ผีพราย (จบ)
วินาทีที่เนตรมณีตลบฉากชูนิ้วกลางประทับตราส่งรังผีพราย มวลน้ำทั่วทั้งสายพลันเงียบสงัดลงชั่วอึดอัดใจ แม้แต่วิญญาณอาฆาตที่หิวโหยยังตกตะลึงจนดวงตากลวงโบ๋พร่าเลือน
ตั้งแต่สถิตอยู่ใต้น้ำอันหนาวเหน็บนี้... ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนหยาบคายและอวดดีใส่พวกมันขนาดนี้มาก่อน…
เสียงหวีดร้องของพรายน้ำนับสิบดังสอดประสาทซ้อนทับกันจนแก้วหูแทบแตก ก่อเกิดเป็นคลื่นกระแทกใต้น้ำอย่างรุนแรง เส้นผมสีดำทมิฬราวกองทัพงูนับพันพุ่งพรวดเข้าโจมตีทันที!
พวกมันม้วนพันแขน ขา และลำเอวของเนตรมณีและเด็กชายที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอจนแน่นหนา แรงฉุดมหาศาลดึงรั้งร่างของเธอและเด็กชายดิ่งลึกลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง เด็กน้อยในอ้อมแขนเริ่มตาสะลึมสะลือ ก่อนจะหมดสติเพราะขาดอากาศ
“เชี่ย...” เนตรมณีกัดฟันกรอด จ้องมองผิวน้ำที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแสงรำไร
‘ถ้าถูกลากลงไปลึกกว่านี้ ได้ไปเกิดใหม่ของจริงแน่!’
เสียงระบบดังเตือนถี่รัว
[คำเตือน: ระดับออกซิเจนของผู้เล่นกำลังวิกฤต]
[เหลือเวลา: 48 วินาที]
เนตรมณีพยายามคุมสติที่เริ่มพร่าเลือน สมองสั่งการเร็วปรื๋อ
‘ทุกอย่างมีกลไก... เปรตแพ้ความหิว... แล้วผีพรายล่ะ? พวกมันคือวิญญาณตายโหงที่ถูกผูกติดกับผืนน้ำ... สิ่งที่พวกมันโหยหาที่สุดคือ...’
ทันใดนั้น ดวงตาคู่งามพลันวาวโรจน์
“อ้อ...” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“อยากได้เพื่อนอยู่ด้วยนักใช่ไหม...” เนตรมณีเอ่ยถาม ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ผีพรายที่กำลังคลุ้มคลั่งถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอค่อยๆ กวาดสายตามองไปรอบตัว ก่อนจะตะโกนประโยคไม้ตายออกมา
“งั้นพวกแกก็ไปลาก ‘ยายใจ’ มาเป็นตัวตายตัวแทนสิ”
ผีพราย: “งง”
ระบบ: “งง”
แม้แต่มวลน้ำยังดูเหมือนจะหยุดไหลไปชั่วขณะ เนตรมณีโน้มน้าวต่ออย่างจริงจัง
“สนใจไหมล่ะ ข้างบนนั่น… มียายแก่ปากกรรไกร เนื้อเหนียวเคี้ยวมันส์ ไม่แน่นะ อาจจะเป็นยาอายุวัฒนะของพวกแกก็ได้ อยู่ยาวเป็นร้อยปีแน่นอน... นี่ แถมแกยังมีสกิลเรียกผีได้ พวกแกจะได้มีเพื่อนไง! ดีลนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!”
เหล่าพรายน้ำเริ่มทำหน้าไม่ถูก... ตั้งแต่สถิตอยู่ที่นี่มา ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนเสนอ ‘เหยื่อรายใหม่’ มาตัดหน้าเพื่อเอาตัวรอดอย่างหน้าตาเฉยแบบนี้มาก่อน!
[ตรวจพบ: วิญญาณอาฆาตเกิดสถานะสับสนขั้นรุนแรง]
[สถานะ: เสียสมาธิ]
“ได้ผล” เนตรมณีไม่รอช้า รีบกระตุกเชือก เธอรีบเร่งจนเส้นเชือกบาดนิ้วของหล่อน เลือดสีแดงสดทะลักกระจายฟุ้งในน้ำ ทว่าแปลกนัก ทันทีที่กลิ่นคาวเลือดข้ามภพข้ามชาติขจรขจายออกไป เหล่าผีพรายทั้งรังกลับมีอาการหวาดผวา
ดวงตาดำสนิทเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว “เลือดนี่...”
“กลิ่นนี้มัน...”
“เป็นไปไม่ได้...” เสียงพวกมันเริ่มสั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความหิวโหย แต่เป็นความยำเกรง
เนตรมณีงงเป็นไก่ตาแตก “อะไรของพวกแกอีกวะ?”
ทว่ายังไม่ทันได้หาคำตอบ อักขระสีแดงฉานบนปลอกแขนก็เรืองแสงจ้าขึ้นเองโดยพลการ!
พรึ่บ!! มวลน้ำทั่วทั้งแม่น้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับเกิดแผ่นดินไหว ระบบส่งเสียงเตือนดังลั่นจนหัวแทบระเบิด
[ตรวจพบสายเลือดพิเศษที่ถูกปิดผนึก]
[กำลังซิงก์ข้อมูล...]
[คำเตือน: ผู้เล่นอาจเกี่ยวข้องกับ ‘เนื้อเรื่องหลัก’ โดยตรง]
“หา?” เนตรมณีเบิกตาค้าง
แต่ในวินาทีนั้นเอง ผีพรายทั้งหมดกลับพากันถอยหนีออกจากร่างเธอพร้อมกันอย่างลนลาน!
“ไม่ได้...”
“ห้ามแตะต้องนาง...!!”
วูมมม... แรงกดดันมหาศาลพลันแผ่ซ่านไปทั่วแม่น้ำ ครอบงำทุกสรรพสิ่งให้สยบยอม เหล่าผีพรายตัวสั่นเทาปานลูกนกตกน้ำ แม้แต่กระแสน้ำยังหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง
ดวงตาของเนตรมณีหรี่ลง จ้องมองลงไปใต้น้ำลึกเบื้องหน้า ณ จุดที่ลึกที่สุด... ขณะที่ร่างของเธอและเด็กน้อย กำลังถูกชาวบ้านฉุดขึ้นไปด้านบนช่้าๆ
มีเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่ด้านล่างอย่างสง่างาม ร่างนั้นสวมชุดโบราณสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลักของเทพเจ้า ผมยาวสีดำขลับลอยพลิ้วไหวตามกระแสน้ำช้าๆ และดวงตาสีทองเรืองรอง กำลังจ้องมองตรงมาที่เธอ
เนตรมณีชะงักไปหนึ่งวินาที
‘หล่อฉิบ...'
บุรุษลึกลับจ้องมองเธอนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นทว่าก้องกังวานไปทั้งโสตประสาท
“มนุษย์ที่กล้าหาญถึงขั้นต่อยผีพรายใต้น้ำ... เจ้าคือคนแรกในรอบหลายร้อยปี”
“ขอบคุณ สำหรับคำชมนั้นค่ะ”เนตรมณีเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่คิดว่า นั่นเป็นคำชม
อีกฝ่ายเงียบไปนิด เหมือนไม่คุ้นเคยกับการตอบโต้แบบนี้ จากนั้น ชายหนุ่มเพียงสะบัดมือเบาๆ
ตูมมม!!! รังผีพรายทั้งหมดถูกแรงอัดกระแทกจนปลิวประเจิดประเจ้อออก! มวลน้ำในแม่น้ำแหวกออกเป็นช่องว่างราวกับถูกอำนาจลึกลับกดทับไว้
เจ้าจุกบนฝั่งตาแทบถลนออกจากเบ้า
“นะ...น้ำแยกออกแล้ว!!”
ชาวบ้านพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว พึมพำกันว่า
“เทพแม่น้ำ! !”
เนตรมณีกลับจ้องหน้าผู้ชายตรงหน้าเขม็ง “คุณเป็นใคร?”
ชายคนนั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบสั้นๆ
“ผู้เฝ้า...” เขาเอ่ย น้ำเสียงนั้นก้องกังวานดุจเสียงระฆังทอง ทรงพลังจนมวลน้ำมหาศาลยอมสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้า
ก่อนที่ร่างของเนตรมณีจะถูกฉุดพ้นผิวน้ำ เธอทันได้เห็นประกายเกล็ดสีเขียวเลื่อมรุ้งวูบหนึ่งที่ปรากฏขึ้นบนลำคอและท่อนแขนของเขา มันไม่ใช่เพียงรอยสัก แต่เป็นตัวตนที่แท้จริงของ จอมนาคา ผู้ครองน่านน้ำแห่งพระนคร รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขานั้นดูลึกลับและเปี่ยมไปด้วยเมตตา ทว่าก็น่าเกรงขามจนแม้แต่ผีพรายที่ดุร้ายที่สุดยังต้องหมอบราบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“สู้เขานะ เนตรมณี...เส้นทางของเจ้ายังอีกยาวไกลนัก” เสียงทุ้มไพเราะก้องกังวาลไปทั่วบริเวณ
"ดึง!! ดึงขึ้นมาเร็วทุกคน!!"
เสียงเจ้าจุกตะโกนลั่น ชาวบ้านนับสิบชีวิตที่เคยยืนดูด้วยความขลาดกลัว บัดนี้กลับรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว สองมือของพวกเขาขยับดึงเชือกไนลอนอาคมอย่างสุดกำลัง จังหวะที่เชือกตึงเปรี๊ยะนั้นเอง ผิวน้ำที่เคยหมุนวนเป็นน้ำพุสยองขวัญพลันระเบิดออก
ซ่า!!!
ร่างของเนตรมณีทะยานพ้นผิวน้ำขึ้นมาพร้อมกับเด็กชายที่รัดแน่นอยู่ในอ้อมแขน พริบตาที่เท้าของเธอสัมผัสกับพื้นดินริมตลิ่ง แรงดึงจากทุกคนก็ผ่อนลงพร้อมกับเสียง "เฮ!" ที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วคุ้งน้ำยามโพล้เพล้
เนตรมณีทรุดกายลงบนหญ้าแฉะชื้นอย่างหมดสภาพ เธอไอโขลกใหญ่ สำลักเอามวลน้ำเย็นเฉียบออกมาจากปอด ร่างกายที่เคยอ่อนแอสั่นระริกทว่าดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความสะใจ
ทันทีที่ร่างของเนตรมณีและเด็กชายถูกลากขึ้นพ้นขอบตลิ่ง เสียงโห่ร้องยินดีกลับเงียบกริบลงในพริบตา เมื่อร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนของเธอนอนแน่นิ่ง ผิวเนื้อเริ่มเขียวคล้ำและไร้ซึ่งการกระเพื่อมไหวของทรวงอก
“พ...พ่อแวว! พ่อแววลูกแม่!” หญิงชาวบ้าน นามว่าจัน โผเข้าหาลูกชาย มือที่สั่นเทาแตะไปที่จมูกก่อนจะกรีดร้องปานจะขาดใจ
“ลูกข้าไม่หายใจแล้ว! ลูกข้าตายแล้ว! ฮือออออ!”
ชาวบ้านพากันถอยกรูด บางคนยกมือท่วมหัวพึมพำว่าผีพรายเอาเอาวิญญาณไปแล้ว ทว่าเนตรมณีที่หอบหายใจอย่างหนักกลับถลึงตาขึ้น เธอไม่ยอมให้ “ดีล” นี้กลายเป็นศูนย์เด็ดขาด
“ถอยไปให้หมด! อย่ามามุง!” เธอกล่าวเสียงเฉียบขาดจนชาวบ้านชะงัก เนตรมณีจับร่างเด็กชายนอนหงายบนพื้นราบ ก่อนจะประสานมือวางลงบนหน้าอกเล็กๆ นั้นทันที
หนึ่ง... สอง... สาม...
หนึ่ง... สอง... สาม...
เธอออกแรงกดเป็นจังหวะตามหลักการ CPR ที่เคยเทรนมาอย่างดีในโลกเดิม ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านที่มองว่าเธอกำลังทำพิธีประหลาด เนตรมณีโน้มตัวลงบีบจมูกเด็กชายแล้วเป่าลมเข้าปากเพื่อส่งต่อออกซิเจน
“น...นางทำอะไรน่ะ! นางกำลังร่ายมนต์ใส่ปากเด็ก”
“นั่นมันวิชาชุบวิญญาณหรือเปล่า” ชาวบ้านกระซิบกระซาบกันด้วยใบหน้าซีดเผือด บางคนถึงกับนั่งยองๆ ยกมือท่วมหัวไหว้ด้วยควาามกลัว
เนตรมณีไม่สนใจเสียงรอบข้าง เธอเหงื่อท่วมตัวแม้จะเพิ่งขึ้นจากน้ำเย็นจัด ใจหนึ่งก็ภาวนาในใจ
‘ตื่นสิไอ้หนู! อย่ามาทำบริษัทพี่ขาดทุนตั้งแต่วันแรกนะเฮ้ยย!’
เฮือก!!!
จู่ๆ เด็กชายก็สำลักเอาน้ำออกมา ร่างเล็กๆ เริ่มไอจามและสูดอากาศเข้าปอดอย่างรุนแรง ดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วริมน้ำ
“ร...รอดแล้ว! พ่อแววฟื้นแล้ว!”
เสียงชาวบ้านตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจปนศรัทธาอย่างสูงสุด พวกเขาพากันทรุดเข่าลงกราบไหว้เนตรมณีด้วยความยำเกรง ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นเกินกว่าความเข้าใจของคนยุคนี้
“อาคมของหลานอาจารย์คงแก่กล้านัก... นางชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนมาได้”
“นางไม่ได้แค่ปราบผี แต่นางดึงวิญญาณกลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราชได้เชียวนะ”
เนตรมณีปาดเหงื่อที่ไรผมพลางพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก ทั้งเจ้าจุกและเจ้าแก้ว วิ่งมากอดพี่สาวอย่างดีใจ
‘เออ... จะเข้าใจว่าเป็นอาคมชุบชีวิตก็เอาที่สบายใจเลยจ้า’ เธอคิดในใจพร้อมแสยะยิ้มบางๆ ในขณะที่ระบบเด้งแจ้งเตือนคะแนนชื่อเสียงที่พุ่งทะลุเพดานอย่างรวดเร็ว
เสียงระบบดังขึ้นทันที
[ภารกิจสำเร็จ! ได้รับแต้มระบบ 20,000 แต้ม]
[ปลดล็อก: ร้านค้าอุปกรณ์วิญญาณระดับกลาง]
[ได้รับสกิลใหม่: สัมผัสวิญญาณ (ระดับเริ่มต้น)]
[ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น]
[ชื่อเสียงของผู้เล่นเริ่มแพร่กระจายภายในหมู่บ้าน]
ไกลออกไปในเงามืดใต้ต้นไม้ใหญ่ ‘ศิลา’ ขมังเวทย์หนุ่มรูปงามยืนกอดอกนิ่งสนิท ท่าทางองอาจและเย็นชาของเขาดึงดูดสายตาอย่างประหลาด เขาเฝ้ามองเนตรมณีทำ CPR ชุบชีวิตเด็กชายด้วยแววตาคมปลาบ
“อาจารย์ครับ... นางมีวิชาชุบชีวิตคนตาย!” คนรับใช้กระซิบอย่างหวาดหวั่น
ศิลาเหยียดยิ้มมุมปาก “ไม่ใช่... นั่นไม่ใช่อาคม”
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าดวงจิตของเธอ "ไม่ใช่คนของโลกนี้" ความฉลาดและท่าทีแปลกประหลาดนั่นทำให้หัวใจของขมังเวทย์สายดำอย่างเขากระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งของล้ำค่า ที่หลุดมาจากภพอื่น
“น่าสนใจจริงๆ….” เขาพึมพำเสียงต่ำก่อนหมุนตัวหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมเย็นของดอกซ่อนกลิ่นที่ลอยตามลม
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ