ตอนที่7
ตำนานเทพแห่งสายน้ำและความเชื่อที่สืบต่อกันมาอย่างช้านาน
“เจ้าจุก เจ้าแก้ว! แบ่งปลาพวกนี้ให้ชาวบ้านทุกคนที่ช่วยดึงเชือกเมื่อกี้คนละสองตัว!”
ชาวบ้านพากันชะงักด้วยความแปลกใจ เนตรมณีจึงยืดตัวขึ้นกอดอก พูดเสียงดังฟังชัดตามสไตล์เจ้าของบริษัท
“สำหรับฉัน... ใครทำงานก็ต้องได้ค่าแรง พวกเธอช่วยออกแรงดึงเชือกจนมือพอง นี่คือค่าตอบแทนที่พวกเธอควรได้รับ บริษัทฉันไม่เคยค้างค่าจ้างใคร รับไปซะ” เนตรมณีกล่าวกับชาวบ้าน
ชาวบ้านที่เคยเกรงกลัวกลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง รีบเข้ามาแย่งรับปลาด้วยความดีใจ ในขณะที่เนตรมณีอมยิ้มมุมปาก พลางคิดในใจว่าการสร้างความสัมพันธ์กับ 'พาร์ตเนอร์ท้องถิ่น' ด้วยงบประมาณศูนย์บาท (ที่จับได้ฟรี) แบบนี้แหละ... คือกลยุทธ์การทำธุรกิจที่ยั่งยืนที่สุด!
ไม่นานชายวัย50ปลายๆ ร่างสูง ผิวไปทางคล้ำ แต่งตัวดีแตกต่างชาวบ้านคนอื่นเล็กน้อย ก็รีบแหวกฝูงชน เดินเข้ามาหาเนตรมณี
“ลุงชื่อไกร จำได้ไหม… ลุงเป็นหัวหน้าหมู่บ้านนี้” เขาออกตัวพลางส่งยิ้มกว้าง “ลุงจำได้ว่า เห็นแม่เนตรมณีตั้งแต่ยังวิ่งตามหลังอาจารย์คงต้อยๆ มาวันนี้ไม่นึกเลยว่าจะมีบุญตา ได้เห็นการปราบผีที่มหัศจรรย์และพิศดารอะไรเช่นนี้ เจ้าเก่งกล้าสามารถเหนือกว่าคนเป็นอาจารย์ไปเสียแล้ว”
ถ้อยคำยกยอประจบลื่นไหลนั่น ไม่ได้ทำให้เนตรมณีรู้สึกดีขึ้นมาเลย ในวันที่เรือนไม้หลังนี้แห้งขอดไร้ข้าวสารจะกรอกหม้อ น้องทั้งสองต้องหิ้วท้องนอนร้องไห้ ผู้ใหญ่บ้านคนนี้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน
เขารู้ว่าอาจาร์ยคง ซึ่งเป็นเสาหลักได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นอกจากจะไม่ออกตามหาแล้ว ยังละทิ้งเด็กๆปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ทั้งที่ตัวเองมีหน้าที่ดูแลชาวบ้านแท้ๆ แต่พอตอนนี้เห็นหล่อนมีผลงาน กลับรีบวิ่งโร่มาหวังชุบมือเปิบเอาความดีความชอบ
“เข้าใจผิดแล้วล่ะ หมอผีแต่ละท่านย่อมมีวิถีแห่งตน ฉันไม่ได้เก่งกาจกว่าอาจารย์คงหรอก เพียงแต่เลือกใช้วิธีที่ต่างออกไปก็เท่านั้น”
วาจาสมถะ แต่แฝงคมมีดตอกกลับหน้าหัวหน้าหมู่บ้านจนยิ้มค้าง คำเยินยอเกินจริงถูกปัดตกอย่างไม่ไยดี
หากแต่เนตรมณีไม่ได้โง่พอที่จะสิ้นไร้มารยาท หล่อนตระหนักดีว่าในอนาคตสายสัมพันธ์กับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นยังจำเป็นต่อการทำมาหากิน หล่อนจึงแสร้งปรับสีหน้าให้อ่อนลงแล้วเอ่ย
“แต่ถ้าลุงมีงานอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้นะ ฉันคิดราคาไม่แพง” หล่อนเอ่ยตัดบท ยิ้มธุรกิจใส่
หัวหน้าหมู่บ้านเองก็ปรับสีหน้าไม่ถูก เจ้าเด็กนี่มันไม่เคยแม้แต่จะเงยหน้าโต้ตอบเขา เวลาที่ได้เจอกัน แต่ตอนนี้ ท่าทางหยิ่งผยอง แบบนี้ มันชวนให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือต้องเอาใจมันไว้ก่อน อีกหน่อยถ้ามีงานปราบผียากๆ จะเก็บค่านายหน้ามันให้แพงหูฉี่เลย นายไกรคิด พลางยิ้มให้เนตรมณี อย่างปลอมที่สุด
เนตรมณีก็ยิ้มตอบ แบบปลอมๆเช่นกัน
รุ่งเช้า บรรยากาศเก่าคร่ำและกลิ่นอับของตำราโบราณบนเรือนอาจารย์คงถูกปัดเป่าจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยกลิ่นอายใหม่ที่สดชื่นและจัดจ้านของสมุนไพรสด กระเทียม และหอมแดงที่วางกองเรียงราย ส่งกลิ่นฉุนกึกโชยมาเตะจมูก
บนแคร่ไม้ จุกกับเจ้าแก้วนั่งคุกเข่าตาโตอ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ
หญิงสาวในอาภรณ์สีสะอาดตา กำลังสาละวนยกกระบุงผักขึ้นเรือนมาไม่หยุดหย่อน ใบหน้านางอาบไปด้วยหยาดเหงื่อทว่ากลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง หล่อนขยับกายแคล่วคล่อง ขนทั้งขิง ข่า ตะไคร้ และพริกแห้งสีแดงจัดจ้านขึ้นมาสมทบ ราวกับจะย้ายตลาดทั้งตลาดมาตั้งไว้บนเรือนนี้
“นี่จ้ะ... ข้าคัดมาแต่ของดีๆ ทั้งนั้นเลยนะแม่มณี” เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
แววตาของหล่อนที่มองตรงมายังเนตรมณีเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่เหลือเค้าความระแวงสงสัย เหมือนที่ชาวบ้านนินทาเนตรมณีก่อนหน้านั้นอีกต่อไป ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวาน หล่อนมีเพียงความเลื่อมใสศรัทธาและซาบซึ้งใจอย่างที่สุด
ส่วนเนตรมณีน่ะหรือ? เธอนั่งพิงเสาเรือน กอดอกมองกองพืชผักตรงหน้าด้วยสีหน้าสนิทนิ่ง
ทว่าสมองกลับแล่นเร็วปรื๋อ คำนวณราคาสินค้าและต้นทุนกำไรเสร็จสรรพ กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกที่ตีขึ้นจมูกทำให้เธอแอบขำในใจ...
จากบ้านซุกหัวนอนที่เคยเกือบอดตาย ตอนนี้กลับกลายมาเป็นคลังเสบียงขนาดย่อม เพียงเพราะเธอยอมเหนื่อย "ปิดดีล" กับผีพรายแค่ตัวเดียวเท่านั้นเอง
“เยอะขนาดนี้ พวกข้ากินกันทั้งเดือนก็ไม่หมดหรอก” เจ้าจุกพึมพำ หยิบพริกแห้งขึ้นมาดูอย่างอัศจรรย์ใจ
“ไม่เยอะหรอกจ้ะเจ้าจุก ชีวิตคนทั้งคน พี่ให้เท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก” จันว่าพลางหันไปมองลูกชายที่นั่งตากลมอยู่ข้างๆ
เนตรมณีหรี่ตาลงเล็กน้อย มองความวุ่นวายที่แสนอบอุ่นบนเรือนตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่า ‘กำไร’ ของงานนี้ มันอาจจะไม่ใช่แค่แต้มในระบบ แต่มันคือมิตรภาพที่มีกลิ่นหอมของกระเทียมและหอมแดงอบอวลไปทั่วบ้านแบบนี้นี่เอง
เนตรมณีนิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยชินกับการแข่งขันและตัวเลขในโลกธุรกิจกลับรู้สึกอุ่นวาบอย่างประหลาด นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับบางอย่างที่ไม่ใช่ "ดีล" หรือ "ผลกำไร" แต่มันคือ มิตรภาพที่บริสุทธิ์
“อันที่จริง... ฉันรับแค่เท่าที่จำเป็นก็พอ” เนตรมณีแสร้งทำเสียงแข็งรักษามาด
ทว่ามือกลับเผลอไปลูบหัวเด็กชายแววเบาๆ อย่างอ่อนโยน
“แต่เอาเถอะ ในเมื่อตั้งใจเอามาให้ ฉันก็จะไม่ปฏิเสธแล้วกัน”
จัน หัวเราะเบาๆ ความเกร็งในตอนแรกมลายหายไปสิ้น หล่อนขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะลดเสียงลงโทนจริงจัง
“แม่มณี... ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะถาม ตั้งแต่ขึ้นมาจากน้ำเมื่อวาน แม่มณีรู้สึกถึง... ‘บางอย่าง’ หรือไม่?”
เนตรมณีชะงัก เลิกคิ้วขึ้นสูง
“บางอย่างที่ว่า คืออะไร?”
“เมื่อวาน ใครๆก็ต่างเห็น บางอย่างอยู่ใต้น้ำกับเจ้า นี่… เจ้ารู้หรือไม่ คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านเรามีตำนานเล่าสืบกันมาช้านานเลยทีเดียว...” จันเหลือบมองไปทางแม่น้ำที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องล่าง
“ใต้สายน้ำนี้ มีเทพผู้เฝ้าขุมทรัพย์และคุ้มครองผู้มีบุญสถิตอยู่ ท่านจะปรากฏกายเฉพาะตอนที่ดวงจิตที่แข็งแกร่งเท่านั้นมาเยือน”
เจ้าจุกกับเจ้าแก้วที่กำลังเคี้ยวขนมหยุดชะงักหูผึ่งทันที
“ใต้น้ำนั่น...” เนตรมณีพึมพำ
ภาพเงาร่างสูงสง่าในชุดดำและดวงตาสีทองเรืองรองใต้กระแสน้ำเย็นเยียบผุดขึ้นมาในมโนภาพของหล่อนทันที
“ฉันเห็น... มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางน้ำที่แยกออก” เนตรมณีตอบตามตรง เสียงเรียบ เราวกับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไราำหรับหล่อน
จันเบิกตากว้าง มือที่วางบนตักสั่นเล็กน้อย
“ท่านจริงๆ... องค์พญานาค จอมนาคาผู้ครองน่านน้ำแห่งนี้”
ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านชานเรือนจนโคมไฟกระดาษไหวเอน เจ้าจุกกับเจ้าแก้วขนลุกซู่รีบขยับเข้าหาพี่สาว
“พญานาคเหรอ?” เนตรมณีทวนคำ ในหัวเริ่มนึกถึงความช่วยเหลือที่ได้รับ ถ้าไม่ได้ ‘ผู้เฝ้า’ คนนั้นช่วยกดพลังอาฆาตของพรายทั้งรัง และช่วยแหวกน้ำเปิดทางให้เธอสู้ได้ถนัด... ป่านนี้ร่างของเธอคงกลายเป็นอาหารปลาไปแล้ว
“ขอบคุณนะ...” เนตรมณีพึมพำเบาๆ กับสายลมพลางมองไปยังผืนน้ำที่สะท้อนแสงแดดวิบวับ
จันมองเนตรมณีด้วยแววตาเทิดทูน “ท่านคงเห็นอะไรบางอย่างในตัวแม่มณี... เลือดที่ไหลซึมจากนิ้วของเจ้าเมื่อวาน มันอาจไปปลุกพลังบางอย่างที่หลับใหลมานานนับร้อยปีให้ตื่นขึ้น”
เนตรมณีนิ่งอึ้ง เลือดของผู้เล่น? หรือว่านี่คือเนื้อเรื่องหลัก ที่ระบบพยายามจะบอก?
“ขอบใจนะจัน สำหรับเรื่องเล่าและเสบียงพวกนี้” เนตรมณีหันไปมองเพื่อนคนแรกในโลกนี้ด้วยแววตาที่อ่อนลง
จัน ยิ้มรับด้วยความตื้นตัน มิตรภาพที่เริ่มต้นจากความตายที่เกือบจะพรากทุกอย่างไป กลับกลายเป็นพันธะสัญญาที่มั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใดในพระนครแห่งนี้
เนตรมณีมองตามหลังจันและเด็กชายที่เดินลงเรือนไปพลางถอนหายใจยาว
‘พญานาคก็มาแฮะ... ดูเหมือนบริษัทปราบผีของฉัน จะต้องขยายสเกลงานไปถึงระดับเทพเจ้าซะแล้วสิ’
เธอก้มมองรอยแผลที่นิ้ว ซึ่งบัดนี้เหลือเพียงรอยจางๆ แต่ความรู้สึกอบอุ่นจากการช่วยเหลือของ
"ผู้เฝ้า" ยังคงตราตรึงอยู่ไม่รู้ลืม...
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ