กาลเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ เช่นเดียวกับหนุ่มสุธาสิน ผู้พ้นคำว่าน้องหน้าใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังได้ผูกสัมพันธ์กับเทพีเมขลาขึ้นอีกหลายหน และพอถึงตอนที่เทพีข้ามผ่านประตูสวรรค์ครั้งไหนๆ รอยยิ้มมุมปากของเธอจะปรากฏเมื่อได้พบกับสิน ผู้ซึ่งคอยเปิดบานประตูด้วยความรู้สึกเดียวกัน ความสนิทสนมของคู่นี้ จึงกลายเป็นหนึ่งหัวข้อนิยมของวงสนทนาซุบซิบในกลุ่มเทวดานางฟ้าอยู่เรื่อยมา
“อ๋า นุ่มสบายเหมือนเดิมเลย”
บริเวณหนึ่งบนสวรรค์ที่มักเป็นแหล่งประจำของสาวๆ อันเต็มไปด้วยปุยเมฆขาวหนานุ่ม เหล่าธิดานางฟ้าทั้งหลายกำลังนั่งพักพิงหนุนตัวกับก้อนเมฆนุ่มนิ่มนี้ เพื่อขจัดสิ่งล้าน่าเบื่อในตัวให้หมดใจ และเสริมความสุขสบายเข้ามา
“เมขลา ดูเธอจะเต็มอิ่มกับความสุขมากเชียวนะ” เพื่อนสาวคนหนึ่งทักหาเทพีผู้งดงามสะดุดตาที่สุดของกลุ่มนี้ ซึ่งเธอกำลังบีบปุยเมฆอย่างเพลินมือ
“แหงสิ เมฆนี่ช่วยคลายอารมณ์เบื่อได้ดีเยี่ยมมาก”
“โอ๊ย ยัยฟ้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น เกี่ยวกับนายสุธาสินคนนั้นต่างหาก”
เพียงเอ่ยแค่นี้ เท่ากับว่าเหล่าเพื่อนธิดาได้เปิดประเดิมหัวข้อสนทนาหลักของวันนี้ไปแล้ว ตามประสาที่หากมีพูดถึงผู้ชายในกลุ่ม ก็ต้องพัวพันเรื่องเดียวถึงความรักนั่นเอง อดไม่ได้ที่พวกหล่อนจะเริ่มยิ้มกรุ้มกริ่มกันใหญ่ ตรงกันข้ามกับเมขลาที่ประหม่าหนัก จนเมฆนุ่มหนุนตัวชักไม่สบายตัวอีกต่อไป
“เดี๋ยว…..จะคุยเรื่องฉันกับสินจริงดิ”
“แหม จะไม่พูดได้ไงเล่า ก็พอมีหยุดว่างทีไร เธอกับเขาก็ต้องไปอยู่ร่วมกันสองต่อสอง โดยเฉพาะเขตริมผาที่ไปจู๋จี๋กันประจำ” เรื่องนี้ที่หลายคนรู้กันถ้วนหน้าถูกหยิบยกมาพูดซ้ำ กะขยี้เพิ่มเติมรสชาติให้หวานเลี่ยนยิ่งกว่าเดิม
“ถึงวันนี้เธอจะอยู่กับเรา แต่เชื่อสิ…ยังไงก็ต้องมีคิดถึงกันตลอดเวลาแน่ ฟันธง!!!!”
“คิดไปถึงไหนกันเนี่ยพวกเธอ ฉันกับสินเราเป็นแค่เพื่อนกันเอง”
“เป็นเพื่อนแล้วเปลี่ยนมาเป็นคู่รักภายหลังกันยังได้เลย ฮิๆๆๆ” สาวๆต่างขำขันในท่าทีพยายามโต้แย้งของเมขลา ถึงสีหน้าเธอจะปราศจากอารมณ์ขวยเขิน แต่เพื่อนทั้งหมดต่างสัมผัสได้ถึงจิตใจที่กำลังหวั่นไหวของนาง กับการได้ลองประสบรักครั้งแรก
“ถึงเมขลาจะไม่สน แต่สำหรับสินเนี่ย…..ดูยังไงเขาก็มีใจให้เธอชัดๆ” พวกหล่อนพยักศีรษะพร้อมกันถึงหัวอกฝ่ายชายที่เห็นชัดเจนมาโดยตลอด ขณะที่เมขลาเริ่มถอนหายใจไปหลายหน จนคิดจะตัดบทให้จบลงตั้งแต่ตอนนี้
“พอเลยๆ ฉันยอมฟังพวกเธอบ่นเรื่องตัวเองหรือเริ่องอื่นทั้งวันก็ได้ ดีกว่ามาสนแซวชีวิตฉันคนเดียวแบบนี้” เมขลาชักหวนระลึกถึงรูปแบบบ่นระบายสารทุกข์สุขดิบบนสวรรค์แบบที่เคยเป็นเหมือนทุกที ขณะที่กลุ่มเพื่อนเองเกิดสัมผัสได้ถึงพลังงานหงุดหงิดที่กำลังก่อตัวมากขึ้นของเธอ
“จ้าๆ แหม…ยังแซวไปไม่ถึงครึ่งเลยนะ”
“ไม่ถึงครึ่งหรือไม่รู้ตัวกันแน่ ว่าพวกเธอคุยเรื่องฉันมาชั่วโมงกว่าแล้ว นี่ก็คิดว่าจะลุกกลับวิมานไปเลยด้วยซ้ำ” เมขลานับจับเวลาเอาไว้อยู่อย่างแม่นยำ และมิเคยเห็นการคุยเรื่องของตัวเองที่ยาวนานขนาดนี้โดยไม่วกไปเรื่องอื่นบ้าง จากเทพีแสนสง่า กลายเป็นเทพีหน้าบูดบึ้งที่รังเกียจพวกพ้องเดียวกันซะแล้ว
“โอ๋ อย่างอนสิ….พวกเราขอโทษ” เพื่อนหญิงทั้งหมดรีบแสดงท่าทีสำนึกผิด รวมถึงรั้งมือเมขลาให้ยังนั่งอยู่จุดเดิม
“เอาจริงนะ….เห็นพวกฉันขยี้อย่างงี้ จริงๆคือลุ้นตัวโก่งอยู่ต่างหาก”
“เอ๋???” เมขลาฉงนงงฉับพลัน กับความจริงประสงค์แท้ของการคุยเรื่องนี้ที่เพื่อนธิดาตนหนึ่งยอมเผย
“คือจะบอกว่าเธอกับสินเข้ากันมากไง เธอเป็นถึงเทพีเมตตาที่แสนสวย สุธาสินเองก็เป็นคนสุภาพเรียบร้อย อาจจะทะเล้นไปบ้าง แต่ก็มีจิตใจบริสุทธิ์เหมือนกัน แบบนี้เหมาะสมกันจะตาย”
“ใช่ แถมพ่อหนุ่มนั้นชายตาสนแต่เธอคนเดียว ทำอย่างกะแดนสวรรค์นี้มีผู้หญิงแค่เมขลาคนเดียวแน่ะ” หญิงสาวจำนวนมากรู้สึกถึงความเป็นตัวตนว่างเปล่า ก็จากสายตาของเทวดาผู้นี้เอง
“แค่กลัวเธอจะปิดใจแบบคนก่อนหน้านี้อีกนะ ทั้งที่ผ่านมาตั้งขนาดนี้ เมขลาน่าจะมีความสุขกับคนรักสักคนบ้างแล้วแท้ๆ” คำพูดนี้ที่หลุดออกมาหมดใจ แม้จะยังอยู่ในกรอบของหัวข้อเดิม แต่รอบนี้เมขลาเริ่มตอบสนองต่อการคุยขึ้น ฟังดูกลายเป็นคำแนะนำที่ดันกระแทกใจเทพีอย่างน่าแปลกประหลาดใจ
“ถ้าเธอกับสินคบกัน ฉันว่าต้องเป็นคู่ที่ถ่ายทอดความรักต่อกันได้ดีเยี่ยมแน่เลย”
“แต่การตัดสินใจบอกเลิกของเมขลาก็มีข้อดีนะ พวกผู้ชายถึงมาคบเราต่อแทนไง”
“ฮ่าๆๆๆ เห็นด้วยเลยข้อนี้” พวกสาวๆขำลั่นแบบคุมไม่ได้ นับได้ว่าสถานะโสดของเมขลาที่มีมาอย่างยาวนาน ได้ส่งต่อให้เพื่อนทั้งกลุ่มมีคู่ครองสละโสดกันไปถ้วนหน้า ทำเอาเธอเผลอหลุดขำคิกคักขึ้นมาบ้าง และตัดสินใจนั่งร่วมวงกันต่อ แม้ความรู้สึกในใจตอนนี้จะกำลังคิดหนักอยู่
อย่างไรก็ดี การรวมกลุ่มถกคุยสัพเพเหระของเหล่าธิดานางฟ้ากลุ่มนี้ ก็ทำให้หนึ่งวันของพวกเธอผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งของสองผู้ทำหน้าที่คุมบานประตู เทวดาฝั่งซ้ายกำลังวางแผนในหัวอย่างเป็นระบบ ถึงการใช้เวลาหยุดของตนต่อจากนี้ว่าจะทำอะไรให้เทพีสาวที่มักไปร่วมกันเสมอรู้สึกสุขใจ และยังแอบบ่นอุบอยู่หลายหน ว่าเหตุใดระยะเวลาทำงานน่าเบื่อนี้ถึงผ่านไปอย่างชักช้าอืดอาดซะเหลือเกิน ก่อนที่ขาท้วมหนักของเทวดาฝั่งขวาจะย่ำเดินเข้ามาใกล้ทันที
“เหอะ! กำลังนึกถึงเมขลาอยู่ละสิท่า ผ่านมาขนาดนี้แล้ว ยังไม่ได้สารภาพรักอีกเหรอสิน”
“เอ๋!!! รู้ด้วยเหรอว่าผมชอบเธออ่ะ”
“คิดว่าข้ามีไขมันเต็มสมองหรือไง ยิ้มฉีกถึงหูทุกครั้งที่เจอหรือนึกถึงเมขลา ใครเขาจะดูไม่ออกกันเล่า” พันขุ่นเคืองใจกับตัวรุ่นน้องร่วมงานที่บังอาจประเมินตัวเขาต่ำไปเพียงเพราะแค่พุงหนา ทั้งยังแปลกใจในท่ามกลางดงเสียงนินทาที่ลุ้นถึงความสัมพันธ์คู่นี้ สินกับเมขลากลับยังเลือกสถานะคบกันเป็นเพื่อนอยู่
“โธ่! พี่พัน ถ้ามันง่ายแบบนั้นผมก็คงทำไปแล้วแหละ มันตื่นเต้นจะตาย แถมอีกใจนึงก็….กลัวเธอจะปฏิเสธด้วยอ่ะ” สินหวั่นเกรงหนักจนทรุดนั่งลงกับพื้น บนแก้มทั้งสองเองก็แดงก่ำมากขึ้นอีกด้วย
"พอได้ยินเรื่องจากรุ่นพี่ก่อนหน้าที่เคยสารภาพรักแล้วโดนเมขลาปฏิเสธ ผมก็กลัวว่าจะตามรอยพวกเขาไปอีกคนด้วย เห็นเขาว่าถ้าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรเกินกว่านั้น เธอก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาเลย ว่าเป็นแค่เพื่อนกันเฉยๆ"
“มันก็จริงเนอะ....เราเองก็เดาไม่ออกเลย ว่าอีกฝ่ายจะคิดแบบที่เราคิดไหม” แม้รุ่นพี่พุงโตจะไม่เคยมีประสบการณ์รักหวานซึ้ง ก็เข้าใจความรู้สึกกดดันนี้เต็มอก ผ่านสายตาที่เห็นเพื่อนชายหลายคนอกหักมานักต่อนักจากหญิงคนเดียวกัน และสิ่งที่จะยืนยันความสัมพันธ์ทั้งสองมาโดยตลอด ก็มีแต่การสารภาพความในใจเท่านั้น
“ที่ผ่านมาเราสนิทกันมาก ผมดูไม่ค่อยออกเลยว่าเธอจะชอบผมแบบนั้นมั้ย....หรือว่าผมควรจะเลิกคิดเรื่องนี้ดีเนี่ย"
“ฮ่าๆๆๆ จะมัวกลัวไปทำไมสิน” พันยื่นมือตบเข้าไหล่สิน จนรับรู้ได้ถึงพลังอันหวังดีที่สุดจากมือของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาในกาย “ความรู้สึกของนายมาถึงขนาดนี้แล้ว จะดองเก็บมันไว้ให้เน่าหรือไง ถ้านายกล้ารักเธอได้ พี่ก็ขอให้สมหวังละกัน แต่ถ้าเกิดนายอกหัก พี่คนนี้ก็พร้อมปลอบใจภายหลังเสมอนะ”
"พี่พัน....."
คำกำลังใจจากคู่หูร่วมงาน ทำให้สินซาบซึ้งใจมาก จนรู้สึกผิดที่เคยแกล้งล้อเลียนพุงหนาพี่เขาบ่อยๆ แต่นั่นก็ทำให้ความมั่นใจของเทวดาหนุ่มเพิ่มพูนหลายเท่า ถึงคำเอ่ยต่อเมขลาที่คิดว่าควรค่าแก่การจะสารภาพสักที เพื่อเข้าตัดสินสายสัมพันธ์ที่กำลังจะก้าวไปอีกระดับหนึ่งแล้ว
……….
เมื่อเข้าสู่ภวังค์ส่วนตัวที่แสนโดดเดี่ยวชั่วคราว เมขลาจึงได้ลองเก็บความเห็นรวมของตลอดที่ผ่านมาขบคิดกับตัวเอง จนเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเธอนั้นยังไม่เคยตกหลุมรักใครบ้างเลย ทั้งที่เป็นเทพีแสนงดงาม จิตใจดี และเป็นมิตรต่อทุกคน ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญที่ช่วยดึงดูดให้เพศตรงข้ามต่างหันมาสนใจเธอ ตามอุดมคติแบบผู้หญิงโสภาอารีที่ชายหนุ่มทั้งหลายต่างหมายปอง
เธอยังจำได้ดีถึงสีหน้าชายจำนวนมากก่อนหน้าที่เข้ามาจีบเธอ พวกเขามักมีบุคลิกยียวน เน้นโปรยเสน่ห์ หรืออวดความโดดเด่นของตัวเองแบบโต้งๆเพื่อหวังมัดใจเทพีให้ได้ จริงอยู่ที่บางคนล้วนเป็นคนที่เคยรู้จักผ่านตามช่วงเวลาต่างๆ และส่วนใหญ่ก็เป็นคนดี แต่ดูเหมือนเพียงแค่นั้นก็ไม่อาจทำให้เธอยอมหรือคิดจะเปิดใจมีความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายหนึ่งได้ ด้วยความรู้สึกแรกที่มีต่อเขาถึงเพียงแค่ความเป็นเพื่อนสนิทอันเดิม ซึ่งไม่ว่าจะคิดกี่ครั้งก็ดูไม่ค่อยแตกต่างเท่าไหร่นัก กับหนึ่งนิสัยประจำตัวของเมขลาอันแสนจะตรงไปตรงมา เป็นเหตุให้เวลาเธอรู้สึกอย่างไร ก็แสดงออกไปแบบนั้น โดยใช้เวลาตัดสินอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดพวกเขาจึงต้องรับสภาพอกหักหลังได้ยินคำตอบปฏิเสธ แต่ละคนดูเจ็บปวดมากจนทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่งเลยทีเดียว
เมขลามั่นใจเต็มร้อย ว่าเธอมิได้คิดอยากจะปิดกั้นความรู้สึกตัวเองขนาดนั้น แต่อุดมคติเรื่องรักสำหรับเธอนั้นมันเป็นอะไรมากกว่าแค่การหลงใหลเพียงอย่างเดียว ซึ่งแก่นหลักสำคัญของมันก็คือการเข้าใจหัวอกซึ่งกันและกัน ที่เมื่อเข้าหาก็ต่างสุขใจเสมอ และเธอก็แอบคาดหวังถึงความน่าสนใจของอีกฝ่ายที่ดูไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งก็ไม่รู้ว่านี่จะเป็นเป้าหมายที่สูงเกินไปหรือเปล่า
นอกจากเทวดาแล้ว เพื่อนสาวรอบตัวหลายคนก็ยังเคยตกหลุมรักคนอื่นเลย ทั้งชอบและหลงคนนั้นคนนี้ด้วยข้อดีต่างๆนานา ถึงกระนั้นเมขลาก็ยังคิดไม่ตก ว่าความชอบที่มันเป็นมากกว่านั้นจะรู้สึกอย่างไร จนดึงให้เธอเริ่มโหยหาอยากลิ้มลองความรู้สึกแบบนั้นบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็เกิดกลัวใจตัวเอง ว่าตอนนี้จะยังตอบสนองหรือรักใครได้บ้างอยู่มั้ย
สักพักเธอค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา หลังมัวคิดเรื่อยเปื่อยกับตัวเองใต้ต้นไม้แถวทุ่งผาจนเผลองีบไปแบบไม่รู้ตัว ทั้งที่วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่เธอลงมาเยือนริมผาคู่กับสินเหมือนเดิม ขณะที่เขากำลังเดินมาใกล้ตัวเธอพอดี
"เมขลา เป็นอะไรหรือเปล่า จู่ๆก็หลับไปเฉยเลย"
“เปล่า แค่คิดอะไรนิดหน่อยเอง….หาว” เมขลาเริ่มบิดขยับความล้าผ่านแขนและขา ก่อนจะเปลี่ยนมานั่งรับลมริมเชิงผาต่อ
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ