ULTIMAX/1 น่าสนุกแล้วสิ
Main Story

1 น่าสนุกแล้วสิ

โดย Niranamman1 ครั้ง
18px

รถคันนั้นไม่น่ามาอยู่หน้าโรงเรียนกูตั้งแต่แรก

ไม่ใช่เพราะมันแพงมากอะไรขนาดนั้นนะ แต่มันแพงแบบพยายามไม่ให้คนมอง แล้วสุดท้ายคนก็มองอยู่ดี เหมือนคนแต่งตัวเรียบแต่ใส่นาฬิกาเรือนละหลายหมื่นแล้วทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่ามันตลก

กูนั่งกินนมเปรี้ยวอยู่ตรงม้าหินตอนมันเลี้ยวเข้ามา

รถสีเข้ม เงาแบบเพิ่งล้าง คนขับลงมาเปิดประตูให้ด้วย

โอเค อันนี้เริ่มดีแล้ว

คนที่ลงจากรถเป็นผู้ชายสูงกว่าค่าเฉลี่ยนิดหน่อย หน้าตาใช้ได้ เสื้อเรียบร้อย ทรงผมเรียบร้อย รองเท้าเรียบร้อย ทุกอย่างดูตั้งใจเกินกว่าจะเรียกว่า “บังเอิญดูดี”

ที่สำคัญคือมันลงจากรถด้วยท่าทางแบบคนที่เชื่อว่าตัวเองควรลงจากรถในลักษณะนี้

มองแล้วหลุดยิ้มเลย

“ใครวะ” คนข้างๆ กูพึมพำ

“ของหายาก” กูตอบ

มันยืนมองอาคารเรียนอยู่พักหนึ่ง ไม่เหมือนเด็กใหม่กำลังหาห้อง แต่เหมือนคนมารับช่วงต่อภารกิจระดับจักรวาล

แล้วมันก็เดิน

หลังตรง หน้านิ่ง ไม่รีบ แต่ทุกก้าวดูเหมือนผ่านการอนุมัติจากส่วนกลางมาเรียบร้อยแล้ว

ถ้าเรื่องจบแค่ว่าเป็นเด็กใหม่บ้านรวย หน้าดี นิสัยนิ่ง กูก็คงมองพอขำแล้วเลิกสนใจ

ปัญหาคือมันเปิดปาก

ครูเวรเรียกถามอะไรสักอย่างตรงหน้าอาคาร มันหยุด เงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง แล้วตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพที่ฟังเหมือนกำลังแถลงนโยบาย

“ผมมาประจำการวันแรกครับ”

กูสำลักนมเปรี้ยวทันที

เด็กแถวนั้นเงียบไปหนึ่งจังหวะ ก่อนเสียงกระซิบจะเริ่มดังขึ้นพร้อมกันตามธรรมชาติของมนุษย์เวลาได้กลิ่นความเพี้ยน

“มันพูดว่าไรวะ”

“ประจำการ?”

“เหี้ย เอาจริงดิ”

“หล่ออยู่ แต่แปลกฉิบหาย”

กูหัวเราะออกมา ไม่ดังมาก แต่พอให้ตัวเองรู้ว่าวันนี้ไม่เสียเที่ยว

เด็กใหม่นั่นเหมือนไม่ได้ยิน หรือได้ยินแต่เลือกไม่รับรู้ มันพยักหน้าให้ครูอย่างมีพิธี แล้วเดินต่อด้วยสีหน้าเดิม ราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรผิดปกติเลยแม้แต่นิดเดียว

อาการหนักแบบมีคุณภาพ

หลังจากนั้นทั้งเช้ากูเห็นมันอยู่เรื่อยๆ

เดินผ่านตึก ยืนดูบอร์ด มองสนาม แล้วก็มองคน

โดยเฉพาะอย่างหลัง มันไม่ได้มองแบบเด็กใหม่หาเพื่อน แต่มองเหมือนกำลังคัดเลือก

ตรงนี้แหละที่เริ่มอร่อยจริง

ตอนพักกลางวัน มันยืนอยู่ใต้ต้นไม้ข้างโรงอาหาร มือหนึ่งถือแท็บเล็ต อีกมือแตะหน้าจอ สีหน้าจริงจังสวนทางกับเด็กสองคนที่กำลังจะแตกหักกันเพราะลูกชิ้นไม้สุดท้าย

มันเงยหน้ามองคนเดินผ่านทีละกลุ่ม

ก้มลงจดอะไรบางอย่าง

แล้วเงยขึ้นมามองใหม่

ยืนดูอยู่พักหนึ่ง กูก็คิดว่าถ้าไม่เดินเข้าไปตอนนี้ ชีวิตคงเสียโอกาสทางบันเทิงอย่างร้ายแรง

เลยถือแก้วน้ำเดินตรงเข้าไป

“หาอะไรอยู่”

มันเงยหน้าขึ้นทันที สายตาคมใช้ได้ แต่มีแววตกใจนิดหนึ่งแบบคนไม่คิดว่าจะโดนทักโต้งๆ

“ขออภัยครับ?”

“มองคนเหมือน HR โลกคู่ขนานอยู่ได้ตั้งนาน” กูยิ้ม “หาอะไรอยู่”

มันนิ่งไปสองวิ เหมือนกำลังประเมินว่าควรตอบความจริงระดับไหน

สุดท้ายก็ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพเหมือนเดิม

“กำลังประเมินองค์ประกอบขั้นต้นครับ”

กูเม้มปาก กลั้นขำแทบตาย

“มึงชื่ออะไรเนี่ย”

มันชะงักนิดหนึ่ง เหมือนไม่แน่ใจว่าควรรับคำว่า “มึง” ยังไง แต่ก็ยังตอบดีอยู่

“รชานนท์”

“อ๋อ” กูพยักหน้า “ชื่อดีว่ะ เหมาะกับอาการ”

มันหรี่ตาลงนิดหนึ่งแบบคนไม่เห็นด้วย แต่ยังรักษาฟอร์มอยู่

โคตรน่าสนุก

“แล้วมึงกำลังประเมินองค์ประกอบขั้นต้นเพื่ออะไร”

มันลังเลแป๊บเดียว ก่อนยื่นแท็บเล็ตมาให้ดู

“เพื่อจัดตั้งทีมครับ”

กูก้มมองหน้าจอ

ในนั้นเป็นโน้ตที่แบ่งหัวข้อไว้อย่างจริงจัง

ขั้นต่ำ 5 คน

ต้องมี: สีแดง / สีน้ำเงิน

ที่เหลือ: สี ? พิจารณาตามความเหมาะสมของสมาชิก

อ่านจบแล้วกูเงยหน้ามองมันช้าๆ

โอเค อันนี้ไม่ใช่แค่ดีแล้ว

อันนี้แม่งของหายาก

“เดี๋ยวนะ” กูหัวเราะ “มึงหาสมาชิกทีมด้วยระบบสีเหรอ”

“ไม่ใช่แค่ระบบสี” มันตอบทันที “แต่เป็นโครงสร้างที่ทำให้ภาพรวมสมบูรณ์ที่สุดในขั้นต้น”

กูต้องหันไปขำกับต้นไม้ข้างๆ สองวิ

พอกลับมา มันยังยืนท่าเดิม รอคำตอบอย่างอดทน

“มึงเอาจริงเหรอ”

“ค่อนข้างจริงครับ”

“ค่อนข้างจริงคือจริงดิ”

“ในภาพรวม ใช่ครับ”

โอ๊ย กูชอบฉิบหาย

กูดึงสายกระเป๋าขึ้นไหล่แล้วชี้ตัวเอง

“งั้นกูเข้า”

รชานนท์นิ่งไปจริงๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่คุยกันมา

เหมือนระบบข้างในมันค้าง

“คุณยังไม่ได้ทราบรายละเอียด”

“ไม่เป็นไร กูทราบพอแล้ว” กูยิ้ม “แล้วกูจะเอาสีชมพู”

“...สีชมพู?”

“ใช่ ห้ามใครแย่ง”

มันมองหน้ากูเหมือนกำลังประเมินใหม่อีกรอบ ตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วเหลือบลงไปที่แท็บเล็ต

“ผมยังไม่ได้ระบุสีชมพูไว้ในองค์ประกอบจำเป็น”

“ตอนนี้มีแล้วไง”

“การกำหนดสีควรสัมพันธ์กับบทบาท”

“กูก็มีบทบาท” กูตอบทันที “กูคือชมพู”

มันเงียบไป

เห็นเลยว่ากำลังเถียงกับหลักการในหัวตัวเองอยู่

สุดท้ายมันก็ก้มลงพิมพ์อะไรบางอย่างในแท็บเล็ต สีหน้าเหมือนคนจำใจรับข้อเสนอที่ยังไม่ผ่านคณะกรรมการแต่ปฏิเสธไม่ได้

กูชะเง้อดู

ชมพู — อยู่ระหว่างประเมิน

“ได้ไงวะ” กูทักทันที “ไม่ใช่อยู่ระหว่างประเมินสิ รับทราบเลย”

มันเงยหน้ามามอง

“ต้องมีการประเมินขั้นต้นก่อน”

“กูสวย คุยเก่ง ไหวพริบดี บันเทิง มีประโยชน์อีกต่างหาก จะประเมินอะไรอีก”

“คุณตัดสินตัวเองเร็วเกินไป”

“แต่มึงตัดสินคนอื่นจากการยืนมองอยู่ครึ่งวัน”

ประโยคนั้นทำให้มันเงียบไปนิดหนึ่ง

โอ้โห ติดด้วย

รชานนท์ไอเบาๆ แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงให้เป็นทางการขึ้น ซึ่งสำหรับมันคืออาการเสียหลักชัดๆ

“การสังเกตการณ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดหา ไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมด”

“โอเค งั้นสรุปใหม่” กูยื่นหน้าเข้าไปใกล้แท็บเล็ตแล้วชี้บรรทัดเดิม “พิม สีชมพู รับทราบ”

“คุณชื่อพิม?”

“อือ”

มันพิมพ์เพิ่มอย่างเชื่องช้า

พิม / ชมพู — รับไว้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

กูหัวเราะดังลั่นตรงนั้นเลย

“มึงแม่งดีว่ะ”

รชานนท์ขมวดคิ้วนิดหนึ่ง

“ผมไม่แน่ใจว่านั่นเป็นคำชมประเภทใด”

“เป็นคำชมที่ดีมาก” กูตอบ “เดี๋ยวกูช่วยมึงหาสีอื่นเอง”

“คุณไม่จำเป็นต้อง—”

“จำเป็นสิ” กูรีบตัด “กูเข้าไปแล้วไง”

“ผมยังไม่ได้ยืนยันการรับคุณเข้าทีม”

“ไม่เป็นไร กูยืนยันเอง”

มันมองหน้ากูแบบคนที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียการควบคุมในเรื่องที่ออกแบบมาเอง

แล้วนั่นแหละ จุดที่กูรู้เลยว่าเลือกถูก

เพราะถ้าโลกนี้มีคนที่ลงจากรถหรูมาเปิดภารกิจลับหน้าโรงเรียน พร้อมแท็บเล็ตที่เขียนว่าต้องมีสีแดงกับสีน้ำเงินเป็นองค์ประกอบจำเป็นจริงๆ

กูก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เดินตามไปดูว่ามันจะพังตรงไหน

และถ้ามันไม่พัง

ก็ยิ่งน่าสนุกใหญ่

ความคิดเห็น

1 คอมเมนต์

เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้

ไปหน้าเข้าสู่ระบบ
A
adminAdmin

1 ส.ค. 2569 19:21

เอ้า อ่านมาตั้งนาน เจ้าของคำว่า กู ดันเป็นผู้หญิงซะงั้น 555555