เจคอบทิ้งแผ่นหลังกำยำแนบลงกับพื้นทรายสีขาวนุ่ม ปล่อยให้โจนนี่เอนกายทอดแผ่นหลังขาวเนียนลงมาซ้อนทับ แนบชิดกับแผงอกกว้างของเขาในท่านอนหงายเช่นเดียวกัน สองแขนแข็งแรงของเด็กหนุ่มสอดโอบเอวบางเอาไว้หลวมๆ รั้งร่างนุ่มละมุนให้อิงแอบเป็นหนึ่งเดียวกับเขา ความเปรียบต่างระหว่างผิวสีเข้มของเขาและผิวขาวผ่องของเธอหลอมรวมกันอย่างงดงามภายใต้แสงดาว
ในท่านี้ ทั้งสองต่างทอดสายตามองขึ้นไปยังผืนฟ้ามืดมิดอันกว้างใหญ่ แผ่นหลังของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นจากแผงอกเบื้องหลัง โจนนี่เอี้ยวใบหน้าหันแหงนกลับมาหา ช้อนสายตาขึ้นประทับรอยจูบอันดูดดื่มและเว้าวอนที่ริมฝีปากของเขา เจคอบตอบรับสัมผัสเว้าวอนนั้นอย่างโหยหา เขาฝังใบหน้าลงกับซอกคอขาว สูดกลิ่นหอมหวานประจำตัวของเธอที่เจือไอเค็มจางๆ ของลมทะเล เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนสลวยแผ่กระจาย คลอเคลียไปตามผิวเนื้อของเขา จังหวะรักของทั้งสองสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ลึกซึ้งและเร่าร้อน แข่งกับเสียงเกลียวคลื่นที่สาดซัดกระทบฝั่งเป็นระลอกอยู่ห่างออกไป
หนุ่มสาวพลอดรัก ตักตวงความสุขจากกันและกันอย่างเต็มที่ ราวกับจะหยุดเวลาของคืนนี้เอาไว้ชั่วนิรันดร์ เพื่อเติมเต็มช่องว่างแห่งความคะนึงหา ให้ตราตรึงเป็นรอยประทับความทรงจำ ให้ฝังแน่นตลอด 6 ปีเต็ม ที่พวกเขาจะต้องห่างไกลกัน
ในช่วงเย็นหลังการประชุมสภาโซลันอันตึงเครียดสิ้นสุดลง ทริเวียสทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหลุมบุนุ่มในส่วนพักผ่อนของห้องรับรองอย่างเหนื่อยล้า เซอร์บรานเดินตามเข้ามาอย่างเงียบเชียบและทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
“ขอไวน์ผลไม้” ทริเวียสเอ่ยปากสั่งบริกรชาวเกรย์ร่างเตี้ยที่ยืนคอยรับใช้อยู่มุมห้อง
“เรื่องอนุมัติการสร้างสำนักโซลเฮย่าแห่งใหม่ในฝั่งมืดของเทียแมท ดูเหมือนจะผ่านไปได้ราบรื่นดีนะ... ทีนี้พวกทหารก็คงจะพอใจ ที่จะได้ส่งลูกหลานเข้ามาฝึกเป็นโซลเฮย่ากันมากขึ้น” เซอร์ บรานเปิดบทสนทนา ขณะที่บริกรนำไวน์สีสดในแก้วทรงสูงมาเสิร์ฟ
“แต่ฉันไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่หรอกนะ” ทริเวียสบ่นอุบอิบ “ไหนจะค่าใช้จ่ายบาน
ตะไท ค่าก่อสร้างมหาศาล แถมยังต้องมาเสียเวลาไปอีกตั้งสองสามปี”
“คุณก็น่าจะระดมทุนจากพวกชนชั้นสูงในเทียแมทได้มากมายอยู่นะ” เซอร์บรานเสนอแนะพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างใจเย็น “พวกเธียแมทไม่เคยนิยมชมชอบการส่งลูกหลานมาเป็นโซลเฮย่าหรอก... จนกระทั่งเรามีโครงการร่วมสร้างยานเดินทางไปดาวดวงใหม่นั่นแหละ ถึงได้ยอมรับสารภาพว่าพวกเขาเองไม่ได้มีเทคโนโลยีที่สูงพอจะทำอะไรแบบนี้ได้”
“ปกติ... เรื่องระดมทุน เราก็ทำแบบนั้นอยู่แล้วนี่” ทริเวียสตอบกลับหน้าตาย
เซอร์บรานค่อยๆ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจก เขาโน้มตัวมาข้างหน้า ประสานมือไว้บนตักแล้วกระแอมเบาๆ เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่ประเด็นสำคัญที่แท้จริง
“คุณควรจะส่งเด็กสองคนนั้น... ให้เข้ารับการฝึกเป็นโซลเฮย่าในรอบนี้ด้วย” เขากล่าวเสียงเรียบ
“ใคร? เด็กสองคนไหน” ทริเวียสขมวดคิ้ว ถามกลับด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง
“ฮาล... กับโจนนี่” เซอร์บรานเอ่ยชื่อชัดเจน
คำตอบนั้นทำเอาทริเวียสถึงกับชะงักผงะไปชั่วขณะ
“เจ้าหญิงกำลังเดินทางกลับมาแล้วนี่... แล้วราชินีเองก็โทรมาบอกให้ผมส่งเธอไปเป็นโซลเฮย่าอีกต่างหาก” บรานพูดพลางแกว่งเครื่องดื่มสีแดงเข้มในแก้วไปมาช้าๆ “ส่วนเรื่องของฮาล... ก็คงไม่ต้องให้ผมสาธยายอะไรให้มากความหรอกนะ” เซอร์บรานกดดันด้วยข้อมูลเชิงลึกที่เขากุมไว้
“จะทำได้ยังไง! การคัดเลือกมันจบไปแล้ว พรุ่งนี้เด็กที่ถูกคัดเลือกก็จะเดินทางไปสนามฝึกแล้วด้วย ต่อให้ฉันจะมีอำนาจล้นฟ้า ฉันก็เสกชื่อเด็กๆ เข้าไปดื้อๆ ไม่ได้หรอก! ” ทริเวียสเถียงหน้าตึง
“แต่กลุ่มโซลเฮย่าที่มีกำหนดการเดินทางไป ไอโอ จะออกเดินทางในอีกสิบวันข้างหน้านี้... คุณก็แค่แอบแทรกชื่อเด็กสองคนนั้นลงไปในรอบที่จะไปไอโอซะสิ แค่นั้นเอง”
เซอร์บรานเหยียดยิ้มมุมปาก “หรือว่าเรื่องง่ายๆ แค่นี้... มันจะเกินมือคุณไปแล้วงั้นหรือ”
คำสบประมาทนั้นแทงใจดำอย่างจัง ทริเวียสฉุนขาดขึ้นมาทันที โซลมาสเตอร์เฒ่าเกลียดการถูกดูถูกเป็นที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันออกมาจากปากของบราน แต่ด้วยวุฒิภาวะ เขาจำต้องกัดฟันสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธเอาไว้ ฝืนยิ้มเย็นชาและตอบกลับไปว่า
“ฉันจะลองดู”
“ไม่ต้องลองหรอก...” เซอร์บรานเอ่ยประชดประชันด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ระดับคุณ... แค่กะพริบตา ยานทั้งลำก็ยังระเบิดได้เลย…”
พูดจบ เซอร์บรานก็กระดกไวน์รวดเดียวจนหมดแก้ว เขาค้อมศีรษะแสดงความเคารพพอเป็นพิธี ก่อนจะลุกขึ้นและเดินหมุนตัวออกจากห้องไปอย่างผู้ชนะทิ้งให้ทริเวียสนั่งขบกรามแน่น โกรธจัดจนหนวดกระดิกอยู่ตามลำพัง ชายชราดีดนิ้วดังเป๊าะ เรียกบริกรชาวเกรย์ที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ให้เข้ามาหา
“ไปตามตัว โซลมาสเตอร์ไทบีเรียสมาพบฉัน... เดี๋ยวนี้!”
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ