ตอนที่ 3
เปรตหิว
ลมราตรีโบกโบยลอดไรไม้ส่งเสียงหวีดหวิว ร่างนั้นยังคงตระหง่านอยู่ ณ ที่เดิม... สูงท่วมจนศีรษะเกือบจรดคานบ้าน แขนเรียวยาวเก้งก้างเหยียดห้อยลงมาถึงหัวเข่า ผิวหนังดำคล้ำแห้งแตกระแหงเหมือนซากศพตากแดดจนไหม้เกรียม มันดูคลุ้มคลั่งและเกรี้ยวกราด
ถึงแม้ความหวาดกลัวจะกัดกินใจเพียงใด เนตรดาวก็ยังจ้องมองมันไม่วางตา ในหัวกลับคิดไปถึงความโชคดีมหาศาล ที่เธอกลับได้เห็นสิ่งที่คนโบราณร่ำลือว่ามีอยู่จริงด้วยตาตัวเองเสียที เธอเผลอยังจินตนาการไปไกลว่า หากจับไอ้ตัวนี้ได้แล้วส่งขายให้สหรัฐ คงจะมีโครงการแอเรีย 52 เกิดขึ้นที่เมืองไทยเป็นแน่
หญิงสาวหรี่ตาพลางพิจารณาสิ่งประหลาดตรงหน้าพร้อมเริ่มคำนวณเงินมหาศาลที่จะได้รับอย่างสุขสมใจ
ในตอนนั้นเอง ร่างดำนั้นค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้ามาทางหน้าต่างไม้เก่า
เอี๊ยดดด…
ไม้หน้าต่างลั่นเหมือนกำลังจะหลุด
“เชี่ย…” เนตรมณีถอยกรูด หลุดจากภวังค์ความคิดหัวการค้าทันที
เสียงระบบดังขึ้นในหัว
[คำเตือน]
ตรวจพบสิ่งผิดปกติระดับอันตราย
วิญญาณอาฆาตประเภท : “เปรตหิว”
ระดับภัยคุกคาม : สูง
คำแนะนำ : วิ่งหนีทันที
“หนีไปไหนล่ะ หนีในบ้านตัวเองเนี่ยนะ!” เธอสบถทันทีใส่ระบบลั่น
ก่อนจะนึกขึ้นได้
“ยายใจ…”
ยัยแก่นั่นปล่อยของใส่เธอแน่! ทันทีที่ได้คัมภีร์ของอาจารย์คงไป อีกฝ่ายก็คงร้อนวิชา รีบปล่อยเปรตมาเล่นงานบ้านหลังนี้เพื่อถอนรากถอนโคนทันที
“โธ่เว้ย! โง่ฉิบหายเลยเรา” เนตรดาวสบถอย่างหัวเสีย
“ถ้ารู้ว่าไอ้หนังสือเน่าๆ นั่นมันสำคัญขนาดคุมเปรตได้แบบนี้ ไม่มีทางยอมยกให้ไปง่ายๆ หรอก... ฝากไว้ก่อนเถอะ ที่รู้ๆ คืนนี้ต้องรอดไปให้ได้ก่อน!”
เธอกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความแค้นที่ถูกหักหลังจนเสียเหลี่ยม
ด้านนอก
เปรตเริ่มส่งเสียงร้อง
“หวีดดดดดดดดดด”
เสียงนั้นแหลมสูง ฟังแล้วขนลุกจนหนังหัวชา
เจ้าจุกกับเจ้าแก้ววิ่งหน้าตั้งกลับขึ้นมาจากครัว เจ้าจุกยังกำทัพพีไม้สำหรับคนข้าวไว้แน่นเหมือนเป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียวที่มี ทั้งสองหน้าตื่นจนซีดเผือดเมื่อเห็นพี่สาวกำลังยืนประจันหน้ากับร่างสูงที่หน้าต่าง
“พี่มณี!” จุกเรียกเสียงสั่น
“กรี๊ดดด!!” เจ้าแก้วกรีดร้องสุดเสียงเมื่อใบหน้าเละเทะของเปรตพยายามจะมุดแทรกผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในตัวเรือน
เนตรดาวรีบคว้าตัวเด็กทั้งคู่มาหลบข้างหลังทันที “เงียบ! อย่าส่งเสียงดัง!”
ใบหน้าสยดสยองนั่นพยายามยื่นเข้ามาใกล้ กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงเหมือนซากศพแช่น้ำโชยเข้ามากระแทกจมูกจนชวนอาเจียน
เจ้าแก้วร้องไห้โฮจนแทบสิ้นสติ “มันจะกินพวกเราไหม... มันจะกินเราแล้วใช่ไหมจ๊ะ”
“มันจะกินพวกเธอเข้าไปได้ยังไง ปากเท่ารูเข็มแค่นั้นน่ะ” เนตรดาวตวาดดึงสติ “เลิกร้องไห้แสดงความอ่อนแอแล้วตั้งสติเข้าใจไหม”
เธอเรียกขวัญทุกคนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและคำด่าตรงไปตรงมา ไม่ต่างอะไรกับตอนที่เธอกำลังเคี่ยวเข็ญลูกน้องในบริษัทเวลาเจอปัญหาวิกฤตเลยสักนิด โดยลืมไปเลยว่านั่นคือเด็กแค่8ขวบ
เนตรดาวหันขวับไปจ้องตู้ไม้สักของอาจารย์คง สมองเริ่มประมวลผลด้วยความเร็วสูง
มันต้องมีของดีอะไรหลงเหลืออยู่บ้างสิ...
เธอพุ่งตัวไปรื้อค้นในตู้ทันที ข้าวของด้านในวางระเกะระกะ ทั้งแผ่นยันต์เก่าคร่ำครึ สมุนไพรแห้งกรัง มีดหมอ ไปจนถึงกะโหลกสัตว์รูปร่างประหลาด
“มีแต่ของอะไรก็ไม่รู้... แล้วมันใช้ยังไงล่ะจ๊ะอาจารย์ปู่จอมขมังเวทย์” เธอบ่นพึมพำขณะหยิบของแต่ละชิ้นขึ้นมาพลิกดูด้วยความร้อนรน
ปัญหาใหญ่ที่สุดตอนนี้คือ... เธอไม่รู้จักของพวกนี้เลยสักอย่างเดียว!
โครม!
บานหน้าต่างไม้ทนแรงกระแทกของเปรตผู้หิวโหยไม่ไหวจนหลุดกระเด็น ใบหน้าสยดสยองนั่นมุดซุกเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที แทนที่เนตรดาวจะหวาดกลัวจนสติหลุด ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมากลับกลายเป็นความเดือดดาล... บานหน้าต่างพัง นั่นหมายถึงทรัพย์สินเสียหาย และไอ้ผีตัวสูงโย่งนี่มันจะมีปัญญามาชดใช้อย่างไร!
“ไอ้ผีเวร! แกจะหาเงินที่ไหนมาชดใช้ค่าเสียหายห่ะ!” เนตรดาวแผดเสียงด่าพลางรื้อค้นของวิเศษต่ออย่างเหลืออด “อย่าให้จับได้นะแม่จะเอาไปแร่ขายโชว์ตามงานวัดซะให้เข็ด!”
เสียงระบบเด้งขึ้นตรงหน้าเธอทันที
[ภารกิจฉุกเฉิน]
เอาชีวิตรอดจาก “เปรตหิว”
เงื่อนไข : สะกดวิญญาณให้สำเร็จ
รางวัล : ยันต์สะกดวิญญาณระดับต่ำ
เนตรมณีแทบกรี๊ด
“จะให้ของวิเศษตอนจบเพื่อ! แล้วจะให้ฉันทำยังไง ใช้มือเปล่าไปต่อยกับผีเหรอ?!”
เนตรดาวระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเหลืออด เธอรื้อข้าวของในตู้จนกระจัดกระจายไปทั่วเรือน เจ้าจุกกับเจ้าแก้วได้แต่กอดกันตัวกลมด้วยความหวาดกลัว ทั้งกลัวเปรตที่อยู่นอกหน้าต่าง และกลัวพี่สาวที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่เหลือเค้าเนตรมณีผู้แสนอ่อนโยนคนเดิมเลยสักนิด
ตึง... ตึง... ตึง...
หญิงสาวเดินวนไปมา ก่อนจะกวาดตามองรอบห้องด้วยความรวดเร็ว สมองเริ่มประมวลผลตามสัญชาตญาณเกมเมอร์
ถ้าเป็นเกม ทุกอย่างต้องมี ‘กลไก’...
เปรตคือผีที่หิวโหยตลอดเวลา สิ่งที่มันต้องการที่สุดคืออาหาร... ใช่ อาหาร!
สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ถุงข้าวสารที่ได้มาจากยายใจ ดวงตาพลันวาวโรจน์ขึ้นมาเหมือนได้ไอเดียเด็ด ถึงจะไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ต้องเสี่ยงดู
“เจ้าจุก!”
“ห... หา?”
“ถ้าพี่นับหนึ่งถึงสาม เปิดประตูให้พี่ที พี่จะลงไปข้างล่าง”
“พี่จะทำอะไรน่ะ” เจ้าจุกถามเสียงหลง
“ในเมื่อมันหิว พี่ก็จะลงไปให้อาหารมันเองไง”
เด็กทั้งสองมองหน้ากันอย่างงงงวย แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี ทันทีที่ประตูถูกผลักออก เนตรดาวก็คว้าถุงข้าวสารวิ่งถลาลงบันไดบ้านไปทันที เธอโบกไม้โบกมือพลางแผดเสียงเรียกเจ้าผีร่างยักษ์อย่างท้าทาย
“เฮ้ย! ไอ้ปากรูเข็ม มานี่มา!”
เปรตหันมาทางร่างของเนตรมณี ซึ่งบัดนี้ ลงไปโบกมืออยู่ด้านล่างตำหนักเรือนไทย
หญิงสาวได้เห็นตำหนักเรือนไทยของอาจาร์ยปู่ด้านนอกเต็มตาก็ตอนนี้…
ตำหนักเรือนไทยยกพื้นสูงของอาจารย์คงตั้งตระหง่านอยู่กลางลานกว้าง มันไม่ใช่เรือนไม้ธรรมดา แต่เป็นเรือนหมู่ขนาดใหญ่ที่ใช้ไม้สักทองเนื้อดีทั้งหลัง ตัวเรือนดูเข้มขลังขึ้นเมื่อสะท้อนแสงจันทร์จางๆ
ใต้ถุนเรือนยกสูงทิ้งระยะห่างจากพื้นดินจนโปร่งโล่ง เสาเรือนแต่ละต้นมีขนาดใหญ่เท่าสองคนโอบ ทุกลงอักขระเลขยันต์สีทองจางๆ เพื่อสะกดสิ่งชั่วร้ายไม่ให้กล้ำกราย บันไดไม้ขนาดกว้างทอดตัวยาวขึ้นสู่ชานเรือนที่โอ่อ่า ราวกับเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างโลกคนเป็นและโลกคนตาย
เธอเองเป็นทายาทคนโต ก็ต้องได้มรดกนี้สิ อ่าาาา ถึงจะดูเก่าไปนิด แต่ถ้ารีโนเวทหน่อยแล้วปล่อยขาย คงจะได้ราคา….. เฮ้ยยยย!!! เธอสะบัดความคิดนั่นออกไปทันที จะบ้าหรือไงนี่มันหน้าสิ่วหน้าขวาน จะมัวมาประเมินอสังหาริมทรัพย์ได้ยังไง!!!!!!
น้ำลายดำๆของเปรต ไหลออกจากปากรูเข็ม ดวงตาคู่โตที่ถลนออกมาข้างนอก มันเยิ้มไปด้วยน้ำเลือดน้ำหนองที่หยดแหมะลงบนพื้น... ไร้ซึ่งแววตาของสิ่งมีชีวิต มีเพียงความกระหายที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวสั่นสะเทือน
เนตรมณียกถุงข้าวขึ้น ก่อนโปรยข้าวสารใส่ตามพื้นทันที
“มาเร็วไอ้หนู มากินข้าวเร็ววว” เธอเตาะเสียงเหมือนเรียกหมาที่บ้าน
เม็ดข้าวกระจายเต็มพื้นไม้
เปรตชะงัก…
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที!!! มันพุ่งเข้าใส่พื้นทันทีด้วยความเร็ว ใช้มือยาวๆ ตะกุยข้าวอย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวกระโดดออกจากพื้นที่ มองมันพยายามกินข้าวอย่างชอบใจ
มันหิว แต่ปากของมันเล็กเกินไป ทำยังไงก็ก็กินไม่ได้ เม็ดข้าวร่วงหล่นออกมาตลอดเวลา
“ฮ่า…”
เนตรมณียิ้มมุมปากทันที ได้ผล…
เปรตเริ่มคลุ้มคลั่งจัด มันเอาหัวโขกพื้นดัง ปัง! ปัง! จนพื้นดินสะเทือน ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหน มันก็ไม่สามารถหยิบอาหารที่พื้นได้เลย เสียงร้องโหยหวนดังไปทั่วบริเวณโดยรอบ อาจจะทั้งหมู่บ้านที่ได้ยินเสียง แต่ไม่มีใครกล้าออกมาดูหรือช่วยเหลือสักคน ในภาวะแบบนี้ ทุกคนต่างต้องเอาตัวให้รอด ด้วยการดับไฟและอยู่ให้เงียบที่สุดในบ้าน
เจ้าจุกกับเจ้าแก้วตัวสั่นกอดกันแน่น
ส่วนเนตรมณี ยังคงเดินโปรยข้าวต่อ ตอนนี้ความกลัวของหล่อนหมดไปอย่างสิ้นเชิง มันเป็นอะไรใหม่ๆที่ทำให้หล่อนได้ท้าทาย เหมือนตอนที่หล่อนกำลังจะผ่านเกม ในด่านต่างๆ
“อยากกินนักใช่ไหม กินสิ! กินให้อิ่ม”เธอพูดพลางหัวเราะชอบใจ
น้องทั้งสอง ที่ยืนให้กำลังใจพี่อยู่ด้านบนตำหนักเรือนไทย อ้าปากค้าง
“นั่นมันใช่พี่มณีของเราจริงๆเหรอพี่จุก ทำไมถึงดูใจร้ายขนาดนั้น” เจ้าแก้วเอ่ยกอดพี่ชายแน่น เธอมองตาปริบๆไปที่ร่างของเนตรมณี หล่อนกำลังสนุกกับการต่อสู้กับเปรต
เจ้าจุกพยักหน้า
“พี่มณี ตอนนี้เหมือนอาจารย์ปู่ตอนกำลังปราบผีเลย แต่ว่า… อาจาร์ยปู่ไม่ดูน่ากลัวขนาดนี้…”
คำว่าน่ากลัว ที่เด็กๆหมายถึง คือดวงตาและความอยากเอาชนะเต็มเปี่ยมของเนตรมณี มันทรงพลังจนคล้ายกับมีออร่าของความอำมหิตออกมาจากตัวของเนตรมณีในขณะนี้
การปราบผี ของนักปราบผีแต่ละคน ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความไม่ประมาทกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่เนตรมณีทำตอนนี้ แตกต่างจากทุกคน หล่อนไม่ได้คิดว่านี่คือสิ่งอันตราย แต่เป็นสิ่งที่หล่อนควบคุมได้ หล่อนคิดว่า ไม่มีอะไรในโลกที่หล่อนจะแพ้ และนั่นคือจุดแข็งของเธอ
เม็ดข้าวตกเกลื่อนทั่วพื้น เปรตเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ร่างสูงโย่งสั่นไหวจนเกือบจะล้มลงกับพื้น
เสียงระบบดังขึ้นทันที
[ตรวจพบ : เป้าหมายอ่อนแอลง]
ใช้ยันต์สะกดวิญญาณหรือไม่?
ใช่ / ไม่
เนตรมณีแทบหลุดด่า
“จะถามเพื่อ!! เอามาสิ!”
ทันใดนั้น
แสงสีเหลืองวาบขึ้นตรงหน้า ยันต์แผ่นหนึ่งปรากฏในมือเธอ
กระดาษสีเหลือง มีอักขระสะกดวิญญาณเขียนอยู่เต็มแผ่น และแปลกมาก ทั้งที่เธอไม่เคยใช้ของแบบนี้ แต่ร่างกายกลับ “รู้เองว่าต้องใช้ยังไง” เหมือนสัญชาตญาณของเนตรมณีตัวจริงยังหลงเหลืออยู่
เปรตเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตามันแดงจัด
“หิววววว!!!”
มันพุ่งเข้าใส่เธอด้วยความเร็ว
เจ้าแก้วกรีดร้องลั่น
“พี่มณีระวังนะ!!”
เนตรมณีไม่หนี เธอยิ้มมุมปาก ดวงตาจับจ้องไปยังร่างสูงที่พุ่งเข้ามา และกระโจนเข้าไปหาเปรตตรงๆ ถ้าหากว่าหยุดภาพกีฬามันส์ๆนั้นได้ คงได้เห็นมุมองศาการกระโดดเข้าปะทะ ระหว่างเปรตผู้หิวโหยและสาวปราบผีในค่ำคืนจันทร์ดับนี้
เธอแปะยันต์ลงกลางหน้าผากมันเต็มแรง! ก่อนจะกระโดดตัวหลับไปอีกด้าน
ฉึก!
เปรตชะงักทันที
ร่างมหึมาหยุดนิ่งเหมือนเวลาโดนหยุด อักขระบนยันต์เรืองแสงสว่างวาบราวกับติดไฟได้ จากนั้น
“หวีดดดดดดดดดดดดด!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่น ร่างเปรตเริ่มแตกสลายเป็นควันดำ แขนยาวๆ บิดผิดรูป ก่อนทั้งร่างจะระเบิดเป็นเถ้าถ่านปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา
เงียบ
ทุกอย่างกลับมาเงียบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของเนตรมณี
“…ชนะแล้ว?”เนตรมณี ยืนมองควันเถ้าถ่านสีดำที่สลายไปตรงหน้าอย่างพอใจ
ทันทีที่พูดจบ ภาพตรงหน้าก็มืดวูบ ร่างเธอทรุดลงกับพื้นทันที
“พี่มณี!”
เจ้าจุกกับเจ้าแก้วร้องเรียกพี่สาวพร้อมกัน ก่อนจะรีบวิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว เข้ามาพยุงร่างพี่สาว
เนตรมณีมึนหัว เหมือนกำลังจะอาเจียน หล่อนชันตัวลุกขึ้นโดยมีน้องๆพยุงไปนั่งที่แคร่ใต้เรือนไทย
“ร่างนี้อ่อนแอเกินไป แค่ปราบเปรตง่อยๆตัวเดียวก็แทบตายแล้ว” เนตรดาวในร่างเนตรมณีต่อว่าตัวเอง
เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง
ภารกิจสำเร็จ
รางวัล : เงินระบบ 5000 แต้ม
อาหารและน้ำสะอาดระดับพื้นฐาน
โบนัส : ยันต์สะกดวิญญาณ x3 ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้น
ผู้เล่นเริ่มต้นเส้นทาง “นักปราบผี เลเวล1”
แสงวาบขึ้นตรงหน้า จากนั้น ปรากฏถุงอาหาร ขวดน้ำ และเงินจำนวนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนพื้น
เจ้าจุกอ้าปากค้าง
“ของพวกนี้มาจากไหน นี่พี่…เสกของได้เหรอ”
เจ้าแก้วตาโตไม่แพ้กัน
“นะ…นี่มันวิชาอาจารย์ปู่เหรอ…”
เนตรมณียิ้มเหนื่อยๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ไหนๆมันก็เป็นเรื่องไสยศาสตร์แล้ว ก็ยกความดีความชอบให้เป็นของอาจารย์ปู่ไปแล้วกัน
“ประมาณนั้น…”
เจ้าจุกกลับมองที่พื้นด้วยสีหน้าเสียดาย
“แต่ข้าวสารตั้งเยอะที่พื้น เราคงกินไม่ได้แล้ว” เขามองเม็ดข้าวที่กระจายเกลื่อนพื้นอย่างเศร้าๆ
“ข้าวพวกนี้ พวกเราเอาไว้กินได้หลายวันเลยนะ…”เจ้าแก้วเสริม
เนตรมณีนิ่งไปนิด ก่อนหัวเราะหึเบาๆ
“ถือว่า เป็นทรัพยากรที่เราต้องแลกกับการเอาชนะเปรตนั่นแล้วกัน”
“?” เด็กทั้งสอง งง กับศัพท์แปลกของพี่สาว
เนตรดาวเอนหลังพิงเสาเรือน พลางกระหยิ่มยิ้มย่องที่มุมปาก
“ในเมื่อปราบผีแล้วได้เงิน อีกหน่อยพวกเธอก็เตรียมตัวเป็นเศรษฐีกันได้เลย พี่น่ะ... เซียนเกมตัวจริงนะจะบอกให้ ต่อไปเราจะมีเงินใช้กันจนนับไม่หวาดไม่ไหวเลยล่ะ”
“แต่... อาจารย์ปู่ช่วยคนไม่เคยเก็บเงินเลยนะจ๊ะ มีแต่ชาวบ้านเขาเอาข้าวเอาของมาตอบแทนตามศรัทธาทั้งนั้น” เจ้าจุกเอ่ยขัดขึ้นซื่อๆ ตามภาพที่เคยชินตา เพราะที่ผ่านมาอาจารย์คงไม่เคยเรียกรับเงินทองหรือของมีค่าจากใครเลยสักครั้ง
เนตรดาวเบิกตากว้าง ก่อนจะหรี่ตามองน้องชายอย่างไม่เชื่อหู สมองเริ่มหมุนติ้ว
“จริงดิ! ทำไมทำธุรกิจแบบขาดทุนย่อยยับขนาดนั้นล่ะ เสียโอกาสชะมัด” เธอว่าพลางทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที “นี่... บอกมาซิว่าที่ผ่านมาอาจารย์ปู่เคยช่วยใครไว้บ้าง เดี๋ยวพี่จะตามไปเก็บเงินย้อนหลังให้ครบทุกบาททุกสตางค์เอง”
เด็กแฝดถึงกับหน้าถอดสี รีบโบกมือห้ามกันพัลวัน
“ไม่ได้นะพี่มณี! ทำแบบนั้นอาจารย์ปู่ได้เสียชื่อตายเลย”
“จะบ้าตาย! เอาล่ะ ฟังนะ... ต่อจากนี้กฎเปลี่ยนไปแล้ว ทำงานก็ต้องได้เงิน ที่นี่สำนักปราบผีไม่ใช่สถานสงเคราะห์ เราต้องมีทุนไว้ซื้อของใช้ ตกแต่งบ้านให้น่าเชื่อถือเพื่อเรียกแขก และอย่างน้อยก็ต้องมีเงินมาซ่อมหน้าต่างที่ไอ้เปรตนั่นทำพังด้วย”
เนตรดาวกวาดสายตามองน้องชายหญิงด้วยความเวทนา
“แล้วดูพวกเจ้าสิ ผอมโซจนแทบจะเห็นเครื่องในหมดแล้ว ต่อไปนี้อยากกินอะไรให้บอก หรือจะลองไก่ทอดดีล่ะ เดี๋ยวฉันจัด KFC ให้ชุดใหญ่เลย”
เด็กแฝดมองหน้าเธอด้วยความมึนงง “เค... เอฟ... ซี?”
“อ๋อ... ร้านไก่ทอดสูตรลับจากอนาคตน่ะ”
คำตอบนั้นยิ่งทำให้ทั้งสองงงหนักเข้าไปใหญ่ ส่วนเนตรดาวได้แต่หัวเราะเบาๆ ให้กับความมั่นหน้ามั่นโหนกและความเก่งกาจของตัวเอง อย่างน้อยที่สุดคืนนี้พวกเธอก็ ‘รอดตาย’ ของจริงแล้ว
“ยืนบื้อกันอยู่ทำไม… รีบเก็บของพวกนี้เข้าที่เร็วเข้า” เธอสั่งเสียงเข้ม ให้เด็กๆ นำอาหารและน้ำดื่มที่ได้จากระบบขึ้นเรือน
แม้จะยังมีข้อสงสัยเต็มหัว แต่เด็กน้อยทั้งสองก็รีบทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย บรรยากาศรอบตัวเนตรดาวในตอนนี้สร้างความเชื่อมั่นอย่างประหลาดจนพวกเขารู้สึกได้ว่าตราบใดที่อยู่ใกล้เธอ พวกเขาจะปลอดภัยแน่นอน
เนตรมณีคนใหม่... ไฉไลและร้ายกาจกว่าเดิมหลายเท่าตัว
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ