวกเขาได้เคลื่อนตัวออกจากไมอามีอ้อมวนฟลอริดามาจนถึงนิวยอร์ก พวกเขาส่งเครื่องบินประจัญบาน เอฟ 98 สวอร์เดน จำนวนกว่าร้อยลำ ถูกส่งออกจากเรือบรรทุกเครื่องบินนิมิตทั้งห้า บุกเข้าตีทัพเรือฟยอร์ดที่จอดลอยลำยิงปืนใหญ่อยู่กลางทะเลหลายสิบลำ
…….เสียงปืนต่อสู้อากาศยานก็ดังขึ้น เครื่องบินรบหลายลำถูกยิงร่วงลงสู่ทะเลราวกับอุกาบาตตกกระแทกน้ำ และบางลำก็บินมาถึงกองเรือพร้อมทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไปกระแทกดาดฟ้าเรือระเบิดลุกเป็นไฟ ควันดำลอยคลุ้งปกคลุมลำเรือหลายลำ จนกำลังเรือฝ่ายใต้ไม่สามารถรบต่อได้เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้น
"ถอนกำลังด่วน... เราต้านไม่ไหวแล้ว..."
แม่ทัพเรือฝ่ายใต้ของฟยอร์ดสั่งถอยทัพทันทีที่เรือลำหนึ่งจมทะเลไปแล้ว
ฟยอร์ดจึงส่งสัญญาณมาบอกเครนว่า "เราคงมาช่วยได้เท่านี้ ตอนนี้ถือว่าพวกเราเปิดสงครามแล้ว หากเกิดอะไรติดต่อกองทัพทางเราได้ทันที เราจะรวมสหภาพยุโรป ตอนนี้เราขอถอยทัพก่อน ไม่งั้นจะเสียกำลังมากกว่านี้"
เครนตอบด้วยความยินดีว่า "ขอบใจมากแค่นี้ก็ดีมากแล้ว นายรีบกลับไปตั้งรับด่วนเลย ก่อนที่เคริเกนจะส่งกองทัพตามไปเอาคืนนายและกลุ่มประเทศทางยุโรป"
"โอเคๆ เนี่ยฉันเพิ่งซื้อปืนใหญ่รุ่นใหม่มาจากเยอรมัน.... กำลังอยากลองใช้พอดีเลย ฉันไปละนะ..."
ฟยอร์ดได้ถอนทัพกลับไปพร้อมกลับไปตั้งรับใหม่ มีการติดตั้งป้อมปืนต่อต้านทะเลขนาดใหญ่รุ่นใหม่ทั้ง 5 กระบอกรอบชายฝั่งฝรั่งเศส ตามด้วยกองเรือชุดหนึ่งและเครื่องบินขับไล่นับร้อยจอดรอรับการรบอย่างเต็มกำลัง
เวลาต่อมาเคริเกนได้สั่งปฏิบัติการวอร์คิวรี่ ซึ่งเป็นปฏิบัติการสายฟ้าแลบ พวกเขาบุกจู่โจมบุกยึดพื้นที่นิวยอร์กอย่างรวดเร็ว โดยการนำเอาเครื่องบินติดตั้งปืนกลบินหน้ากระดานกราดยิงลากยาวถล่มทุกถนนบนนิวยอร์ก จนทำให้เครนและกลุ่มต่อต้านต้องหนีไปตามๆ กันอย่างหวุดหวิดกระสุนปืนที่กราดกรูจากเครื่องบินเข้ามา ทุกคนวิ่งสุดฤทธิ์เหมือนมดหนีน้ำ บ้างก็วิ่งหาที่หลบ บ้างก็ขับรถหนีไปตามถนนใหญ่ แต่พวกเขาก็ถูกยิงกราดทะลุจนพรุนเละ และกลายเป็นศพไปหลายศพ
ด้วยปริมาณกำลังทหารที่มากกว่าของเคริเกนทำให้การดำเนินการวอร์คิวรี่สำเร็จไปเกือบครึ่ง เครนและกลุ่มผู้ประท้วงถูกหมายหัวกลายเป็นกบฏ เพราะพวกเขาไม่สามารถยึดกระทรวงกลาโหมมาได้ ทางตุลาการศาลจึงมีการออกหมายจับเป็นและตายตามระดับของศาลฎีการัฐนิวยอร์ก และรัฐต่างๆอเมริกา เมื่อมีหมายจับแล้ว เคริเกนจึงได้นำกำลังทางฝ่ายตำรวจ CIA และหน่วยซีลออกตามล่ากลุ่มกบฏเครน และกองทหารแมสซิส เนททรีออน 7 ทั่วทั้งประเทศ รวมถึงเม็กซิโกกับแคนาดา
พวกเขารู้ตัวว่าต้องถูกจับ และมีสิทธิ์ถูกประหารแน่ๆ จึงวางแผนพากันหนีออกนอกประเทศ พวกเขาต่างพากันแอบโดยสารเรือบรรทุกสินค้าและเลือกที่จะไปยังดินแดนแห้งแล้งทุรกันดารในอียิปต์ เพราะพวกเขาคิดว่าเคริเกนคงไม่คิดว่าพวกเขาจะย้ายมาที่นี่แน่ๆ
............เวลาผ่านไป เมื่อกลุ่มผู้ต่อต้านเดินทางมาถึงอียิปต์ตามแต่เวลาของเรือแต่ละลำ เครนและคณะอีกราวห้าหมื่นคนจึงได้ก่อตั้งกองกำลังปกครองตนเองขึ้นในนาม กลุ่มปกครองตนเอง เนททรีออนออฟเดสซาร์ท (Netrion Of Dezeart) โดยมีนครไพรม์ ไคโรในอียิปต์เป็นศูนย์กลาง พวกเขาก่อสร้างอาคารมากมายขึ้น พร้อมทั้งจับมือกับฟยอร์ด ผู้บัญชาการกองทัพเรือฝรั่งเศสให้ช่วยต่อต้านกลุ่มทหาร UGD ของอเมริกาด้วย และกลายเป็นกองกำลัง Netrion of Dezeart Paris (เนททรีออนออฟเดสซาร์ท ปารีส) ในปี ค.ศ. 2284
มหาวิหารไพรม์สุดไฮเทค ประกอบด้วยแผ่นกระจกสีฟ้าสดใส โครงเหล็กดำเงาดุจนิล หอคอยโอเบลิกซ์นับสิบอยู่รายล้อมอย่างสวยงาม มหานครไคโรเริ่มเจริญขึ้น โรงงานต่างๆเริ่มก่อตัว มีการผลิตรถถังมากมาย และจากนั้นสนามบินในไคโรก็ถูกดัดแปลงเป็นโรงงานประกอบยานรบขนาดใหญ่ มีการสร้างเครื่องบินรบเพิ่มเติมกำลังนับพันล็อต พร้อมด้วยยานรบขนาดใหญ่อีกหลากหลายชนิด
ประชากรอเมริกาบางส่วนที่ทราบข่าวว่า เครนย้ายไปตั้งกองทัพที่อียิปต์ได้สำเร็จ พวกเขาก็ช่วยสนับสนุนเครนในด้านการข่าวทางทหารของ UGD และบางส่วน มีการเดินทางมาร่วมมือกับเขาในด้านการทหารและการปกครอง จนกองทัพแมงป่องของพวกเราได้แข็งแกร่งขึ้นมากพอจะต่อกรกับอินทรีเหล็กทั้งกองทัพได้
มุมหนึ่งบนเกาะใหญ่อันสงบที่รายล้อมไปด้วยภูเขาไฟนับสิบลูก กองกำลังปกครองตนเองที่ยังคงเป็นเหมือนกองทัพเล็กๆ สำหรับหลายๆ ประเทศได้มีการรับสมัครทหารอาสาใหม่ หลายเขตมีการรับโดยผ่านการสอบเข้า และหนึ่งในนั้นมียูริ ชายศีรษะล้านวัยกลางคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้น
ยูริเป็นผู้ที่ต้องการแก้แค้นอเมริกาและโซเวียตจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเขาได้ศึกษาประวัติศาสตร์ทางสงครามในอดีต จนเกิดอาการคลั่งสงคราม บวกกับความรักชาติของเขาเอง ความเก่งกาจและพลังอันแข็งแกร่งของเขาทำให้เขาสามารถผ่านการสอบเข้าทหารอาสาได้สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ และหลายปีที่เขาพยายามสอบเลื่อนขั้นมา จนในที่สุด เขาก็ได้เป็นผู้ควบคุมกองกำลังปกครองตนเองสำเร็จในปี 2269
ยูริเป็นคนที่มีพลังจิตอย่างหนึ่ง ที่สามารถควบคุมบังคับสิ่งต่างๆได้ทุกชนิด รวมถึงพลังงาน ซึ่งเป็นความสามารถของมนุษย์ที่หายสาบสูญไปช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาใช้มันทำทุกอย่างเพื่อความต้องการของตัวเอง และเขาก็พยายามที่จะศึกษาทุกอย่างที่จะทำให้ญี่ปุ่นพัฒนาไม่ว่าจะด้านอาวุธ ด้านการปกครอง การศึกษา เศรษฐกิจ และมีทหารอันเข้มแข็งดังแดนอาทิตย์อัสดงเก่า และไม่นานนักเมื่อเขามีกำลังและทรัพยากรมากพอจากพันธมิตร เขาจึงได้ก่อตั้งกองทัพขึ้นมาด้วยการฉีกสนธิสัญญาระหว่างกองทัพกับอเมริกา และก็ตั้งเครือจักรภพ AIX อลิเอกซ์ ม็อธราซอร์ (Aliex-Mothrazor เป็นภาษาสครีนิกซ์ แปลว่า กองทัพเพลิงมังกรเหล็ก) จนสำเร็จในปี 2271
ยูริพัฒนาทุกอย่างจนก้าวหน้าล้ำสมัยโดยได้รับความร่วมมือจากหลายประเทศในเอเชียอย่าง เกาหลีเหนือและใต้ รวมถึงจีนกับมองโกเลีย กลายเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนตะวันออก
ต่อมายูริได้นึกถึงเรือยามาโตะในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาภูมิใจกับเรือประจัญบานลำใหญ่นี้ที่สามารถจมเรืออเมริกาได้หลายร้อยลำในสมัยนั้น เขาจึงเขียนพิมพ์เขียวเรือใหม่ที่ยิ่งใหญ่อลังการกว่าเดิม มันมีขนาดความยาวเกือบเท่าแม่น้ำเล็กๆสามสาย มันติดตั้งปืนใหญ่ที่ดัดแปลงใหม่จากกระสุนเจาะเกราะทั่วไป เป็นกระสุนเลเซอร์ขนานหนัก ปืนใหญ่ซุปเปอร์เลเซอร์หกชุดที่มันสามารถยิงกระสุนขนาดเท่าตู้คอนเทลเนอร์ได้ ปืนใหญ่ทำลายล้างที่น่าเกรงขามอีกร้อยชุด จรวดมิซซายน์ต่างๆนับร้อยและปืนกลเลเซอร์อีกหลายกระบอก รวมถึงอาวุธอื่นๆ อีกหลายพันรูปแบบ และนั้นก็คือเรือรบปืนใหญ่ประจัญบานอวกาศ ยูมาโมโต้ ซึ่งใหญ่กว่ายามาโตะถึงห้าเท่า การประกอบเรือลำนี้ ได้ร่วมมือกับประเทศคู่รบอย่างจีน เกาหลีและไต้หวัน มันถูกผลิตขึ้นมาที่อ่าวเบกอล โดยใช้เวลาในการสร้างเพียงไม่กี่ปีจากระบบ 3Ds ปรินท์ที่รวดเร็ว ในที่สุดเรือลำยักษ์ก็ปรากฏแก่สายตาชาวโลก
7 เมษายน คริสต์ศักราช 2284 สงครามเริ่มต้นขึ้นทันทีที่ AIX เริ่มปฏิบัติการ ดีเดย์ โดยยูริได้สั่งนำทหารยกพลขึ้นบกกว่า 2 แสนนายที่ชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย และชายฝั่งเม็กซิโกตะวันตก เข้าโจมตีฐานทัพอเมริกาในแคลิฟอร์เนียหลายแห่งจนแตกยับและไฟลุกท่วมเมือง
5 พฤษภาคม คริสต์ศักราช 2284 ยูริก็ส่งกองทัพอากาศบุกโจมตีลาสเวกัส ทิ้งระเบิดแสงเลเซอร์นับพันลูกไปบนเมืองโดยที่คนในเมืองไม่ทันระวังตัวจนตายเกลื่อน และก็ส่งยานรบขนาดเล็กทางอากาศบุกไปจนถึงเทกซัสอย่างรวดเร็ว จนหลายๆรัฐต้องส่งข่าวแจ้งเตือนทางกระทรวงกลาโหมให้รู้ตัว แต่เวลาไล่เลี่ยกัน ยูริเปิดกองเรือยูมาโมโต้บุกรัฐวอชิงตัน โจมตีซีแอตเติลและเมืองสำคัญอีกหลายเมืองไว้ เพื่อเป็นฐานทัพ พร้อมก่อตั้งค่ายรบตั้งรับไว้ ที่นั้นมีบังเกอร์และป้อมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย
16 พฤษภาคม คริสต์ศักราช 2284 ที่แคลิฟอร์เนีย AIX ได้เข้ายึดเขตการค้าลอสแองเจลลิส และซานฟานซิสโก ซึ่งเป็นการบุกแบบทันเดอร์โบลว์เร็วมากจนตั้งรับไม่ทัน แถมถล่มประกบยิงกองทัพนาวิกโยธินสหรัฐแตกยับเยิน และยึดอาวุธยุทโธปกรณ์กลับไปญี่ปุ่นจนหมดสิ้น
เมื่อเคริเกนทราบดังนั้นจึงให้กองทหารและกองทัพรถถังแอลแฟน (Elephanter) นำกำลังเข้าโจมตี แมกซ์ก็นำกองทัพอากาศไฟร์ฮวอก ( Fire Hawk) และออร์กา (Orca) เข้าจู่โจมพื้นที่ทางตะวันตก
กองทัพ UGD เปิดโจมตีจากเท็กซัสไล่ออกไปซานฟรานซิสโก ทำให้ค่ายรบที่นั่นถูกรถถังแอลแฟนบดขยี้เละ แม็กซ์สั่งทิ้งระเบิดที่แคลิฟอร์เนีย และไรล่านำหุ่นรบมาสโตดอน(Mastodon Squaryon) ไททัน (Titan) และแจคโคร์นรอท (Jaccornorth) บุกเขายึดซีแอสเติลคืน และยิรอนนำทัพเรือยิงถล่ม AIX ที่ลอสแองเจลลิส ทางเคริเกนก็นำกำลังทหารราบโอบล้อมรอบกันการส่งเสบียงมายังค่ายรบจนในที่สุด AIX ถอนกำลังกลับไปเพราะขาดเสบียงอาหารกับถูกโจมตีคืนอย่างหนัก
"ท่านครับ เราต้องถอนทัพ เราขาดเสบียงมานานครับ"
ยูริมะพูดกับยูริอย่างกังวลจนหน้าติ้ว
"งั้นถอยมาก่อน หึๆ.... ไอมะกัน นั้นแค่น้ำจิ้มของฉัน ดูนี่ละกัน"
ยูริสั่งถอยทัพกลับแบบใจเย็นมาก ระหว่างนั้นเขาก็ยืนดูจอโฮโลแกรมที่แสดงแผนการรบของเขา เขาวางแผนใหม่แทนการลองของก่อนหน้านี้ โดยจิ้มเครื่องบินชุดหนึ่ง มุ่งตรงไปยังแผนที่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก
25 กรกฎาคม ปี 2284 ยูริโจมตีฮาวายอีกครั้งโดยส่งเครื่องบินบรรทุกระเบิดพลีชีพหลายพันลำ บินกราดยิงปืนเลเซอร์อย่างหนักจนกระสุนหมด และเข้าพลีชีพทำลายฐานทัพเรือของยิรอนในฮาวายจนเละเป็นจุล เรือรบสำคัญหลายลำระเบิดหักครึ่งจมทะเล ไฟลุกท่วมฐานทัพฮาวายและเพิลล์ฮาเบอร์ มีทหารนอนเป็นศพเกลื่อนหลายหมื่นคน กองเรือ UGD 2 กองพันแตกยับไม่มีชิ้นดี เป็นเหตุให้ยิรอนโกรธแค้นอย่างมาก
ยิรอนมองดูจอโฮโลแกรม ที่เรดาร์แสดงถึงว่าเครื่องบินเหล่านั้น มันมาจากฝั่งเอเชีย เขาจึงบอกกับเคริเกนว่า "ให้เตรียมพร้อมนำคนขึ้นเรือเตรียมโจมตีพวกไม่ทราบฝ่ายจากเอเชียกันวันนี้ มันเหิมเกริมใหญ่แล้ว..... ฐานทัพเรือหลักเราแหลกไม่เป็นชิ้นดีแล้ว"
เคริเกนพูด "อื้ม... ให้ตายสิไอเวรเอ้ย...!! สั่งเตรียมทัพ เราจะไปบุกพวกมันซะ"
วันที่ 31 สิหาคม ปี 2284 กองทัพ UGD เตรียมกระบวนทัพทหารกว่าแสนนายวิ่งขึ้นเรือรบขนาดใหญ่หลายร้อยลำจากอาลาสกา พวกเขาเดินทางตรงไปยังเกาะลูซอน ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นด้วยกองเรวด์แคนนอน (Ravld Cannon) ขนาดใหญ่มากๆของพวกเขา
ผ่านไป 10 วัน เมื่อกองทัพไปถึงเขตทะเลปีศาจก็พบกองทัพเรือขนาดใหญ่ เรือหลายลำเกาะกลุ่มกันเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง โดยที่กองเรือของยิรอนสังเกตเห็นมันเลือนลางมาแต่ไกลก่อนจะถึงเกาหลี กองเรือเหล่านั้นดูจะใหญ่กว่าพวกเขาอีกหลายเท่าเลยทีเดียว นั่นทำให้เคริเกนต้องตะลึงเอ่ยปากว่า "อะไรกัน ญี่ปุ่นมีกองทัพได้ไง มันฉีกสนธิสัญญารึไงกัน มันไปอยู่พวกเดียวกับจีนและเกาหลีเหนือตอนไหน อย่างนี้เราต้องจัดการให้ราบคาบ!!"
"โอเค งั้นพวกเรา บุก..." ยิรอนตอบรับ
AIX มีการจัดทัพเรือขนาดมหึมา มีการเกาะกลุ่มกันอย่างเป็นระเบียบ โดยมีเรือยูมาโมโต้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นเรือธงนำหน้า ณ ตอนนั้น
เมื่อยูริเห็นกองทัพเรือเล็กๆนิดเดียวบุกมา เขาก็ให้ยูม่า ผู้บัญชาการกองเรือยูมาโมโต้ ทำการโจมตีจากเรือยักษ์เพียงลำเดียว "เตรียมเปิดกาบเรือและเบี่ยงขวา 80 องศา..." ยูม่าสั่งกัปตันเรือด้วยน้ำเสียงอันเข็มแข็ง
"พวกมันมาแล้ว โจมตีได้"
ยูริส่งคำสั่งโจมตีทันทีที่จอเรดาร์พบกองเรือเข้ามา "รับทราบครับ"
"พลปืนใหญ่ บรรจุกระสุนทันที เล็งเป้าหมายยิงถล่มกองทัพเรือจิ๋วนั่นซะ"
ยูม่าเริ่มสั่งยิง พลางชี้นิ้วตรงไปยังกองเรือที่เคริเกนคิดว่าขนาดใหญ่แล้วทันที ……
[ตรึมๆๆ.ครืน…!!] เสียงปืนใหญ่คราวนี้ดังสนั่นราวกับระเบิดมหาประลัยที่ถูกขว้างมาพร้อมๆกันแล้วระเบิดอย่างรุนแรงยิ่งกว่าปืนใหญ่ลูกซองเสียอีก
"หืม!...เวรแล้วไง........เรือยักษ์!"
ยิรอนปากหวออุทานขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อมองเห็นกระสุนขนาดใหญ่อย่างชัดเจนกำลังพุ่งเข้ามา
เรือยูมาโมโต้ ยิงกระสุนปืนเลเซอร์ขนาดเท่าตู้คอนเทลเนอร์เข้าใส่กองทัพเรือของ UGD กระสุนหลายสิบนัดเฉียดลำเรือของยิรอนอย่างหวุดหวิด จนพวกเขาต่างพากันหลับตาคาดเดาความตายกันทั่วหน้า หลายนัดก็โดนเข้ากับเรือรบหลายๆส่วนในกองทัพของเขาจนระเบิดกระจุยแทบไม่เหลือซากเกราะหรือเสากระโดงเรือแม้แต่น้อย
"พวกเรา... กระจายทัพด่วน..!!"
เคริเกนประกาศกองเรืออย่างตกใจ พลางเอามือยึดกับโครงเล็กยาวไว้เพื่อไม่ให้ตนถูกฉุดลากไปกับความโคลงเคลงของเรือ ที่ถูกคลื่นของกระสุนปืนซัดเข้ามา
กองเรือยิรอน แบ่งเป็น 5 ส่วน แยกออกเป็นรัศมีแล้วแปรหัวเรือสไลด์ไปกับน้ำพร้อมเตรียมโจมตีกลับ
"ยิง..!"
เสียงสั่งการจากเคริเกนดังขึ้น ท่ามกลางการควบคุมเรือหลบกระสุนปืนใหญ่ขนาดยักษ์
[ตะกุมวอร์ๆ...!] กระสุนขนาดใหญ่ของเรือแคลิฟอร์น่า พุ่งพาดผ่านฟ้าไปกระแทกกระสุนปืนยูมาโมโต้ระเบิดกลางอากาศ และบางนัดก็กระแทกที่ลำเรือยูมาโมโต้อย่างรุนแรง แต่นั้นก็ทำให้เกราะของเรือเป็นรอยบุบเล็กน้อยเท่านั้น
ยูมาโมโต้ยิงสวนกลับคืนอีกรอบ กระสุนเลเซอร์ยักษ์เท่าตู้คอนเทลเนอร์กระแทกน้ำอย่างรุนแรงและเกิดคลื่นสูงกระจายไปรอบๆ ทำให้เรือแต่ละลำโคลงอย่างหนักหวุดหวิดจมทะเล จนยิรอนต้องสั่งเบนเรือออกไปจากทิศทางเดิมเพื่อฝ่าเกลียวคลื่นรวมถึงกระสุนขนาดยักษ์ เขาพยายามคุมกองเรือให้เรือเคลื่อนที่แบบซิกแซ็ก เพื่อให้โดนกระสุนน้อยสุดเท่าที่จะทำได้
ด้วยแสนยานุภาพยูมาโมโต้ ปืนใหญ่หลายร้อยกระบอกยิงสาดเข้าไปยังกองเรือยิรอนราวกับปืนลูกซองขนาดยักษ์ กองเรือยิรอนที่ดูเหมือนจะเล็กสำหรับ AIX นั้น ได้แตกกระบวนทัพหลบหลีกห่ากระสุนขนาดใหญ่นับแสนนัดที่กราดกรูเข้ามาอย่างไม่ปราณี
ไม่นานนักกระสุนขนาดกลางก็หลุดตกไปกระแทกท้ายเรือของยิรอนจนระเบิดไฟไหม้และเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ "เราโดนโจมตีที่ท้ายเรือครับท่าน"
ลูกเรือปืนใหญ่ 3 รายงานอย่างเร่งรีบ
"เอ้า แล้วรออะไรล่ะ รีบซ่อมสิ! เดี๋ยวตายกันหมดเรือหรอก…"
ลูกเรือที่ตื่นตัวได้สติกลับมา จึงรีบเอาถังดับเพลิงวิ่งมาดับทันควัน และจากนั้นวิศวกรประจำเรือก็เร่งซ่อมแซมด้วยเครื่องมือฉายแสงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถสู้กองเรือของยูริมะไม่ได้ เพราะมีกองทัพที่มากกว่า และเรือขนาดใหญ่กว่า ทำให้ยิรอนและเคริเกนต้องรีบถอนทัพกลับไปโดยเหลือเรือในกองเพียงไม่กี่ลำ
เคริเกนจึงได้วอไปยังกระทรวงกะลาโหมว่า "เราต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นไม่ได้ มันมีทัพใหญ่เกินไปขอแรงสนับสนุนที"
"รับทราบ....ทางกระทรวงจะดำเนินการสั่งยิงนิวเคลียร์ไปยังกรุงโตเกียวและกรุงโซลให้ทันที"
ทางแพนตากอนตอบรับ
"นิวเคลียร์มิซซายน์เตรียมพร้อม....."
"ยิงได้"
[ฟรูม...!] นิวเคลียร์มิซซายน์ลันชต์
……….อาวุธนิวเคลียร์พุ่งข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาถึงเขตน่านน้ำญี่ปุ่น ทว่าทางภาคพื้นฝ่าย AIX ก็เตรียมพร้อมรับมือมาอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบ พวกเขามีจรวดต่อต้านอากาศยานแนวชายฝั่ง มันยิงออกมาใส่หัวรบนิวเคลียร์ที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ทำให้หัวรบนิวเคลียร์ที่ยิงมาไม่สามารถทำลายเป้าหมายได้ และระเบิดในอากาศไปในที่สุด คนในฝั่งเอเชียตะวันออกก็ต่างพากันเยาะเย้ยอเมริกาพร้อมมองจรวดขนาดใหญ่ระเบิดกลางอากาศหายไป
เคริเกนถึงกับเขวี้ยงเครื่องบันทึกการรบอย่างโมโหแล้วตะโกนใส่ทางกลาโหมว่า "นิวเคลียร์ลูกละเป็นล้านดอลลาร์ ปล่อยไปเพื่อให้ไอ้พวกบ้านั้นมันสอยทดสอบอาวุธเล่นๆงั้นหรอ?? พวกแกหาวิธีใหม่ที่ดีกว่านี้สิ"
เหล่ารัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมต่างมองหน้ากันแล้วหันไปกดวิทยุสื่อสารบ้าง โทรศัพท์บ้าง ชี้แนะสั่งการเหล่าทหารบ้าง
แล้วยูริมะ ซึ่งประจำการอยู่ในเกาหลีจึงส่งสัญญาณจากเรือยูมาโมโต้มาบอกยูริที่อาคารอลินิกซ์ว่า "ไอ้มะกันมันจะล้างบางเรา จัดการมันซะ!!!"
ยูริจึงตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า "อืม..... งั้น เราจะไปสอยดาวกัน"
ท่ามกลางอาคารสูงมากมาย ยูริได้รวบรวมพล ณ ลานกว้างแห่งหนึ่งในฐานทัพนางะซากิ แล้วประกาศแก่กองทหารทุกหมู่เหล่าให้เตรียมพร้อมบุกอย่างเต็มที่
"พวกเราทุกคน อเมริกาคือผู้ที่เคยคร่าชีวิตพวกเรานับแสนคน มัน จะเอานิวเคลียร์มายิงเราอีกรอบแล้ว วันนี้ เราจะเอาคืนให้สาสมใจ พวกเราทุกคน บุก…"
"เฮ..............................."
กองทหารชูปืนขึ้นส่งเสียงเฮสนั่นลั่นฐานทัพ AIX นางะซากิ ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเตรียมกองทัพขนาดใหญ่หลายแสนคนไปบุกอเมริกา
วันที่ 11 กันยายน 2284 ยูริส่งคำสั่งให้ยูริมะเดินกองทัพเรือขนาดเล็กไปยังอลาสกาเข้ายึดพื้นที่เมืองจูโน่ และตั้งฐานทัพรอโจมตี UGD แคนดา และ UGD กรีนแลนด์
แต่เคริเกนได้ทราบข่าวจากกองทหารจูโน่ จึงรีบสั่งทุกหน่วยบุกโจมตีก่อนที่ AIX จะบุก จนสามารถยึดพื้นที่คืนสำเร็จ เมื่อ UGD ทราบข่าวการเตรียมโจมตีของ AIX แล้ว แพนตากอนก็ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดสเตสไปทิ้งระเบิดไฮโดรเจนที่เกียวโต และปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ชนิดเจริโกทำลายล้างลงไปยังกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเรดาร์ของพวกเขาตรวจจับไม่ได้ จรวดเจริโกจึงทำลายเมืองให้พินาศย่อยยับ และเกาหลีใต้จึงยอมแพ้ทันทีหลังจากโดนระเบิดจนเละไม่เป็นชิ้นดี ส่วนเกียวโตภาคพื้นได้เร่งใช้เครื่องตรวจวัตถุรังสีตรวจจับได้ จึงสามารถยิงจรวดต่อต้านไว้ได้สำเร็จ
เคริเกนมองดูจอโฮโลแกรมอยู่เห็นเหตุการณ์แล้วจึงหันมาพูดกับเหล่ารัฐมนตรีด้วยน้ำเสียงแข็งว่า "ทำแบบนี้แต่แรกก็ได้เรื่องนานและ"
รัฐมนตรีต่างพยักหน้างึกๆ แล้วหันทำงานพวกเขากันต่อตามปกติ
"เกาเหลีใต้ของเราแตกพ่ายยับเยิน เราเหลือทัพเสริมจากจีนและเกาหลีเหนือเท่านั้น"
ยูริมะวิ่งมาบอกยูริอย่างหน้าตาตื่น
ยูริเริ่มทำสิหน้ามึนโมโห เหวี่ยงดาบของเขาฟันแจกันขาดสองท่อน แล้วพูดว่า "ทัพของน้องแกพร้อมแล้วใช่ไหม ห๊ะ??"
ยูม่าตอบด้วยสีหน้าทาทางหวาดกลัว "พร้อมแล้วครับ..."
"งั้นฉันจะให้น้องของแกจัดการเอง พวกแกชักช้า.... ไป!! ออกไปได้ละ"
ยูริไล่ยูม่าออกจากห้องไป แล้วเขาก็เก็บดาบเข้าฝักของเขา จากนั้น ยูรินะ เด็กสาวอายุราว 17 ปีก็เดินเข้ามาพร้อมกับปืนพกเลเซอร์สีแดงกระบอกหนึ่ง ท่าทางเธอดูทะมัดทะแมงมาก
"ลูกพร้อมรึยัง?? เราบุกไปถล่มอเมริกากันเถอะ"
ยูริเอามืออันหยาบกร้านของเขาตบเกราะโลหะส่วนไหล่ของเธอเบาๆสองครั้ง "ค่ะ"
ยูรินะตอบแล้วหยิบปืนพกของเธอหันหลังกลับ ผมสีแดงของเธอปลิวไสวจากแรงลมอันแผ่วเบา เธอเดินออกมาพบกับกองทัพอันยิ่งใหญ่ของเธอ ซึ่งเต็มไปด้วยทัพยานรบบรรทุกขนาดใหญ่หลายสิบลำหน้าตึกสูงเสียดฟ้า เอลินิกซ์
........ยูรินะได้นำกองทัพภาคอากาศยานบุกไปยังวอชิงตันผ่านทางตอนใต้ของเม็กซิโก และไล่ตบกองทัพ UGD จากทางตอนใต้ไปจนถึงวอชิงตันอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เคริเกนตกใจกับเหตุการณ์รุกคืบของอลิเอกซ์ ถึงขั้นประกาศฉุกเฉินและสั่งการป้องกันอย่างแน่นหนา แต่ไม่ทันไร พวกเขาก็เดินทัพโอบล้อมมาจนถึงหน้าแพนตากอน! เคริเกนและไรล่ากำลังเร่งรีบสั่งการบริหารกองทัพอยู่ก็หันไปมองนอกตึก "เฮ้ย!! พวกมันมาถึงนี่แล้ว..."
ขณะที่เคริเกนกำลังแจงข้อมูลสงครามให้ทางแพนตากอนอย่างเร่งรีบ เขาก็หันควับออกไปมองนอกหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
[ตึก....กึกๆ] เคริเกนอึ้งปล่อยเครื่องมือสื่อสารร่วงลงพื้น "เอาแล้วไง...... พวกเราเตรียมพร้อม!!!"
ไลร่าเร่งรีบขึ้นลิฟต์ขนาดใหญ่เลื่อนสูงขึ้นไปยังคลังแสงสรรพาวุธ เธอขึ้นขับหุ่นรบมาสโตดอน ซึ่งเป็นหุ่นรบ 4 เท้าที่ติดตั้งอาวุธหนัก เธอได้สั่งให้ทหารและกองทัพที่อยู่ละแวกใกล้เคียงรวมตัวกันที่แพนตากอน พร้อมป้องกันแบบระดับ 5 ทันที
ยูรินะสังเกตดังนั้นจึงออกคำสั่งพร้อมเล็งปืนตรงมายังแพนตากอน "โจมตีได้........"
"เอาล่ะพวกเรา ลุย...!!"
เคริเกนสั่งบุกตามทันทีโดยที่ยังไม่สังเกตเห็นยูรินะ
ไลร่าขับมาสโตดอนออกมาหน้าอาคารแพนตากอน และกองทัพรถถังไฟท์เตอร์ก็เริ่มรุกถล่มกองทัพอลิกเอกซ์ ห่ากระสุนและลำแสงเลเซอร์ของแต่ละกองทัพต่างยิงสวนกันอย่างดุเดือด พร้อมด้วยเสียงระเบิดของรถถังและหุ่นยนต์ที่ส่งเข้าไปโจมตี
กองทัพ AIX บางส่วนก็เริ่มบุกเข้าไปยิงถล่มภายในแพนตากอน และทหารในนั้นก็ยิงปืนเลเซอร์สวนป้องกันไว้ แสงสีของกระสุนสวนไปมา ข้าวของคอมพิวเตอร์บนโต๊ะในสำนักงานกระจุยกระจายจากการกระทบของกระสุน
เมื่อเคริเกนก็เล็งปืนยิงไปมา เขาก็เห็นเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่กำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ท่ามกลางการตะรุมบอลของทั้งสองฝ่าย "เอ๊ะ เด็กนั้นเข้ามาทำไรในสนามรบ...?!"
แล้วเคริเกนสังเกตว่าเด็กคนนั้นใช้แค่ปืนพกเลเซอร์ยิงทหารของตน ซึ่งยิงทีก็กระเด็นไปไกลมากๆ ราวกับถูกรถพุ่งชนอย่างรุนแรง
“เดี๋ยว!! เด็กนั่นมีปืน ยิงทหารฝ่ายเราด้วยสิ...ฉันต้องยิงเธอสินะ "
เคริเกนไม่รอช้า ก้มเล็งและเหนี่ยวไกยิงใส่เด็กสาวคนนั้นทันที
[เปรี้ยง...!! ซึกกึก] กระสุนปืนไรเฟิลของเคริเกนพุ่งตรงไปยังยูรินะ แต่แล้วมันกลับสะท้อนออกมาใส่ทหารอีกคนที่อยู่ข้างๆ ทะลุตายคาที่
"หืม.... อะไรกันเด็กนั้นเป็นใคร? ทำไมมันไม่สะทกสะท้านอะไรเลย..."
เคริเกนอึ้งมองอย่างงงๆอยู่พักหนึ่ง... หลังจากที่เธอรู้สึกตัว เธอจึงหันมามองหน้าเคริเกนอย่างโกรธแค้น เคริเกนสังเกตว่ายูรินะหันมามองจ้องเขม็ง เขารีบหลบมุมออกไปจากสายตาของเธอ แล้วหาที่กำบัง เธอจึงพูดว่า "แกยิงฉัน... แกจะไม่ตายดีแน่ๆ...!" แล้วยูรินะก็ชี้นิ้วไปยังจุดที่เคริเกนแอบอยู่ จุดที่เธอชี้นิ้วไปนั้น ได้บีบทำลายตึกแพนตากอนให้ยุบลงมาอย่างรวดเร็ว เคริเกนวิ่งหลบออกมาอย่างหวุดหวิดอิฐหินที่ร่วงลงมาทับเขา คนที่อยู่ข้างในตึกก็ถูกเพดานหล่นทับ หนีรอดบ้างไม่รอดบ้างตามๆกันไป
เมื่อแพนตากอนถล่มลงไปเหลือเพียงซากเสาเข็มที่บีบอัดเข้าหากัน ไลร่าก็หยุดยิงและหันไปดูซากตึกนั้นอยู่ครู่หนึ่ง เธอเอ่ยในใจด้วยความโกรธอย่างยิ่ง "จบกันไอบ้าเอ้ย...!!"
และเธอก็หันหน้าคิ้วขมวดตึงกลับมาที่แผงควบคุมมาสโตดอน เธอกดปุ่มยิงปืนเรลกันใส่ยูรินะ
เสียงปืนเรลกันดังราวกระจกขูดกำแพงพุ่งเข้ามาหายูรินะ
"หืม...เสียงอะไร?" เธอสังเกตเห็นกระสุนพุ่งมาดังนั้น เธอจึงใช้พลังจิตสร้างบาเรียสีแดงอ่อนขึ้น [ตรั้ม...!!] ดวงตาของเธอเบิกโพรงแล้วกระสุนเรลกันก็กระทบกับบาเรียของเธออย่างรุนแรงจนแสงจากการระเบิดสว่างจ้า แรงกระแทกทำให้เธอสไลด์ถอยหลังออกไปไกลหลายเมตร
"หะ ...!! ปืนเรลกันรุนแรงขนาดนี้เธอยังไม่เป็นไรอีกหรอ...."
ยูรินะได้ใช้พลังจิตของเธอทำให้ทุกสิ่งรอบๆตัวเธอลอยขึ้นอย่างช้าๆ รวมถึงหุ่นรบมาสโตดอนที่ไลร่าควบคุมอยู่ เธอกำลังจะบีบทำลายหุ่นรบขนาดใหญ่นั่น แต่เคริเกนได้รีบยกปืนขึ้นยิงใส่เธออีกนัด [เปรี้ยง...!! ซึก... กรึก]
คราวนี้เธอไม่มีอะไรป้องกัน กระสุนจึงพุ่งทะลุเกราะที่แขนขวาของเธอจนเลือดพุ่งทะลักออกมา "โอ้ย........." ยูรินะกรีดร้องลั่น สิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกระเด็นออกไปจากรอบๆตัวเธอ มาสโตดอนร่วงลงมากระแทกพื้นจนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเพราะน้ำหนักของมัน และไฟก็ลุกไหม้คลังจรวดด้านหลังของหุ่นรบ ไลร่ารีบกระโดดออกมาทางหน้าต่างทันที และเธอก็เงยหน้าขึ้นมามองยูรินะอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก เสียงระเบิดก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงจากทางด้านหลังของไลร่า หุ่นรบที่อยู่ด้านหลังเธอก็ระเบิดไฟลุกท่วมจนควันโขมง
สักพัก เธอก็ลุกขึ้นมาพร้อมจับปืนกลมือในท่ากำลังเล็งยิงไปยังยูรินะ ยูรินะจึงสั่งถอยทัพทันที เคริเกนกับไรล่าจึงมองตามพวกเขาไป และเขาก็ทรุดตัวพูดกับไลร่าด้วยท่าทางอ่อนล้า พลางปาดเหงื่อไปว่า "จะเอาไงดีเนี่ย…?"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันปล่อยพวกมันไปก่อน แล้วเราก็ย้ายกลาโหมไปนรอทแคโลไลน่ากัน ปล่อยที่นี่ไปเถอะ"
ไลร่าพูดพลางหันกลับมามองอาคารแพนตากอนขนาดใหญ่ที่พังยับ และกลายเป็นเพียงซากตึก
เคริเกนจึงหันมาพูดกับไลร่าอีกครั้ง "เราไปกันเถอะ ที่นี้คงใช้การไม่ได้แล้ว"
แล้วทั้งคู่ก็ขึ้นรถที่ยังคงมีสภาพดีอยู่ ออกไปพร้อมหน่วยงานในแพนตากอนหลายๆคน ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่
เมื่อไปถึงรัฐสภา เคริเกนได้รายงานกับประธานาธิบดีทันที "เราโดนโจมตีจากญี่ปุ่น โดยมีเด็กผู้หญิงเป็นผู้ทำลายอาคารแพนตากอนจนถล่มลงมาเป็นซากหมดเลยครับ" "อะไรกัน...!! แค่เด็กตัวเล็กๆคนเดียวทำอะไรมันไม่ได้ ถ้าแค่นี้พวกแกยังสู้มันไม่ได้ งั้นพวกแกก็ทิ้งปืนไว้ตรงนี้ แล้วพวกแกก็กลับไปเล่นกับหมาที่บ้านเถอะไป!!"
ประธานาธิบดีพูดประชดใส่ทหาร UGD
"แต่ว่ามัน....."
เคริเกนกำลังเอ่ยปากแก้ตัวแต่ยังไม่ทันไร ก็มีเสียงแทรกขึ้นมา
"ไม่มีแต่...!! ไปทำยังไงก็ไป จัดการให้ได้แล้วกัน ไม่งั้นฉันจะยิงหัวแก!"
ท่านประธานาธิบดีตัดบทของเคริเกนอย่างรวดเร็ว
"ครับ ....!!"
เคริเกนตอบรับ แล้วเดินออกจากรัฐสภาด้วยความเคืองแค้น แล้วขึ้นรถลีมูซีนบินได้สุดหรู บินตรงไปยังนอร์ท แคโลไลน่าพร้อมกับไลร่า
14 ธันวาคม 2284 เคริเกนได้ให้ทีมวิศวกรสร้างอาคารใหม่ขึ้นมา แล้วก่อตั้งกระทรวงกลาโหมขึ้นใหม่ที่นอร์ธแคโลไลน่า มีการจัดระเบียบการทหารใหม่ และสร้างป้อมปราการลำแสงไฟร์พรินเซียมซึ่งเป็นป้อมสะท้อนแสงแรงสูงไว้ล้อมรอบ มีการเตรียมพร้อมสำหรับบุกเอาคืนญี่ปุ่นที่ทำความขายหน้าให้กับสหรัฐในวันนั้น...
"หึ..... เธอนั้นแล่ะ ที่จะมาล้างบางแทนพวกเราทั้งชาติ แม้คาเซอาจเคยสูญสิ้น แต่วันนี้ เราจะกลับมายืนยงอีกครั้ง ไปพวกเรากลับ" และแล้วกลุ่มทหารที่คุยกันในค่ายรับมืออลิเอกซ์แคลิฟอร์เนียก็ขึ้นยานขนส่งกลับประเทศ พร้อมกับกองยานบรรทุกอีกหลายสิบลำ
ความคิดเห็น
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ