ผู้อาศัยบนสรวงสวรรค์ล้วนได้รับพลังวิเศษประจำตัว ซึ่งในหมู่ของเทวดานางฟ้าที่นอกจากเหาะเหินเหนืออากาศ ก็มักได้พลังประเภทบงการเสกสรรธาตุสรรพสิ่งต่างๆ เพื่อใช้มันอย่างช่ำชองและมีประโยชน์ต่อการเกื้อหนุนภาระหน้าที่ของตัวเอง แต่ละคนจึงคอยจัดหาช่วงเวลาสำหรับไว้ฝึกฝนพลังของตน สถานที่ฝึกพลังนั้นก็มีทั้งบนสวรรค์กับโลกข้างล่าง ซึ่งถูกจำกัดให้เป็นเขตห่างไกลจากสายตาผู้คน ดังเช่นหน้าใหม่คนนี้ที่เลือกริมผาของเกาะร้างแห่งหนึ่ง และมีความเขียวขจีจากพืชไม้แถวนั้นประดับไว้
“เอาล่ะ ได้เวลาฝึกวันที่20แล้ว หวังว่าจะคล่องขึ้นกว่าเดิมนะ”
สุธาสินได้รับพลังตามสถิติสูงสุดยอดนิยมของพลังพื้นฐาน อย่างการควบคุมลมอากาศ เมื่อเจ้าตัวได้ยื่นมือสัมผัสลมรอบตัว จึงออกคำสั่งในใจให้ลมนี้พัดไปหาสิ่งต่างๆ โดยคราวนี้เขาเล็งเป้าไปยังกองใบไม้แห้งที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเอง ด้วยผลจากการฝึกฝนมาพอสมควร ในที่สุดสินก็สามารถควบคุมสายลมหมุนได้ดั่งใจแล้ว ดังเช่นลมนี้ที่พัดไปหาใบไม้แห้ง จนเศษใบพวกนั้นลอยขึ้น แล้วปลิวไสวมาใกล้ตัวเขา พอลองเปลี่ยนทิศทางให้พัดไปทางอื่น ลมก็เปลี่ยนไปตามนั้นอย่างไม่ขาดสายทันที
“ฮ้า ต้องแบบนี้สิ ค่อยสมกับที่ได้บรรลุเป็นเทวดาหน่อย เรานี่เก่งชะมัด….อิๆๆ” ชายหนุ่มประทับใจพลังประจำตัวเหลือล้น จนไม่ทันสังเกตเห็นเศษของแข็งบางอย่างที่ดันลอยติดลมขึ้นมาด้วย
“โอ๊ย!!!” กิ่งไม้ขนาดกลางที่อยู่ใต้กองใบไม้ได้ถูกพัดตามแรงลม จนลอยกระเด็นพุ่งเข้าใส่กลางหน้าเทวดาเต็มๆ ทำเอาสินผงะล้มหงายไปกับพื้นหญ้าทันที พร้อมกับรอยแดงก่ำบนใบหน้าที่แสนแสบทรวง
“เจ็บๆๆ….ไอ้ไม้บ้าเอ๊ย ฉันไม่ได้สั่งให้พัดมาฟาดหน้าฉันซะหน่อย” สินเขวี้ยงไม้เกะกะตกลงจากเชิงผาไป อดไม่ได้ที่เขาจะเขินอายกับสภาพนี้ ถึงกระนั้นอีกใจหนึ่งของเขาก็โล่งใจ ที่ไม่มีใครมาเห็นภาพอุบัติเหตุนี้เข้าให้แบบเต็มตา
“อ้าว นั่นสินใช่มั้ย”
“เสียงนี้…..เฮือก!!!”
วินาทีนั้น เทวดาหนุ่มสะดุ้งกับน้ำเสียงอันคุ้นเคยที่ดังมาจากบนฟ้า ไม่จำเป็นต้องแหงนมองบน เขาก็รู้ได้ทันที ถึงเทพีเมขลาที่กำลังเหาะลงมาแตะพื้นทุ่งแถวนี้อย่างนุ่มนวล และเธอยังพกลูกแก้วกลมดวงใสติดมาด้วย ทำให้สินเกิดแปลกใจอย่างมาก เพราะแถบนี้ไม่เห็นมีวี่แววของผู้ประสบภัยสักคนเลย
“ท….ท่านเมขลา ท่านมาทำอะไรที่นี่เหรอ”
“ถามได้ ก็ที่นี่เป็นที่ฝึกซ้อมผ่อนคลายสำหรับฉันไง ถึงว่าบนสวรรค์วันนี้ ไม่เห็นนายเฝ้าประตูอยู่เลย”
“ก….ก็เป็นเวลาว่างของผมพอดีน่ะ เลยกะมาซ้อมพลังหน่อย ริมผานี่เป็นที่ของท่านหรือเนี่ย รู้สึกผิดเลยที่ดันมาแย่งพื้นที่นี้ใข้เองโดยพลการ….” ความรู้สึกตื่นเต้นของสินนั้นทวีคูณหนักขึ้น ยิ่งเมื่อรู้ว่าบนแถบนี้มีเพียงแค่สองเท่านั้น ไหนจะการเลือกจุดเดียวกันแบบังเอิญอีก
“ฉันก็ไม่ได้ตั้งพื้นที่นี้เป็นของตัวเองคนเดียวซะหน่อย แถมดันมาเห็นนายพลาดท่าระหว่างซ้อมอีก”
“งั้นเหรอ…….หา!!!” เทวดาหนุ่มแทบจะหวีดสุดเสียง ก่อนจะรู้สึกขวยเขินกับเหตุการณ์ไม้พัดทิ่มหน้าเมื่อครู่ จนประหม่าว่ามันจะเป็นอีกหนึ่งภาพลักษณ์แย่ๆในสายตาของเทพีไปเสียแล้ว เป็นเหตุให้สินเริ่มไม่กล้าสบตากับเมขลาแทนซะอย่างนั้น
“เครียดขนาดนั้นเชียว งั้น…ลองดูนี่สิสิน”
เมขลาตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่อยู่ในแผนพักผ่อนคลาย โดยยื่นลูกแก้วใสนี้วางบนมือของสิน เพียงแค่วินาทีเดียวที่ผิวมือของเมขลาแตะโดนฝ่ามือสุธาสินเล็กน้อย ก็ทำให้เขารู้สึกถึงอุณหภูมิในตัวที่เพิ่มระดับสูงมากขึ้น พร้อมกับหัวใจที่เต้นสูบฉีดแรง ก่อนที่สองสิ่งนี้จะร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิมถึงร้อยเท่า เมื่อเขาถูกเมขลาดึงแขนลากมาถึงแถวเชิงผาทันที
“เดี๋ยว….ให้ทำอะไรนะ”
“แบบนี้ไง....หันลูกแก้วมาทางนี้ แล้วลองส่องลูกแก้วดูสิ” เธอขยับมือสองข้างของสินหันไปทางฝั่งผืนน้ำทะเล ลูกแก้วในมือของสินสั่นไหวไม่หยุด อันเนื่องมาจากร่างกายของเขาที่สั่นระริกแรงราวกับอยู่กลางจุดที่มีแผ่นดินสะเทือนตลอดเวลา แม้จะตกอยู่ในอารมณ์สับสนและร้อนระอุ เขาก็ตัดสินใจทำตามนั้นอย่างใจเย็น โดยยกลูกแก้วมาใกล้กับใบหน้าของตัวเอง แล้วเปิดตามองสิ่งที่สะท้อนผ่านลูกแก้วดวงนี้ให้เต็มเบ้า
ภายในภาพทรงกลมที่แบ่งครึ่งโค้งออกอย่างชัดเจน ถึงครึ่งล่างที่สะท้อนกับผิวน้ำมหาสมุทร ขณะที่ครึ่งบนเป็นน่านฟ้าและกลุ่มเมฆบางส่วนเพลานี้ที่ดวงอาทิตย์อยู่เหนือสุดของกลางท้องฟ้า จึงฉายแสงส่องลงมากระทบลูกแก้วในมือสินพอดี เผยเป็นความสว่างอร่ามตาให้กับภาพโทนสีน้ำเงินของสองฝั่งนี้ชัดเจน จนสายตาชายหนุ่มเห็นคลื่นน้ำกับปุยเมฆผ่านลูกแก้วทั้งหมดนี้เป็นสีเหลืองทอง ทั้งยังเปล่งแสงระยิบออกมาในทุกจังหวะการขยับไหว ความสวยงามอันน่าอัศจรรย์นี้ทำให้เขาตื่นตาจนไม่อยากปล่อยลูกแก้วลงได้เลย
“น่าทึ่งใช่มั้ยล่ะ ความสวยงามของธรรมชาติที่เอารวมในภาพเดียว”
“ใช่ ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าธรรมชาติจะงามตาได้ขนาดนี้” เทวดาหนุ่มยื่นลูกแก้วลงมา จนสังเกตเห็นว่าความประหม่าสั่นเทาของตนนั้นได้หายไปแล้ว ขณะที่ในใจกลับมีความรู้สึกตื้นตัน ถึงการได้สัมผัสลูกแก้วประจำตัวของเทพี ราวกับว่าวันนี้กำลังเป็นความฝัน แต่มันกลับเป็นเรื่องจริง เช่นเดียวกับเมขลาที่โล่งใจเมื่อเห็นเขากลับมากระปรี้กระเปร่าได้อีกครั้ง
“ถ้าชอบมาก งั้นฉันยกลูกแก้วนี้ให้นายเลยนะ”
“หา!!! จ….จริงดิ” สินอึ้งจนเกือบทำลูกแก้วหลุดมือหน้าเชิงผา “แต่นี่มันของประจำตัวของท่านนี่นา ยกให้ผมจะดีเหรอ”
“เอาไปเถอะน่า ยังไงมันก็สู้ลูกแก้วแบบแรกไม่ได้อยู่แล้ว”
“อ้าว! นี่ไม่ใช่ลูกแก้วจริงๆของท่านเหรอ” เพียงแค่การพบกันตัวต่อตัวในแหล่งเดียวหนแรก สินก็ไม่คิดว่าจะทำให้ตนตกตะลึงไปหลายเรื่องแล้ว
“แสดงว่ายังไม่รู้เรื่องนี้สินะ ลูกแก้วประจำตัวของฉันหายไปตั้งนานแล้ว ที่นายถืออยู่ก็เป็นลูกที่สิบเอ็ดด้วย” เธอหย่อนตัวนั่งลงบนทุ่งที่มีดอกไม้ผลิบานอยู่ คอยสัมผัสลมอ่อนที่พัดเพขึ้นมาจากชายฝั่งข้างล่าง
“แล้วลูกแก้วทั้งหมดก่อนหน้านี้ล่ะ”
“ก็ให้คนอื่นไปนะสิ โดยเฉพาะพวกเทวดาที่ปลื้มฉันนักหนา ไม่ก็เพื่อนของฉันที่ชอบของระยิบระยับ ตอนแรกกะจะใช้เวลาทำความคุ้นชินกับดวงนี้ให้มากกว่านี้แท้ๆ แต่มันก็ไม่ใช่จริงๆ ตัดสินใจแล้วล่ะว่าจะไม่หาลูกแก้วดวงอื่นมาแทนแล้ว”
“แต่ถ้าไม่มีลูกแก้ว….ตอนลงไปช่วยคนจะไม่เป็นปัญหาเหรอครับ” สินสงสัยหลายข้อ แล้วเริ่มลงมานั่งเคียงข้างนาง
“ก็แค่ของประดับตอนลงไปเท่านั้นเอง ถึงไม่มีมัน ฉันก็ช่วยคนได้เหมือนเดิม นายนี่อยากรู้อยากเห็นซะจริงนะ”
“ง….งั้นเหรอ ถ้าเสียมารยาทเกินไปก็ขอโทษด้วย ท่านเมขลา”
“ฉันไม่ได้ว่าซะหน่อย….ตกลงจะเอามั้ยล่ะ ลูกแก้วดวงสุดท้ายจากฉัน”
“เอาครับ!!!! ขอบคุณจริงๆที่มอบให้” สินไม่นึกว่าวันนี้จะได้วัตถุผ่านฝ่ามือของเทพี ติดกลับมาด้วย เขาท่องสาบานในใจเลยว่าจะดูแลมันอย่างดี ขณะที่สายตาเมขลายังจ้องมองเขาอยู่
“ขออีกเรื่องนะสิน นายไม่ต้องเรียกฉันนำหน้าแบบนั้นก็ได้ะ ฉันไม่ใช่เทพีที่สูงศักดิ์อะไรขนาดนั้นหรอก อีกอย่างตอนนี้….เราสองคนก็เป็นเพื่อนกันแล้วนี่นา”
“เอางั้นเหรอ ได้สิ….เมขลา”
เพียงตอบรับในวิธีทักหาที่เปลี่ยนไป ความใกล้ชิดของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้น ณ สถานที่ริมผาแห่งนี้คือตัวจุดประกายให้สินกับเมขลาได้สนทนากันและกันอย่างมีอรรถรส ผ่านริมผาแห่งนี้ที่มีจุดรับบรรยากาศแห่งธรรสชาติในทุกทิศได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งคลื่นน้ำ พืชพรรณ บุปผา และอากาศฉ่ำสบาย
“แล้วเมขลามาที่นี่บ่อยมั้ย ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเจอหน้าเลย”
“นานๆทีนะ ฉันคุมพลังจนชำนาญอยู่แล้ว เลยไม่ต้องมาฝึกบ่อยเหมือนเมื่อก่อน นอกจากแวะมาที่นี่เพื่อผ่อนคลาย ก็มีมาซ้อมร่ายรำบ้าง”
“ฮ้า ที่เธอรำแสดงคราวก่อนฉันชอบมากเลย คุ้มบุญจริงๆที่ได้ชมกับตาตัวเอง”
“ขอบใจจ๊ะ ฉันอยากแสดงให้เต็มที่เพื่อความสุขของทุกคนอยู่แล้วล่ะ”
คำชมจากผู้มาชมเป็นครั้งแรกอย่างสุธาสิน ทำให้เมขลาชื่นใจกับความพยายามที่ทุ่มเทให้กับหนึ่งการแสดงทุกเดือนบนสวรรค์ โดยเหล่าองค์เทพีธิดาทั้งหลายจะสลับเวียนออกมาเริงระบำกลางลานเมฆ มีดนตรีบรรเลงเสนาะหู ให้ผู้คนได้เชยชมอย่างสนุกสนานแต่ละครั้งก็มีดาวเด่นประจำกลุ่มแตกต่างกันไป โดยผู้ที่สามารถร่ายรำอย่างอ่อนช้อยจนสะกดสายตาทุกคนเอาไว้ได้ดีเสมอมา ก็คือเมขลาผู้เป็นอับดับต้นๆนั่นเอง
“ว่าแต่….พอได้เป็นเทวดาสวรรค์แบบนี้ เทียบกับตอนเป็นมนุษย์ปกติ คิดว่าไงล่ะ” เธอถามกลับบ้าง แม้นั่นจะทำให้สินประหลาดใจ สำหรับคำถามจากปากเทพีที่คอยช่วยเหลือมนุษย์ตลอดเวลา
“ก็…ชีวิตแบบนี้ก็ต้องดีกว่าตอนเป็นคนอยู่แล้ว ได้อยู่ในที่ที่สุขสบาย มีพลังวิเศษติดตัว ไม่เหมือนตอนฉันเป็นคนธรรมดานะ ทำอะไรไม่เห็นได้เรื่องสักอย่าง” สินเอนตัวนอนกลางทุ่ง พลางเสกลมพัดกลิ่นหอมจากดอกไม้มาหาตัว
“แต่นับว่าน้อยมากเลยนะ ดวงจิตจากโลกข้างใต้ที่พิสูจน์ตัวเองจนได้รับอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นเทวดาแบบเต็มตัว ซึ่งนายก็ทำได้สำเร็จ” เมขลาชื่นชมและโน้มตัวนอนลงตาม
“ใช่ ไม่คิดเลยว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ แต่ก็ภูมิใจสุดๆ ไม่เสียแรงที่เชื่อมั่นทำความดีมาตลอด…..”
ภายใต้การสนทนาอันถูกคอ ต่างฝ่ายต่างสัมผัสถึงเสน่ห์แบบเปิดเผย ที่ไร้คำเสแสร้งหรือประจบประแจง จากคิดว่าคงคุยนิดเดียว กลับเพลิดเพลินยาวไปจนถึงเรื่องราวสารทุกข์สุขดิบต่างๆบนสวรรค์ พอรู้ตัวอีกที พระอาทิตย์ก็ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว หนึ่งวันการมาเยือนริมผาของทั้งคู่จึงจบลง จากนั้นจึงเหินเหาะกลับขึ้นมาข้างบนพร้อมกัน
“คุยกับนายเนี่ยสนุกจริงๆ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะสิน” เมขลาจากลากับสินหน้าวิมานของตัวเอง สีหน้าทั้งคู่นั้นแช่มชื่นกับเวลาว่างของวันนี้ที่แสนคุ้มค่า
“อืม ราตรีสวัสดิ์นะ เมขลา” หลังกล่าวลากันแล้ว ลานเมฆขาวได้เปลี่ยนสีขาวเป็นม่วงครามตามเวลาช่วงค่ำ เข้าสู่การพักผ่อนของเทวดานางฟ้าทั้งหมด
เมื่อมาถึงวิมานหลังของตัวเอง สุธาสินก็ล้มตัวนอนลงที่ประทับ พร้อมกับคลำลูกแก้วที่ได้มาในวันนี้อย่างไม่หยุด ปล่อยให้ภาพความทรงจำระหว่างกันลอยวนอยู่ในหัวอีกพักใหญ่ จนนับไม่หมดด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ยิ้มแย้มไปกี่รอบแล้ว เทวดาหนุ่มกลิ้งหนุนไปมาอย่างคุมอาการไม่อยู่ กับความร้อนไม่มีแผ่วที่ไหลเวียนทั่วกาย
“ฮ้า….อย่างกับฝันแท้ๆ ต้องขอบคุณทุ่งริมผาจริงๆ เหมือนมีมาเพื่อเราสองคนชัดๆ” เจ้าตัวหวังอยากให้เวลาดีๆอย่างนี้มีอีกตลอดไปด้วยซ้ำ แต่สิ่งน่าประทับใจอีกเรื่อง คงเป็นการที่เมขลาสามารถมีความสุขเมื่อได้สนิทสนมกับเทวดารุ่นใหม่คนนี้
“เมขลา….เธอยังใจดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะ” สินคิดเรื่องนี้ปิดท้ายของวัน แล้วฟุบหลับสนิทไป
……….
อีกหนึ่งวันถัดมาของยามพักผ่อน เมขลาเลือกออกไปผ่อนคลายยังโลกข้างใต้เช่นเคย แต่หนนี้เธอคาดหวังเรื่องหนึ่งเอาไว้ ตั้งแต่เมื่อพ้นทางเข้าออก แล้วลอยฟ้ามาเยือนทุ่งริมผาแห่งนี้
“อ้าว! สินไม่อยู่เหรอ แต่ตรงประตูสวรรค์ก็ไม่เจอเขานี่” เทพีกวาดสายตามองตั้งแต่เหนือบนล่างชัดเจน จนพบว่ามีตนเพียงคนเดียวที่อยู่กลางทุ่งสงบ เธอทราบดีว่านี่ไม่ใช่เวลาเข้างานของสุธาสิน จึงแปลกใจและนึกสงสัยว่าเขาใช้เวลาว่างนี้ทำอะไรอยู่ อาการคอตกของเมขลาเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ คิดเสียดายในใจว่าคงต้องอยู่คลายอารมณ์ตรงนี้คนเดียวเหมือนกับเมื่อก่อน
ทันใดนั้น เมขลาพลันสะดุ้งตื่นตัว เมื่อมีสายลมอากาศบริสุทธิ์พัดผ่านตัวเธอ ลมแบบนี้ไม่ใช่ลมทั่วไป ถึงมวลอากาศภายในที่ไร้สิ่งเจือปน ซึ่งมีแต่ผู้วิเศษบนสวรรค์ที่จะเสกออกมาได้
“เป็นไงเมขลา วิธีคุมลมแบบใหม่ของฉัน”
ความผิดหวังเมื่อครู่ได้หายไปทันที เมื่อสุธาสินเดินลัดออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมหมุนควงไม้พลองในมือเป็นวง ปลดปล่อยลมสะอาดออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
ลมอ่อนนั้นเข้ามาพัดหมุนรอบตัวเทพี ก่อนจะพัดพากลีบดอกไม้บริเวณริมผาให้หลุดจากก้าน พัดรวมเป็นกองแล้วลอยสูงเหนืออากาศ จังหวะเดียวกับที่แรงหมุนไม้ของสินนั้นรวดเร็วขึ้น
เมื่อเทวดาพอใจในความสูงประมาณหนึ่ง จึงกำจับไม้ให้หยุดหมุน สายลมทั้งหมดที่สร้างมาจึงสลายไปทันที เป็นผลให้กลีบบุปผาทั้งหมดค่อยๆโปรยปรายลงมาหาเมขลา แฝงกลิ่นหอมอันสดชื่น ช่างเป็นภาพตัอนรับที่มีสีสันสบายตาอย่างยิ่ง
"ว้าว ยอดไปเลย นี่นายใช้วัตถุประสานพลังได้แล้วหรือเนี่ย” เมขลาชื่นชมเต็มอก
“ฮิๆๆ ยอมฝึกจากรุ่นพี่เพื่อทักทายเธอกลับแบบอลังการเชียวนะ” หนุ่มหน้าใหม่ปลื้มปริ่ม ถึงอีกหนึ่งรูปแบบของการคุมพลังธาตุในหมู่เทวาเทพีโดยเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือสักหนึ่งชนิด เพื่อช่วยประสานควบคุมกำหนดพลังนั้นให้สะดวกขึ้น ไม้พลองขาวของสินมีขนาดยาว จึงเข้ากับการฟาดควงอากาศโดยรอบอย่างยิ่ง เมขลายิ้มออกมาอย่างสุขใจ นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจสุดๆ เธอเชื่อมั่นเต็มอก ว่าการพบเจอหนที่สองนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มาจากความจริงใจของคนสองคนที่เชื่อมั่นแก่กัน
การเข้าหาของทั้งสองที่สนิทสนมขึ้น ได้ก่อเกิดเป็นเส้นด้ายสายสัมพันธ์ที่กำลังผูกแน่นขึ้นเรื่อยๆ สมกับความสุขที่เพียงพบเจอแรกเห็น ก็จะได้รับมันตลอดเวลา
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ