ตอนที่ 4
บริษัทปราบผีจำกัด กับภารกิจ “ผีพราย”
หลังจากคืนที่ปราบเปรตได้สำเร็จ เนตรมณีนอนซมอยู่เกือบสองวันเต็ม ร่างกายของหล่อนอ่อนแอหนักกว่าที่คิด แค่ลุกเดินไม่กี่ก้าวก็หน้ามืด หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหยุดเต้นได้ทุกเมื่อ โชคดีที่ระบบมอบอาหาร น้ำสะอาด และแต้มรางวัลให้หลังจบภารกิจ และสิ่งแรกที่เนตรมณีเอาแต้มไปใช้ ไม่ใช่ยันต์ ไม่ใช่อาวุธ
แต่เป็น…
“KFC”
แสงจากระบบสว่างวาบกลางห้องไม้เก่า จากนั้น ถังไก่ทอดสีแดงสดก็ปรากฏขึ้นโต๊ะไม้กลางลานบ้าน กลิ่นหอมของไก่ทอดลอยอบอวลไปทั่วเรือนจนเจ้าจุกกับเจ้าแก้วตาโต
“พี่…นี่อะไร…”
เจ้าจุกถามเสียงสั่น
เนตรมณีนั่งหลังตรง ใบหน้านิ่งใช้ท่าทางเหมือนผู้บริหารระดับสูงกำลังเปิดประชุมบริษัท แม้ว่าตอนนี้เธอจะมายังโลกที่เธอไม่ได้เป็นผู้บริหาร แต่อย่างไรแล้ว เลือดของนักธุรกิจก็ยังไหลเวียนข้ามภพมายังร่างของเนตรมณีแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์
“อาหารจากโลกอนาคต”
“โลกอนาคต?”
เจ้าแก้วอ้าปากค้าง
เนตรมณีหยิบไก่ขึ้นมากัดเสียงดัง กร๊วบ จนนน้องๆกลืนน้ำลายตาม
“เรียกว่า KFC”
“เค…เอฟ…ซี? พี่… มันกินได้จริงๆใช่ไหม ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลย”
“ก็กินให้ดูอยู่นี่ไง พวกเจ้าจะกลัวอะไร”
เด็กสองคนมองหน้ากันอย่างหวาดๆ ก่อนจะค่อยๆ ลองหยิบขึ้นมากัด
กร๊อบ!
ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างทันที
“อร่อย!!”
“หนังกรอบมาก!”
“เนื้อมันนุ่ม!”
ทั้งสองแย่งกันกินจนแทบจะกัดมือกันเอง เนตรมณีนั่งมองภาพนั้นเงียบๆ ก่อนยิ้มมุมปาก
“ฟังนะ…”
เด็กทั้งสองหยุดกินทันที
“ถ้าพวกเธอสองคนยอมมาเป็นพนักงานบริษัทของฉัน…”
เจ้าจุกเอียงหัว
“บริ…บริสัสส?”
“อือ”
เนตรมณีพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ใช่… พนักงานบริษัท คล้ายๆกับลูกน้อง เอ่อ..ลูกจ้าง อะไรประมาณนั้น ฉันจะเลี้ยงดีแบบนี้ตลอดไปเลย”
ดวงตาทั้งสองคนเป็นประกายขึ้นทันที
“จริงเหรอ?”
“จะมีไก่ทอดแบบนี้กินอีกเหรอ”
“ถ้าทำงานเก่งก็มี”
เธอตอบด้วยน้ำเสียงแบบ CEO ตัวแม่
“ฉันเลี้ยงลูกน้องดีทุกคน แต่ต้องเป็นคนมีความสามารถ เข้าใจไหม”
เจ้าจุกกับเจ้าแก้วพยักหน้ารัวเร็วกว่าไก่จิกข้าว
“พวกข้าจะทำงาน… เป็นพนักงาน บอริสัสของพี่”
“ข้าก็จะทำ!”
เนตรมณีพ่นลมหายใจโล่งอก กอดอกยิ้ม
“ดีนะยุคนี้ไม่มีกฎหมายใช้แรงงานเด็ก…ไม่งั้นฉันคงต้องโดนข้อหาใช้แรงงานเด็กอายุ8ขวบแน่”
“กฎหมายคืออะไรเหรอพี่”
“…ช่างมันเถอะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นในบ้านไม้เก่า เป็นครั้งแรกตั้งแต่อาจารย์คงหายตัวไป ที่บ้านหลังนี้ดูเหมือน “บ้าน” จริงๆ
ตลอดหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น บ้านไม้เก่าของอาจารย์คงเริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้ง กลิ่นข้าวหุงร้อนๆ ลอยออกจากครัวทุกเช้า ทั้งอาหารและทำเอง และสั่งจากระบบมา ทำให้ความเป็นอยู่ของทั้งเรือน กลับมาสดใสอีกครั้ง เหมือนตอนที่อาจาร์ยปู่ยังอยู่ อาจเรียกได้ว่า ดีกว่าตอนอาจาร์ยปู่อยู่ด้วยซ้ำ
เจ้าจุกกับเจ้าแก้วเริ่มมีแรงวิ่งเล่น จากเด็กผอมแห้งเหมือนลูกแมวจร ตอนนี้เริ่มมีแก้มมีเนื้อขึ้นมาบ้าง
ส่วนเนตรมณี ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษา “ระบบ” เธอสั่งห้ามน้องๆ เข้ามาที่ห้องของอาจาร์ยคง ซึ่งบัดนี้ หล่อนยึดครองเป็นห้องของตัวเองเรียบร้อย เธอให้เอาหิ้งพระและของบูชาที่เก่าคร่ำครึกนั่นออกมาไว้ด้านนอกห้องโถงกลางเรือน ด้วยเหตุผลที่ว่า อีกหน่อยจะใช้กลางบ้านไว้ทำพิธี
แต่เหตุผลที่แท้จริง คือหล่อนคิดว่าของพวกนั้นมันไม่มีสไตล์เอาซะเลย มีอยู่ในห้องทำให้นอนไม่หลับ เหมือนมีสายตาจ้องมาตลอดเวลา
นอกจากการศึกษาระบบแล้ว บางวันหล่อนก็เปิดร้านค้าระบบแล้วนั่งบ่นราคาของ ที่ดูแพงจนเกินจริง เช่น…
“น้ำเปล่าขวดเดียวห้าแต้ม? ปล้นกันชัดๆ…”
บางวันหล่อนลองเขียนยันต์ จากหนังสือคู่มือจนหมึกหกเต็มพื้น บางวันต้มสมุนไพรมั่วๆ จนหม้อระเบิดเสียงดังลั่นบ้าน
“อาจารย์ปู่ใช้ชีวิตยังไงวะเนี่ย…" ถ้าหากว่า ศึกษาตามตำราโบราณที่ซื้อมาจากระบบ หล่อนคงต้องใช้เวลาหลายสิบปี ในการศึกษา
“มีวุ้นแปลภาษาไหม หรือหนังสือไสยเวทย์ที่กินเข้าไปแล้วจำได้หมดน่ะ ผีอะไรมันเยอะแยะขนาดนี้ ใครจะไปจำหมด แล้วนี่…ผีชื่อกระริดริดกระจ้อยร่อย อาศัยตามดินแถบชายแดน ชื่ออย่างมุ้งมิ้งอ่ะ!!” เนตรมณีขำ นอนไขว้ขา ถามระบบ ขณะอ่านหนังสือคู่มือที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างเพลิดเพลิน
ระบบตอบคำถาม
“ไม่มีสินค้าวุ้นแปลภาษา หรือหนังสือไสยเวทย์กินได้ ที่ผู้เล่นกล่าวถึง”
“คำแนะนำ ควรใช้ความพยายามในการศึกษาข้อมูล เพราะสมองมนุษย์มีความจุประมาณ 2.5 Petabytes ซึ่งถ้าเปรียบเป็นวิดีโอความคมชัดสูง คุณต้องเปิดทิ้งไว้ติดต่อกันนานถึง 300 ปี ถึงจะใช้ความจุนี้หมด ดังนั้น ใน 1 วัน สมองจึงมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับข้อมูลใหม่ๆ….”
“เออๆ รู้แล้วน่า พอล่ะ!! ขี้บ่นเหมือนคนแก่ไปได้” เนตรมณีขมวดคิ้วรีบตัดบทอย่างหงุดหงิด
เช้าวันหนึ่ง เนตรมณียืนอยู่หน้ากระจกไม้เก่า ก่อนถอนหายใจยาว
“ผ้าถุงนี่ใส่ยากชะมัด…”
สุดท้ายเธอก็เปิดระบบแล้วแลก “กางเกงยีนส์” กับ “ชุดไทยประยุกต์แบบสำเร็จรูป” ออกมาแทน ทั้งใส่ง่าย เนื้อผ้าเบาสบาย เหมาะสมกับอากาศที่กลางวันร้อนกลางคืนหนาวของที่นี่ได้อย่างดีเยี่ยม
ไม่กี่นาทีต่อมา เจ้าจุกกับเจ้าแก้วยืนแข็งทื่ออยู่กลางบ้าน เพราะทั้งคู่สวมเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อย
เจ้าจุกใส่เสื้อยืดสีขาว กับกางเกงโจงกระเบนแดงสีเข้ม ส่วนเจ้าแก้วใส่เสื้อไทยแขนสั้นตุ๊กตาสีขาว โจงกระเบนสำเร็จรูปสีแดงเข้ม มันใส่ง่ายจนเด็กทั้งสองคนถึงกับ งง
ในตลอดชีวิตที่เกิดมา8ปี ก็เคยจะเพิ่งเคยได้นุ่งเสื้อผ้าจริงจังแบบนี้เป็นครั้งแรก
“โอ้โห…”
เจ้าจุกก้มมองตัวเอง
“ข้าเหมือนลูกคนรวยเลย…”
“นั่นสิ ข้าเองก็รู้สึกแปลกๆ” เจ้าแก้วเอ่ย ยิ้มบางๆอย่างเขินอาย
เนตรมณีพยักหน้าอย่างพอใจ เธอยังสั่งชุดสำรองไว้ให้น้องๆเปลี่ยนอีกคนละสองชุด เพื่อจะได้สลับใช้
“ดีมาก ภาพลักษณ์พนักงานก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากกับบริษัท หลังจากนี้ถ้ามีงานปราบผีเข้ามา ก็ให้พวกเจ้าใส่ชุดพวกนี้ไปทำงานเข้าใจไหม”
เด็กทั้งสองตอบปากรับคำอย่างเข้มแข็ง ก่อนจะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าออก เก็บใส่หีบผ้าอย่างดี เพราะกลัวว่าของจากสวรรค์นี้จะสลายหายไป
เนตรมณีมองตัวเองในกระจก ร่างใหม่ของเนตรดาว ชื่อเนตรมณี หล่อนมีความคล้ายคลึงกับร่างเดิมเหมือนพี่น้อง เพียงแต่เนตรมณี ดูจะมีร่างที่ผอมบางและผิวที่คล้ำกว่าเล็กน้อย ตามแบบฉบับสาวในยุคโบราณ ผมของเนตรมณีถูกตัดโดยเจ้าของร่างใหม่ เธอคิดว่ามันร้อนเกินไปที่จะไว้ผมย่างรุ่มร่ามเหมือนร่างเก่า ดวงตากลมโตสองชั้น ขนตาเรียงหนาเป็นแพ จมูกนิด ปากหน่อย แทบไม่ต้องแต่งแต้มอะไรเพิ่ม ความเยาว์วัยมันดีอย่างนี้เอง
ร่างเก่าอายุ 25 ร่างใหม่อายุ 19 ถือว่าหล่อนโกงอายุกลับมามีระบบร่างกายที่โคตรเฟรชอีกครั้ง
เสื้อไทยประยุกต์สีเขียวเข้มเข้ารูป กับกางเกงยีนส์เข้ม ทำให้เธอดูแปลกจากหญิงสาวทั้งหมู่บ้าน ทั้งทันสมัย ทั้งประหลาด แต่หล่อนชอบมาก ดูแฟชั่นผ้าไทยประยุกต์สุดๆ
“เออ แบบนี้คล่องตัวกว่าเยอะ”
แต่หลังจากใช้แต้มระบบไปหลายวัน เนตรมณีก็เริ่มปวดใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“เปลืองเงินชิบ…”
เธอนั่งกอดอกมองแต้มระบบที่ลดฮวบอย่างน่าใจหาย หญิงสาวใช้ความคิดอย่างหนัก
“โลกนี้ทรัพยากรตั้งเยอะ จะซื้ออาหารไปทำไม”
ดวงตาเธอเริ่มเป็นประกายแบบนักธุรกิจ
“เจ้าจุก เจ้าแก้ว!”
“จ๋า” ทั้งสองตอบพร้อมกัน
“แถวนี้ มีบ่อน้ำหรือแม่น้ำที่มีปลาเยอะๆไหม”
“แม่น้ำ ก็ต้องมีปลาสิจ๊ะ มีกุ้งด้วย” เจ้าจุกตอบ
เนตรมณีดวงตาเป็นประกาย หล่อนพยักหน้าอย่างพอใจ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนก็ยืนอยู่ริมแม่น้ำท้ายหมู่บ้าน ในมือเนตรมณีถือ “แหถี่พิเศษ” ที่แลกมาจากระบบ อันที่จริงหล่อนแลกมาไว้ ตอนมันลดราคา เอาไว้ดักจับวิญญาณ แต่ว่าเมื่อถามระบบว่า มันสามารถเอามาจับสัตว์น้ำได้รึเปล่า ระบบกลับบอกว่า ได้… แต่ไม่ถูกประเภท
นั่นแหละ… มันก็แปลว่าใช้ได้ ของดี จะเอาไว้รอจับแต่ผีคงไร้ประโยชน์
เธอยิ้มมุมปาก
“ต่อจากนี้ระบบจะหลอกเอาเงินฉันไม่ได้อีกแล้ว”
เจ้าจุกกับเจ้าแก้วมองหน้ากันงงๆ
“เอาเร็ว พี่ตำน้ำจิ้มซีฟู้ดมาจากบ้านแล้ว วันนี้เราต้องได้ปลาเผามากินนะ” เนตรมณีกล่าวเสียงดังให้กำลังใจน้องๆ ก่อนจะชูถ้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดฉบับเนตรมณีให้น้องๆดู
เด็กทั้งสองยกมือสองข้างขึ้นร้อง “เย่!!” อย่างแข็งขัน
กลิ่นน้ำจิ้มในถ้วย ทำเอาเด็กๆน้ำลายไหล ตั้งแต่เนตรมณีเริ่มทำแล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน แหแบบถี่พิเศษ ก็ถูกโยนลงไปในแม่น้ำ ทันทีที่แหจมดิ่งลงสู่ก้นลำน้ำ เนตรมณีสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาตามสายป่าน มันไม่ใช่เพียงแรงดิ้นของสิ่งมีชีวิต แต่มันคือแรงปะทะของบางสิ่งที่หนาแน่นและทรงพลัง แหของระบบทำงานโคตรเริ่ด เหมือนมันกำลังกวาดต้อนทุกสิ่งในรัศมีเข้าสู่ใจกลางราวกับหลุมดำ
หญิงสาวรีบดึงสายรวบเข้าหาตัวด้วยจังหวะที่หนักแน่น
"หนักชะมัด! เจ้าจุก เจ้าแก้ว มาช่วยพี่เร็ว!"
สามพี่น้องช่วยกันออกแรงรั้งขุมทรัพย์จากใต้น้ำขึ้นมาทีละน้อย ผิวน้ำที่เคยสงบกลับเดือดพล่านด้วยฝูงปลาที่กระโดดพล่านดิ้นรนหนีความตาย เมื่อขอบแหถูกลากพ้นตลิ่งขึ้นมา ภาพที่ปรากฏทำเอาเด็กทั้งสองถึงกับตาค้าง
ปลาตะเพียนตัวเขื่องสะท้อนแสงเงินปลาบ ปลาช่อนตัวอวบอัด ปูและกุ้งแม่น้ำตัวครามที่ชูก้ามต่อสู้ ทั้งหมดถูกอัดแน่นอยู่ในตาข่ายสีเงินจนแทบไม่มีที่ว่าง
มันไม่ใช่แค่การหาปลา แต่มันคือการ "ปล้นสะดม" ทรัพยากรจากสายน้ำด้วยเทคโนโลยีที่โลกนี้ไม่เคยรู้จัก!
“โอ๊ยยย” เจ้าจุกตาโต “ได้เยอะเกินไปแล้ว!!!!”
เนตรมณีหัวเราะชอบใจ มองดูพนักงานของเธอ แยกกุ้ง ปลา ปู ออกจากกันอย่างมีความสุข
ไม่นาน กลิ่นกุ้งเผากับปลาเผาก็ลอยหอมไปทั่วริมแม่น้ำ เด็กชายและเด็กสาว เก่งเรื่ิองการก่อกองไฟ ต่างทำหน้าที่เป็นพนักงานครัวกันอย่างกุลีกุจอ ผิดกับเนตรมณีที่ทำอะไรแบบนี้ไม่เป็นเลย
กุ้งตัวใหญ่และปลาถูกเสียบเข้ากับกิ่งไม้แห้ง ย่างไฟ ให้บรรยากาศเหมือนมาตั้งแคมป์ เนตรมณีและน้องๆ อิ่มท้องจนเหมือนจะลุกไม่ไหว พนักงานบริษัทตัวน้อยทั้งสองคนพุงป่องกันถ้วนหน้า ทั้งสามนอนมองท้องฟ้าริมแม่น้ำ พร้อมกับซากสัตว์น้ำที่จับมาได้อย่างอิ่มเอม
“อาจาร์ยปู่ คงไม่ห่วงแล้วล่ะ” อยู่ดีดีเจ้าจุกก็พูดขึ้นมา
เนตรมณีที่ทำลังจะเคลิ้มๆ เลิกคิ้ว หันไปมองน้องอย่างสงสัย
“เพราะพี่เก่งใช่ม่ะ”
เจ้าจุกหัวเราะ
“ใช่ พี่ของเราเก่งขึ้นมากเลย ข้าไม่กลัวอีกแล้วล่ะ ว่าต่อไปจากนี้ จะเป็นอย่างไร ขอแค่มีพี่อยู่”
“อย่างนั้นเชียว!!”
“ใช่จ๊ะ พี่มณี เก่งที่สุดในโลก” เจ้าแก้วเอ่ยชมอีกคน
“ถึงจะชม ก็ไม่เพิ่มโบนัสให้หรอกนะ ต้องดูที่ผลงาน ว่าแต่…เราจะไปหางานปราบผีกันที่ไหนดี”
“ถ้าเป็นตอนที่อาจาร์ยปู่อยู่ มีงานทุกวันเลย” เจ้าจุกเอ่ย
เนตรมณีหลับตาลง พยายามนึกแผนการใหม่ๆ ถ้าหากว่า ไม่มีคนจ้าง ก็จะไม่ได้แต้มเพิ่มขึ้น จะทำยังไงดีนะ…
กลิ่นกุ้งเผาหอมยั่วไปไกล จนชาวบ้านเริ่มเดินมามุงดูทีละคน แต่สิ่งที่ทุกคนมองมากที่สุด ไม่ใช่อาหาร แต่เป็น เนตรมณี… หญิงสาวที่เคยป่วยใกล้ตาย ตอนนี้กลับใส่กางเกงยีนส์ แต่งตัวประหลาดเกินจะเป็นคนปกติ
“นางคงเสียสติไปแล้ว…”
“แต่งตัวอะไรของนาง…”
ชาวบ้านกระซิบกัน แต่เนตรมณีไม่สนใจ เธอหันไปตะโกนทันที
“โปรโมชั่น! ซื้อปลาเผาแถมกุ้ง หรือจะเลือกเป็นปูก็ได้นะจ๊ะ!” เนตรมณีลุกขึ้นมาขายของได้เฉย ทั้งที่เมื่อกี้เหมือนหล่อนจะนอนนิ่งสงบ ชาวบ้านที่ยืนอยู่หน้าเสียทันที หวังว่าหล่อนจะไม่ได้ยินที่นินทา
“โปร…อะไรนะ?”
ถึงจะงง แต่สุดท้ายทุกคนก็เดินเข้ามาซื้ออยู่ดี เพราะปลา กุ้งและปู มีแต่ตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น ไม่ต้องเสียเวลาจับเอง ราคาก็ไม่แพง ไม่ถึงชั่วโมง ของทั้งหมดก็ขายหมดเกลี้ยง
เจ้าจุกมองเงินในมืออย่างตื่นเต้น
“ได้เงินจริงด้วย…”
เจ้าแก้วเองก็ตาเป็นประกาย
“พี่มณีเก่งที่สุดเลย!”
เนตรมณียิ้มพอใจ
“เห็นไหม การตลาดสำคัญ พวกนั้นน่ะ ได้กลิ่นหอมๆ ถ้ามัวแต่เสียเวลาจับเองคงหายอยากกินพอดี”
แต่ในตอนที่ทั้งสามกำลังเก็บของกลับบ้าน จู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากทางแม่น้ำ
“ช่วยด้วย!!”
หญิงชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามา เสื้อผ้าเปียกโชก น้ำตาไหลเต็มหน้า
“ช่วยลูกข้าด้วย!!”
เนตรมณีหรี่ตา
“เกิดอะไรขึ้น?”
หญิงคนนั้นทรุดลงแทบเท้าเธอ
“ท่านคือหลานอาจาร์ยคงใช่ไหม ลูกข้า…ลูกข้าถูกผีพรายลากลงน้ำไปเมื่อกี้เลย!!”
ทันใดนั้น
เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
[เริ่มภารกิจที่สอง]
ภารกิจ : “ผีพรายริมแม่น้ำ”
ระดับอันตราย : สูง
คำเตือน :
วิญญาณประเภทนี้ชอบล่อลวงมนุษย์ลงน้ำ
หากช่วยเหลือไม่ทัน—
เป้าหมายจะเสียชีวิตภายในคืนนี้
รางวัลภารกิจ :
สกิลอัพ “ปลดล็อคนักปราบผี เลเวล2”
ค่าพลังต่อสู้เพิ่มขึ้น
เนตรมณีชะงัก ก่อนรอยยิ้มจะค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้า
“นักปราบผี เลเวล2เหรอ” เธอพึมพัมอย่างพอใจ ที่งานวิ่งชนเข้าอย่างจัง ได้เวลาทดสอบวิชา ที่อ่านมาทั้งอาทิตย์แล้ว
เจ้าจุกกับเจ้าแก้วขนลุกทันที เพราะพวกเขารู้แล้ว เวลาพี่มณียิ้มแบบนี้ แปลว่า…
กำลังจะมีผีซวยอีกตัวแล้วแน่นอน…
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ