[ อารัมภบท ]
โลกที่แสนคุ้นเคย II
28 เดือนที่ 3 ปีศักราช 2017
ณ ห้องสอบสัมภาษณ์ โครงการโครโนชั่น
ห้องนั้นเงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกา ผนังกรุไม้โอ๊กสีเข้มที่ลงแว็กซ์จนเงาวาว แสงแดดยามสายส่องเฉียงผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาบนพื้นไม้ นาฬิกาตั้งพื้นที่มุมห้องแกว่งลูกตุ้มทองเหลืองไปมาช้าๆ และบนผนังเหนือโต๊ะยาว ตรารูปกริฟฟอนกางปีกที่แกะสลักไว้ก็จ้องลงมาด้วยดวงตาสีอำพัน
ติ๊ก… ต๊อก… ติ๊ก… ต๊อก…
“คารอส ไลแอม อายุสิบเจ็ดปี เชี่ยวชาญอาวุธระยะไกล ไม่มีประวัติอาชญากรรม”
ผู้คุมสอบเป็นชายสูงวัยเคราสีเทา ดวงตาใจดีอยู่หลังแว่นกรอบบาง เขาไล่นิ้วไปตามแฟ้มประวัติช้าๆ
“ผลสอบวิชาพื้นฐาน เก้าสิบแปดจุดห้าจากร้อย ส่วนเวทวิชา… สามสิบหกจากร้อย”
เขาเงยหน้าขึ้น
“อืม ความรู้พื้นฐานของเธอดีมาก แต่ดูเหมือนเรื่องเวทมนตร์จะมีปัญหานะ”
“แหะๆ พอดีผมใช้เวทไม่ค่อยได้น่ะครับ เลยไม่ค่อยเข้าใจหลักการแปลงอักขระเท่าไหร่”
คำว่า "ไม่ค่อยได้" ยังถือว่าสุภาพเกินไป ความจริงคือเขาร่ายอะไรออกมาไม่ได้เลยสักอย่างตั้งแต่เกิด
“แต่ถึงยังไง เธอก็คงมีความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์มากเลยสินะ”
“เอ่อ… ก็พอได้ครับ แต่คงไม่ได้มากขนาดนั้น”
“อย่าถ่อมตัวนักเลย”
ผู้คุมสอบหยิบปากกาหมึกซึมด้ามไม้มะเกลือขึ้นมา ปลายด้ามหุ้มเงินสลักเป็นรูปกริฟฟอนตัวเล็กๆ ที่ลายเส้นสึกไปตามนิ้วโป้งของคนที่ใช้มันมานานหลายสิบปี เขาเซ็นชื่อลงบนกระดาษสีขาวหนาที่หัวกระดาษพิมพ์ไว้ว่า 'Project Chronosion' แล้วประทับตรารูปกริฟฟอนลงไปข้างๆ
“เรียบร้อย พรุ่งนี้เจอกันที่ห้องประชุมใหญ่ของโรงเรียน”
“อะ… เอ๋???”
คารอสมองกระดาษในมือสลับกับหน้าผู้คุมสอบ
“เท่านี้… เหรอครับ ไม่มีคำถามเลยเหรอ”
“คำถามน่ะ ฉันได้คำตอบที่ต้องการหมดแล้ว ตั้งแต่ก่อนเธอเดินเข้ามา”
ผู้คุมสอบยิ้มบางๆ
คารอสลุกขึ้น โค้งขอบคุณ แล้วเดินไปที่ประตู มือจับลูกบิดไว้แล้วตอนที่เสียงนั้นเรียกเขาไว้
“คารอส”
“ครับ?”
ชายสูงวัยมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง สายตาแบบที่คนเราใช้มองรูปถ่ายเก่าๆ
“…เธอหน้าเหมือนพ่อนะ”
“เอ๋?”
“ไม่มีอะไรหรอก ไปเถอะ ฉันจะรอดูเรื่องราวของเธอนะ”
✦✦✦✦
การสัมภาษณ์จบลง คารอสเดินออกมาจากห้องเพื่อกลับไปเรียนต่อ วันนี้เขาลาไว้แค่ครึ่งวัน
การสัมภาษณ์นั่นไม่มีอะไรเลย ไม่มีแม้แต่คำถามเดียว ราวกับว่าผลถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ทำไมกันนะ?
แล้วคนคนนั้นรู้จักพ่อได้ยังไง?
เดินไปตามทางเดินได้ระยะหนึ่ง เขาก็มองออกไปนอกหน้าต่าง
เมืองแอลอาล์ไฮน์ซึ่งทอดตัวอยู่ข้างล่าง ตึกสูงระฟ้าเรียงรายสลับกับถนนที่ปูด้วยวัสดุแข็งแรงทนทาน รถราวิ่งกันขวักไขว่ บนท้องฟ้ามีบอลลูนยักษ์ลอยกระจายอยู่รอบเมืองราวกับฝูงปลาวาฬที่ว่ายอยู่บนฟ้า และแทรกอยู่ระหว่างตึกสมัยใหม่ ก็มีสิ่งก่อสร้างที่หน้าตาเหมือนคฤหาสน์และปราสาทยุคกลางหลุดออกมาจากนิทาน
ปราสาทพวกนั้นไม่ใช่ที่อยู่ของราชวงศ์หรือขุนนางที่ไหนหรอก
มันคือโรงเรียน
สำหรับคนในโลกนี้ แอลโทเนียคือหนึ่งในประเทศที่เจริญที่สุดของทวีปมู มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และยังศึกษาอนุรักษ์ความรู้เก่าแก่อย่าง "เวทมนตร์" ไว้อย่างดี
แต่ถ้าเอาไปเทียบกับโลกของเรา ปีศักราช 2017 ของที่นี่ ก็ดูไม่ต่างจากช่วงปี ค.ศ. 1960–1990 เท่าไหร่นัก
ส่วนเทคโนโลยีทางการทหาร ยิ่งล้าหลังกว่านั้นมาก ส่วนใหญ่หยุดอยู่แถวปี 1943 แล้วค่อยๆ ถอยหลังลงไปเรื่อยๆ บางประเทศในทวีปยังรบกันด้วยดาบและปืนคาบศิลาด้วยซ้ำ
สาเหตุไม่ได้ซับซ้อนอะไร
โลกนี้มีเวทมนตร์ และโลกนี้ไม่เคยมีสงครามโลก
สงครามใหญ่ครั้งสุดท้ายที่มีบันทึกไว้ คือมหาสงครามศักดิ์สิทธิ์เมื่อสองพันห้าร้อยปีก่อน หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ใครต้องแข่งกันคิดค้นอาวุธที่ฆ่าคนได้ทีละมากๆ
อย่างน้อย ก็จนถึงวันพรุ่งนี้
✦✦✦✦
“เอ๊ะะ!!! ไอ้การสอบโคนาสเนี่ยนะ ที่คัดคนไปเข้าร่วมทดสอบอะไรนั่นน่ะ ไม่ยักกะรู้เลย”
“ชื่อมันคือ Project Chronosion ต่างหากเล่า อีกอย่าง เรื่องที่ว่าจะคัดคนไปทดสอบน่ะ มันก็เขียนไว้ในรายละเอียดก่อนสอบแล้วนะ”
“เดี๋ยวสิ! เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการสอบเลยสักอย่าง แต่ดันสอบผ่านเฉยเลยเนี่ยนะ แล้วฉันล่ะ!?!?”
“โอ๋ๆ อย่าร้องนะพ่อคุณ~ สงสัยนายคงไม่เข้าตากรรมการล่ะสิท่า น่าสงสารเนาะ”
“อย่ามาตอกย้ำนะยัยบ้า! รู้มั้ยว่าฉันพยายามแทบตายกว่าจะผ่านมาถึงรอบสัมภาษณ์ได้!”
“เฮ้อออ… พวกนายนี่นะ”
โถงใหญ่ชั้นล่างเป็นห้องโดมกว้าง เพดานประดับด้วยกระจกสีบานใหญ่ที่เล่าเรื่องมหาสงครามศักดิ์สิทธิ์ไว้เป็นฉากๆ — ผู้กล้าถือดาบเรืองแสงยืนอยู่บนยอดเขา กองทัพปีศาจสีดำหลั่งไหลลงมาจากรอยแยกบนฟ้า แสงแดดที่ส่องผ่านกระจกตกลงบนพื้นหินอ่อนเป็นหย่อมๆ สีแดง น้ำเงิน และทอง
และตรงนั้นเอง คารอสก็เจอต้นตอของเสียงเอะอะที่ได้ยินมาตั้งแต่ปลายทางเดิน
คนสามคนที่เขารู้จักดีเกินไป
เขาพยายามจะเดินเลี่ยงออกไปเงียบๆ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว
“หืม นั่นนายเหรอ คารอส?”
ทั้งสามคนหันมามองชายหนุ่มรูปร่างเพรียวที่ชะงักกึกอยู่กลางโถงพร้อมกัน
“อะ… เฮ้ ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เฮเลน่า”
คารอสยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไป
หญิงสาวที่ทักเขาคือ เฮเลน่า เส้นผมสีขาวที่ปลายไล่เป็นสีน้ำเงินเข้มเข้ากับดวงตาสีฟ้าใส ทายาทของตระกูลจอมเวทที่สืบทอดพลังเวทอันแกร่งกล้ามาหลายชั่วคน คนในโรงเรียนเรียกเธอว่า "แม่สาวจอมเวท" และเธอก็เป็นคนเดียวในกลุ่มที่เขาแอบหลบไม่ค่อยพ้น
“ใช่คารอสจริงด้วย! นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ”
ชายหนุ่มที่เพิ่งถูกตอกย้ำความล้มเหลวไปหมาดๆ คือ อิเนซ ซึ่งดูเหมือนจะลืมความเศร้าของตัวเองไปแล้วในพริบตา
“เหหห คารอสคุงก็มาสอบสัมภาษณ์ด้วยเหรอเนี่ย น่าสนใจไม่เบาเลยน้า~”
ส่วนสาวตัวแสบที่ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนเกินงามคือ ซินเทีย ความสามารถสูงลิบ ถึงบางทีจะบ๊องไปหน่อยก็ตาม
ทั้งสามคนคือเพื่อนของคารอส ถึงจะไม่ได้สนิทกันขนาดตัวติดกัน แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ
“พอดีฉันมาสอบสัมภาษณ์ Project Chronosion น่ะ แหะๆ”
“นายเองก็ผ่านมาถึงรอบนี้เหมือนกันเหรอ สุดยอดไปเลย” เฮเลน่าว่า “แล้วสัมภาษณ์เป็นยังไงบ้าง”
“ก็เกือบไม่รอดนั่นแหละ ฮ่าๆ”
‘จะให้บอกว่าผ่านมาแบบงงๆ โดยไม่โดนถามสักข้อได้ยังไงเล่า!’
“เก่งเอาเรื่องเลยนะเนี่ย คารอสคุง~”
“มีแต่ฉันคนเดียวเหรอที่ไม่ผ่าน…” อิเนซทรุดลงไปอีกรอบ
“อืมมม แต่ว่านะ” ซินเทียเอานิ้วแตะคาง “เจ้าโปรเจกต์โครนัมซั่นนี่มันคืออะไรกันแน่ ใบนัดก็มีแค่วันกับเวลา แถมนัดพรุ่งนี้เลยด้วย จะรีบไปไหนเนี่ย”
“มันชื่อโครโนชั่นโว้ย! เฮเลน่าเพิ่งบอกไปเมื่อกี้ว่ารายละเอียดอยู่ในใบสมัคร คงเป็นการทดสอบแผลงๆ แบบปีที่แล้วอีกนั่นแหละ”
“เรื่องนั้นฉันพอได้ยินมาบ้าง” คารอสว่า “เห็นว่าเป็นการระลึกชาติน่ะ คราวนี้นักวิทยาศาสตร์กับนักเวทเอาจริงเอาจังกันมาก นักประวัติศาสตร์ก็ด้วย ได้ข่าวว่าได้งบวิจัยมหาศาลจากหลายที่เลย”
“ฉันก็ได้ข่าวมาแบบนั้น” เฮเลน่าพยักหน้า “คนของตระกูลบอกว่าจะมีนักข่าวมาถ่ายทอดสดด้วย”
“เหหหห~ น่าสนใจมากเลยนี่นา ชักอยากเห็นอดีตชาติของตัวเองแล้วสิ~”
“นั่นสินะ”
✦✦✦✦
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่ ชายร่างใหญ่คนหนึ่งก็เดินออกมาจากทางเดินฝั่งตรงข้าม พร้อมพรรคพวกอีกสี่ห้าคนที่เดินตามหลังมา
เขาสูงกว่าทุกคนในโถงเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ รูปร่างกำยำแต่สง่า หน้าตาหล่อเหลา สูทที่ตัดเย็บมาอย่างดีบอกฐานะทางสังคมได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพูดสักคำ กระดุมเงินที่ข้อมือสลักตราประจำตระกูลไว้ ตราที่ครั้งหนึ่งเคยแขวนอยู่ในห้องประชุมของสภาแห่งรัฐ และวันนี้เหลือแค่บนกระดุมเสื้อ
เฮกเตอร์
ลูกชายของ "อดีต" ตระกูลขุนนางที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุด โดดเด่นที่สุด และฉลาดหลักแหลมที่สุดในแอลโทเนีย
เฮกเตอร์สังเกตเห็นคารอสก่อนที่คารอสจะทันได้หลบ และเขาก็เดินตรงเข้ามา
“คารอสอย่างงั้นเหรอ ไม่คิดเลยนะว่าจะเจอแกที่นี่”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความดูถูก
“อา ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเจอนายเหมือนกัน”
“หึ เวทมนตร์แกยังใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่กลับสอบผ่านโครงการระดับนี้เนี่ยนะ อย่ามาโม้ให้ขำเลย”
คารอสไม่ได้ตอบอะไร
“เฮกเตอร์” เฮเลน่าก้าวออกมาข้างหน้า “คนที่สอบไม่ผ่านอย่างนาย อย่ามาพูดเลยดีกว่า”
“โฮ่ ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะยืนอยู่ข้างคนไร้เวทมนตร์ แม่สาวจอมเวท”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนผิดหวังจริงๆ
บรรยากาศเริ่มตึงเครียด คนรอบๆ โถงเริ่มซุบซิบกัน บ้างก็ว่ามีอันธพาลเข้ามาก่อกวนผู้สมัคร บ้างก็ว่าเด็กไร้เวทคนนั้นคงยัดเงินใต้โต๊ะ เฮกเตอร์เห็นอย่างนั้นก็พูดตัดบท
“ชิ… เอาเถอะคารอส ฉันจะตั้งตารอดูเลยว่า 'สวะ' ไร้เวทมนตร์อย่างแก ชาติก่อนเคยเป็นอะไรมา”
“ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นหมาไม่ก็คนพิการล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ”
“ไม่แน่นะ ชาติก่อนมันอาจจะไม่ใช่คนด้วยซ้ำ อุ๊ฟ!”
พรรคพวกของเขาหัวเราะกันลั่น แต่คารอสยังเงียบ ไม่โต้ตอบอะไรสักคำ
เฮกเตอร์ขมวดคิ้ว ดูหงุดหงิดที่ยุไม่ขึ้น
“เหอะ ขอให้แกโชคดีกับอดีตในวันพรุ่งนี้ของแกล่ะ คารอส”
เขาหันหลังกลับ
แต่ในเสี้ยววินาทีก่อนจะหันไป คารอสเห็นแววตาของเฮกเตอร์ชัดเจน
มันไม่ใช่ความเกลียด
มันดูเหมือนความกลัว… หรือไม่ก็อะไรบางอย่างที่ใกล้เคียงกับความเสียใจ
แล้วกลุ่มของเฮกเตอร์ก็เดินจากไป
“อะไรทำให้หมอนั่นเปลี่ยนไปขนาดนั้นกันนะ…” อิเนซพึมพำ
“เฮ้อ ช่างมันเถอะ ยังไงก็ผ่านไปแล้ว อีกอย่างฉันต้องกลับไปเรียนต่อ ขอตัวก่อนนะ”
“นั่นสิ ฉันเองก็มีเรียนต่อเหมือนกัน โชคดีนะคารอส”
“พอดีวันนี้ฉันลาทั้งวัน” เฮเลน่าว่า “กะจะชวนซินเทียไปกินไอศกรีมแถวนี้สักหน่อย ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”
“โธ่ ไปกันแค่สองคนเองเหรอ ไม่สนุกเลย~”
ทั้งสี่คนแยกย้ายกันไป มีเพียงคารอสที่เดินคิดไปตลอดทาง
ตอนเด็กๆ เขากับเฮกเตอร์เคยวิ่งเล่นด้วยกันในสวนแอปเปิลหลังคฤหาสน์ของตระกูลนั้นแทบทุกสุดสัปดาห์ เขายังจำกลิ่นดอกแอปเปิลที่บานพร้อมกันทั้งสวนได้ และจำภาพผู้ใหญ่สองคนในเสื้อกาวน์ที่นั่งคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ที่สุดในสวนได้ ตอนที่พ่อของทั้งสองคนยังทำงานด้วยกัน
ตอนที่พ่อของเขายังอยู่
และก่อนที่พ่อของเฮกเตอร์จะถูกพาตัวไปเมื่อห้าปีก่อน
‘เราสองคน… เปลี่ยนไปขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ’
✦✦✦✦
บ้านของตระกูลไลแอม
“ห๊าาาา!!!?? พี่เนี่ยนะ สอบผ่าน Project Chronosion???”
“ไอ้ที่พี่สอบได้มันแปลกขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ก็แหงสิ! เขาคัดเอาเฉพาะคนที่ความรู้ความสามารถระดับหัวกะทิเลยนะ!”
“พี่ว่าก็คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง เห็นพวกดาวเด่นที่โรงเรียนยังสอบผ่านกันเลย”
“ก็พวกนั้นเป็นดาวเด่นไงคะ!”
รินถอนหายใจยาว แล้วทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะกินข้าว บนประตูตู้เย็นข้างหลังเธอมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กแปะอยู่ ซึ่งเป็นลายมือของแม่
'ยินดีด้วยนะลูก กับข้าวอยู่ในหม้อ อุ่นก่อนกินนะ — แม่'
“เฮ้อ เอาเถอะ ยังไงการทดสอบก็เริ่มพรุ่งนี้แล้ว เรื่องสถานที่ทีมกรรมการนักเรียนจัดไว้ให้หมดแล้วล่ะ เหลือแค่…”
เธอเงียบไป
“มีอะไรเหรอ”
“…พี่ไปโดนพวกนั้นเล่นงานอีกแล้วใช่มั้ย หนูได้ยินพวกตึกนักปราชญ์คุยกันน่ะ”
“…”
“ไม่หรอกน่า แค่เจอหน้ากันเฉยๆ ไม่ได้มีเรื่องอะไร อย่าคิดมากเลยริน”
“หนูก็แค่กังวลน่ะ…” รินก้มหน้าลงมองมือตัวเอง “ถ้าเกิดว่า… อดีตชาติของพี่มันเป็นอะไรที่เลวร้ายล่ะ… คนทั้งประเทศจะได้เห็นหมดเลยนะ”
คารอสเห็นสีหน้าของน้องสาว แล้วก็เอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบาๆ
“ไม่เป็นไรหรอก อดีตยังไงก็เป็นแค่อดีตแหละน่า”
“พี่นี่ก็! เป็นแบบนี้ซะทุกเรื่องเลย…”
เธอปัดมือเขาออก แต่ไม่ได้ปัดแรงเท่าไหร่
“งั้นหนูไปนอนละ พรุ่งนี้มีนัดตั้งแต่ฟ้าสาง ฝันดีนะคะ”
“อื้ม ฝันดีนะ”
✦✦✦✦
หลังจากรินเข้าห้องไปได้สักพัก คารอสก็เข้าห้องตัวเองตามไป แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงทั้งชุดนักเรียน ไม่สนอะไรทั้งนั้น เรียกได้ว่าหมดสภาพ
แต่ก็…
เขายกมือขึ้นมา ชูไว้เหนือลำตัว
มือที่ไม่เคยร่ายเวทได้
มือที่ถือปืนในชมรมยิงเป้าของโรงเรียนได้นิ่งจนโค้ชยัง.งง
มือที่เมื่อเช้า ยังรู้สึกถึงความเย็นของหิมะที่ไม่เคยแตะ
‘อดีตชาติ… ชาติที่แล้วของฉันอย่างนั้นเหรอ’
‘หน้าตาของมันจะเป็นยังไงกันนะ… สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับฉันน่ะ’
❖❖❖❖❖❖❖
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ