“เอาล่ะเซเล่ ได้ของครบไหม จริงๆ โรงงานที่นี่ก็มีหลายอย่างให้เลือกซื้อเลยนะ” เทสเลอร์ ได้ถามเธอหน้าโกดังโรงงานขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบในการสร้างระบบอาวุธของโรงงานยูเครน โลหะแปรรูปมากมายวางเรียงกันเป็นแท่งๆ หนักเป็นตันที่มีเครนขนาดใหญ่คอยยกไปมา เซเล่ได้เดินเข้ามาดูแล้วเอามือลูบแท่งโลหะอิริเดียมก่อนจะถามว่า “ฉันว่า เท่านี้พอแล้วล่ะ ฉันคงไม่ทำปืนใหญ่อะไรนักหรอก... ราคาเท่าไรล่ะ..?”
“ฉันจ่ายไปแล้ว...” เทสเลอร์หันมาตอบเซเล่
“นายตอบไม่ตรงคำถามนะเทสเลอร์...” เซเล่แอบฉุนเขานิดหน่อยจึงพูดไปว่า “ฉันถามว่ามันราคาเท่าไร ไม่ใช่จ่ายรึยัง...!”
“7,000 Em เอง ไม่แพงหรอก...” เทสเลอร์ตอบ
“หา...!! 7,000 Em เลยหรอ...” เซเล่ตกใจกับราคาของที่ได้มา “ฉันว่า ฉันยังต้องซื้ออย่างอื่นอีกนะ....เงินฉันจะพอไหมนะ?”
“ไม่มีปัญหาหรอกหน่า...”
(Em = Electronic Money แต่จะเรียกกันว่า เอ็ม เป็นตัวย่อที่เข้าใจกันง่าย // 1 Em มีค่าประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐจึงถือว่าแพงมากๆ ใช้ร่วมกันกับเอเลี่ยนหลายๆ ดวงดาว เหตุผลที่เซเล่ไม่สร้างเงินขึ้นเอง เพราะถ้าทำแบบนั้นมันจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกแน่ๆ)
“ฉันต้องการโลหะอย่างอื่นมาผสม และก็กะจะซื้อเครื่องมือเขาหอด้วย...” เซเล่จิ้มจอโฮโลแกรมของเธอเพื่อดูเงินในบัญชีสถาบัน แต่เทสเลอร์ก็โบกมือบอกเธอว่า
“อ่าไปสิ หยิบเอาตามใจเธอเลย ฉันจะออกให้”
“พูดแบบนี้ฉันต้องคืนแกใช่ไหมนิ?” เซเล่ขมวดคิ้วหันไปตอบเทสเลอร์
เทสเลอร์เบี่ยงสายตาออกไปแล้วตอบเธอไปว่า “อ่า จะคืนไม่คืนก็แล้วแต่เธอละกัน แต่ฉันซื้อให้...
“กวนประสาทดีจริงๆ ไปได้แล้ว!!” เซเล่ตีไหล่เทสเลอร์ดังเพี๊ย แล้วเดินหันไปทางโรงงาน
พวกเขาก็ยังคงซื้ออุปกรณ์ และอย่างอื่นเพิ่มเติมจนเวลา 5 โมงครึ่ง บนท้องฟ้าก็มีแสงวูบวาบเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน!!
[แซดๆ ..ตี๊ดๆ ๆ ตี๊ดๆ ๆ ...] เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น....?” เทสเลอร์มองตรงขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับเซเล่
เหนือพื้นดิน 1,200 กิโลเมตร สถานีอวกาศ อวคาร์ เมียร์ (Avaca Mier)
“(คำเตือน : อพยพฉุกเฉิน) แอลเทรซเซอร์ : เวนโครสมัส อาร์วาไลน์”
เสียง AI สาวประจำสถานีดังขึ้นเป็นภาษาสครีนิกซ์ เนื่องจากมีหลายดวงดาวประจำการอยู่รวมถึงมนุษย์ ทำให้จำเป็นต้องใช้ภาษาหลักของเอกภพในการสื่อสาร
“มีการลอบโจมตีจากอาวุธไม่ทราบชนิด!!”
“ข้างนอกนั้นมีอะไร?” เคย์เซค ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองกำลังยุโรป หรือ Netrion ได้ถามพลตรวจการณ์ประจำสถานีในขณะที่เขามองออกไปนอกหน้าต่างอันว่างเปล่า
“เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าครับ....” พลตรวจการณ์ได้ยื่นกล้องตรวจคอสมิคให้กับเคย์เซค ก่อนที่เขาจะยกมันส่องดูด้วยความตกตะลึง!!
“ยานรบนั่น...มันเป็นพลังงานงั้นหรอ??”
“ครับ อาวุธอะไรยิงมันก็ทะลุผ่าน เราไม่รู้จะทำยังไงแล้วครับ!” พลตรวจการณ์ตอบ
ไม่นานนักเสียงจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เคย์เซคได้ยกมันขึ้นมาตอบ ปรากฏเสียงหญิงสาวชาวญี่ปุ่นทักมาว่า “เซค... บนนั้นเกิดอะไรขึ้น ฉันตรวจพบพลังงานคอสมิกมหาศาลเลย...”
“เราโดนโจมตีจากเอเลี่ยนแล้วล่ะ ...”
[ฟิ้ว!!!]
“...!!! อะไรน่ะ...!!” เคย์เซคได้ส่องกล้องมองดูบางอย่างที่พุ่งออกมาจากยานนั้นลงไปบนพื้นโลก
“มันโจมตีอีกแล้วงั้นหรอ... ฉันจะรีบไปที่นั่นทันที”
[ตู้ม!!]
เซเล่ได้พาเทสเลอร์วาร์ปหลบแรงระเบิดออกมา 25 เมตร ก่อนที่พวกเขาจะมองขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง... “เทสเลอร์.... มันมาเร็วกว่าที่ฉันคิด...”
“หมายความว่ายังไง??” เทสเลอร์ถามด้วยความสงสัย
“นั่นพวกไครนิกซ์ (Crynx) ” เซเล่ตอบ
ไม่นานนักยานขับไล่ WIX จากเครือจักรภพแอลเนกซ์ก็บินเข้าสู่น่านฟ้ายูเครน
“เซค.. ฉันมาถึงแล้วนะ เดี๋ยวพวกเราจะรับมือการโจมตีเอง..” ยูรินะได้ตอบกลับเคย์เซคก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะจิ้มไปบนจอโฮโลแกรมหลายครั้ง แล้วเปิดระบบบินอัตโนมัติทันที
ยาน WIX อีก 6 ลำ ได้บินแยกจากยานที่ยูรินะขับมา เธอได้เปิดหลังคาออกแล้วยืนขึ้นมองตรงไปบนฟ้า จากนั้น มือของเธอก็มีหลอดลาวาไหลมารวมตัวกันก่อนจะได้ยินเสียงสั้นๆ ดังขึ้นมาว่า “แอลเนกซ์”
ใบมีดขนาดยักษ์ปรากฎขึ้นเธอได้พุ่งขึ้นสู่อวกาศพร้อมเปลวเพลิงร้อนบนใบดาบ ก่อนที่เธอจะมุ่งตรงไปยังยานคอสมิกนั่นด้วยความเร็วที่มากมายมหาศาลราวกับยิงเลเซอร์ไปยังยานลำนั้นอย่างรวดเร็ว
“นั่น.... องค์หญิงยูรินะแห่งแอลเนกซ์ เป็นหนึ่งในคนที่เคยปราบเทพเจ้ามาแล้วสองครั้ง....” เทสเลอร์พูดให้เซเล่ฟังทั้งที่มองขึ้นไปบนฟ้า
“งั้นหรอ.... เอ.... ฉันจะรอดู..ถ้าทำได้ อำนาจของสาวผมแดงนั่น น่าจะระดับเอกภพ”
“ขนาดนั้นหรอ...?” เทสเลอร์หันลงมาถาม
“อัลเธอเรียร์บอกฉันมางั้น ก็ไม่รู้หรอกนะ ถ้าองค์หญิงที่ว่านั้นหยุดมันไม่ได้ ฉันก็พอนึกออกว่าใครหยุดได้....” เซเล่นึกคิดพลางมองไปยังโรงงานเหล็ก
“ใครล่ะ....” เทสเลอร์มองโรงเหล็กด้วยความสงสัย “มันเกี่ยวอะไรกับโรงเหล็ก”
“นานะ ผู้ที่มีอำนาจในการสร้างสรรพสิ่งบนเอกภพนี้....” เซเล่ตอบ
“เพราะเธอสามารถสร้างเหล็กขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องพึ่งพลังงานหรือมวลสารใดๆ เลย.... นายจะว่ายัยเด็กนั่นเป็น EX อีกคนก็ได้ แต่มันยังไม่แข็งแกร่งพอในตอนนี้หรอก” เซเล่ยืนจิ้มโฮโลแกรมเช็คประวัติอำนาจควบคุมของนานะในทะเบียนของสถาบัน “ในนี้บอกแค่ว่า เธอเป็นคนสร้างและออกแบบเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมา... แต่ฉันเห็นนานะทำได้มากกว่านั้น”
“งั้นหรอ...? รอดูก่อนละกัน” เทสเลอร์ขมวดคิ้วจ้องมองขึ้นไปบนฟ้าที่เกิดแสงวูบวาบพร้อมกับเซเล่
ยูรินะได้ถอดชิ้นส่วนดาบใหญ่ออกเป็นปืนพก และใช้มือคว้าเอาคันธนูบารุตะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดาบเพลิงนรกนี้มาถือไว้ในแนวหน้า ทั้งที่เธอยังคงพุ่งด้วยความเร็วสูงไปยังยานคอสมิคนั่น
“เรียวเฟรจ.... ฉันฝากเธอด้วยนะ...”
“ด้วยความยินดีค่ะ....”
“แทคคอล..... ไฟเออริ่ง แมชชีน....!!!” (Taccall - Friering Machine)
เธอเล็งปืนผ่านคันธนูแล้วยิงกระสุนความร้อนสูงออกมาเป็นร้อยๆ นัด แต่ละนัดเคลื่อนที่เป็นเกลียวเพลิงขนาดใหญ่พุ่งออกไปในอวกาศ ยานคอสมิคได้หมุนตัวตรงมายังฝูงบินของยูรินะ ที่ยิงมิสซายน์ม่านพลังงานป้องกันการโจมตีไว้
แต่ในเวลาเดียวกัน ยูรินะได้เปลี่ยนไปใช้การโจมตีระดับที่สองของเรียวเฟรจก์ทันที
“เทอร์มอล... บีม.... แบล็กไฟร์” (Thermal Beam Black Fire)
แสงเลเซอร์แปลกประหลาดสีดำสามเส้นได้พุ่งไปพร้อมกับกระสุนเกลียวเพลิง มันปะทะกับพลังงานคอสมิคจนกระจายตัวอย่างรุนแรง ทำให้ศัตรู สูญเสียพลังงานบางอย่างจนสามารถมองเห็นได้ชัด
“เป็นความคิดที่ดีพอสมควรเลยนะ เด็กคนนั้น... ทำให้พลังงานคอสมิคผันผวนด้วยการอัดพลังงานเข้าไปหลายๆ ครั้งจนปรากฏชัดแบบนั้น” เซเล่มองดูอยู่สักพัก ก่อนที่เทสเลอร์จะถามว่า “เธอรู้จักเรื่องพวกนี้ได้ยังไง?”
“ฉันเกิดมาเกือบหมื่นปีแล้ว และฉันเคยเจออะไรพวกนี้มาก่อนทั้งในและนอกเอกภพ แต่…… สงสัยเธอคนนั้นอาจจะพลาดบางอย่างไป เพราะดูแล้วอำนาจที่เธอใช้มันแค่แปรผันอุณหภูมิ.... ไม่ได้ช่วยอะไรในการกำจัดยานนั่นเลย.....และเธอ จะ ตาย...... หึๆ ๆ ฮึๆ แต่ก็ไม่แน่หรอกนะ ฉันไม่ขอสรุปจะดีกว่า...” เซเล่เอามือปิดตาข้างหนึ่งแล้วจิกหน้ามองดูยานที่กำลังจะยิงพลังงานคอสมิคใส่ยูรินะ
“ไม่ไหวงั้นหรอ... ไม่จริง นี่เราเจอกับอะไรกันแน่นะ?” ยูรินะมองดูด้วยความวิตก หลังจากที่กองยานหลักของเธอถูกยิงร่วงเหลือเพียงเธอคนเดียว ก่อนที่ปลายกระสุนคอสมิค จะจ่อตรงหน้าเธอในขณะที่เวลาทั้งจักรวาลกำลังจะหยุด....
“บาเรียกรด!!!”
จู่ๆ ม่านกำแพงใสก็ปรากฏตรงหน้านับร้อยชั้น เซคได้ใช้อาวุธพิฆาตจักรวาลของเขาออกมาช่วยเธอได้ทันเวลา
“มันกันไม่อยู่หรอก... คอสมิค มันเกินระดับธรรมชาติ” เสียงเซเล่ดังในหัวของเซค ก่อนที่เขาจะตกใจพูดออกมาว่า... “คอสมิคงั้นหรอ??”
[ปริ๊ง... แกร๊ง!!!] “ห๊ะ...” เขามองด้วยความตกใจกว่าจะรู้ตัวก็ถูกปืนใหญ่ยิงทะลุเข้ามาแล้ว
“ไม่นะ...
[ติ๊ง] “หืม.....?” เซเล่มองดูอย่างสงสัยก่อนที่เทสเลอร์จะบอกกับเซเล่ว่า ... นั่นละ พลังที่เธอใช้ปราบศัตรูที่แท้จริง
[วี๊ด....บึ้ม!!!!]
แสงสีทองส่องสว่างออกไปอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้า เสียงเฮดีใจดังขึ้นจากผู้เห็นเหตุการณ์ แรงระเบิดชั่ววูบนั้น เซเล่สัมผัสบางอย่างได้ เธอจึงพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “ใน 0.01 วินาทีนั้น ความจริง เธอใช้เวลาเกือบ 10 นาทีในการเค้าเตอร์เฉียบพลันเมื่อเธอจะถูกฆ่าตาย เธอไม่ได้เร็ว แต่เธอเบรกเวลาได้ และใช้การบิดเบือนเวลาอย่างรุนแรงจนความรุนแรงของอาวุธ และความเสียหายของศัตรูเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในเวลาหน่วยเดียว.... หืมๆ ๆ แบบนี้ ถ้าฉันจะฆ่าเธอคนนั้น ฉันอาจจะถูกมิติกระชากจนตายจริงๆ ก็ได้นะ...?”
“เธอเนี่ยตายเป็นกับเขาด้วยหรอสรุป?” เทสเลอร์ถามด้วยความสงสัย “ทำไมเธอไม่ไปช่วยเขาสักหน่อยละ....?”
“ฮ่าๆ ๆ นั่นสินะ แต่ว่าฉันขอดูอีกหน่อยว่ามันถูกทำลายรึเปล่า..” เซเล่พยายามองดูท้องฟ้าที่ขุ่นมัวจากควันไฟและแสงจ้า ก่อนที่แสงสีม่วงฟ้าจะปรากฏกลางอวกาศอีกครั้ง....
ใช่แล้ว “มันไม่ถูกทำลาย.....”
“ฟอร์ลาร์ริเออร์.... ออลลินัล อาร์ไรท์” (วอร์แลร์เรียร์ ทำไมแกถึงอยู่ที่นี่) เสียงจากยานคอสมิค ได้ทะลุเครื่องสื่อสารทั้วโลกจนทุกคนต่างวิตกว่า ใครคือฟอร์ลาร์ริเออร์ แล้วทำไมถึงพูดถึงคนชื่อนี้
เซเล่ที่ยืนงงๆ อยู่ก็เกิดปวดหัวขึ้นมา
“ฟอร์ลาร์ริเออร์…..” เซเล่พูดเบาๆ
“ฟอร์ลาร์ริเออร์ ... ตื่นสิ เธอควรตื่นได้แล้ว” เสียงของเซเล่อีกคนดังอยู่ในหัวของเธอ เธอได้เอามือกุมขมับแล้วพูดออกมาว่า “แกเป็นใครกันแน่”
“ฟอร์แลร์เรียร์?” เทสเลอร์ประคองเธอไว้ไม่ให้ล้มลงไป “เซเล่ เธอเป็นอะไรรึเปล่า?”
“เทสเลอร์.. ปล่อยฉัน.... อย่าเข้ามาใกล้ฉันตอนนี้นะ!” เซเล่ได้เอามือผลักเทสเลอร์ออกไปก่อนที่เธอจะกรีดร้องออกมาแล้วยืนก้มหน้านิ่งราวกับเธอกลับไปเป็นนักฆ่าอีกครั้ง... “เธอกับฉันก็คนคนเดียวกันนั่นละ ซิลเลอร์!!!”
เซเล่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเทสเลอร์ เธอยิ้มอ่อนบอกกับเทสเลอร์ว่า “นี่แก ….ฉันว่าฉันต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว.... ยานนั้นจะต้องถูกทำลายอย่าให้มันออกนอกเอกภพไปได้.... ไม่งั้นประวัติศาสตร์จะถูกทำลาย.... ระวังเอาไว้ด้วยละ ฉันเตือนพวกแกเพียงเท่านี้สำหรับครั้งนี้”
เสียงที่ทับซ้อนหลายเลเยอร์ของเซเล่แสดงความผิดปกติของเธออย่างชัดเจน จู่ๆ เธอก็มีปีกโลหะโผล่ออกมาจนช่างโรงงานเหล็กตกใจเธอแล้ววิ่งหนี
“เซเล่.. เธอใจเย็นๆ นะ....” เทสเลอร์ถอยหลังออกมาแล้วปรามมือ แต่ไม่ทันไรเซเล่ก็บอกให้เขาส่งโลหะที่ซื้อมาให้เธอ
“ส่งแท่งโลหะนั่นมา ... ฉันจะแปลงธาตุ...!!” เซเล่แบมือหาเทสเลอร์ ยานคอสมิคตรวจพบพลังงานของเธอจนระบุตำแหน่งได้ มันกำลังยิงกำแพงมิติเพื่อฉุดเซเล่ไปนอกเอกภพให้ได้ แต่แล้วเทสเลอร์ก็ส่งแท่งโลหะให้เธอก่อนที่ยานนั่นจะยิงออกมา "หวังว่าเธอจะไม่จุดระเบิดนิวเคลียร์อะไรอีกนะ!!!"
“แกอย่าพูดมากดีกว่าเทสเลอร์.... เดี๋ยวฉันจะจัดการมันเอง....หึๆๆ”
เซเล่ชี้แท่งอิริเดียมตรงไปยังยานคอสมิคแล่วเอ่ยว่า “เมทริกไดเร็คชันนอลริทีฟ....”
“เรดก์ กัล” (Redge Gual)
[กรี๊ก....] แท่งอิริเดียมได้แตกตัวแล้วก่อตัวใหม่เป็นอาวุธขนาดใหญ่กว่า 400 เมตร ซึ่งมันเด่นชัดจนยูรินะต้องมองลงไปยังอาวุธนั่น... “นั่นมันอะไรกัน..?”
เซเล่ได้ยิ้มกรุ้มกริ่มหยิ่งสายตามองดูยานลำนั้นแล้วพูดว่า “เสียใจด้วยนะ... ฉันไม่มีเวลาเล่นด้วยมากมายเหมือนนั้น... อย่ามาเสือกกับเอกภพของฉันนักนะ ... ฉันจะฆ่าพวกแกแบบไม่เลี้ยงเลย..... เรดก์ กัล..... ยิงมันซะ!!!” เซเลชูมือขึ้นกำภาพยานรบบนท้องฟ้าที่ยิงปืนใหญ่ห้วงมิติลงมา ไม่นานนั้น ปืนใหญ่ก็ทำงาน
[กรี๊ด... เซียส!!!] "หึๆ …….. เพราะฉันเร็วกว่า และจะส่งพวกแกไปตายซะ!!!" [จิเซี้ยว.....!!!]
“ทุกคนหลบเร็ว!!” ยูรินะประกาศไปยังกองยานอื่นๆที่กำลังตรงเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ให้หลบด้วยการวาร์ปหลังพบเห็นแสงจ้าสีม่วงได้ขยายใหญ่ขึ้นจากพื้นโลกอย่างรวดเร็ว มันพุ่งทะลุชั้นบรรยากาศครอบคลุมกระสุนมิติของยานคอสมิคนั่นจนแหลกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนที่มันจะกลืนกระสุนมิติแล้วพุ่งตรงไปยังยานคอสมิคด้วยความเร็วที่เกินจะจับได้ทัน
[ตุ้ม!! ครืน.... ฟ้าว]
กระสุนคอสมิคได้พุ่งชนยานลำนั้นจนพลังงานขนาดใหญ่แตกตัวและกระจัดกระจายกว้างออกไป ยานได้ระเบิดตัวออกเป็นคลื่นสีฟ้าขนาดใหญ่อย่างรุนแรงจากรังสีแล้วสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนที่ยูรินะจะถอนหายใจอย่างแรงเมื่อเธอหลบมันพ้นและเห็นว่ายานนั้นถูกทำลายไปแล้ว “......... มันเร็วมาก"
เซคมองดูด้วยความตกใจก่อนที่เขาจะหันไปมองบนพื้นโลก
"ปืนใหญ่คอสมิคงั้นหรอ พลังอำนาจมันเหนือความคาดหมายของพวกเราเลยจริงๆ .....ใครยิงมากันนะ?” ยูรินะสงสัย
หลังจากเซเล่ยิงปืนใหญ่ เธอก็พูดออกมาว่า “หึ....ให้ตายเถอะ!! สุดท้ายฉันก็ต้องมาออกแรงเองทุกที... จะสู้กับศัตรู ช่วยรู้จักเลือกอาวุธให้มากกว่านี้หน่อยเถอะ... ทำตัวน่ารำคาญกันซะจริง แกก็กลับไปได้ละ ฉันจะกลับหอไปทำงาน...”
“อ่าๆ ....เธอคือเซเล่แน่นะ...?” เทสเลอร์ถามเพื่อความแน่ใจว่าไม่ใช่ว่าเธอถูกใครสิง
“เออ ฉันเอง แกมีปัญหาอะไรไม่ทราบ”
“ไม่ๆ ๆ เสียงของเธอฟังดูผิดปกตินะ.....” เทสเลอร์มองเธอด้วยความหวาดระแวง
“ฉันเป็นคนละคนกับที่แกรู้จักแล้วกัน... แต่ฉันรู้จักแกดีเทสเลอร์ แกที่จะยิงฉันเมื่อ 300 ปีก่อน...”
“เธอมันยัยปีศาจที่ฆ่าคนเป็นล้านนี่หน่า....” เทสเลอร์ชี้หน้าเซเล่ด้วยความโมโห
“ฮ่าๆ ๆ ....แกจะด่าฉัน แกก็ด่าตัวฉันอีกคนด้วย... ถ้าตัวฉันอีกคนได้ยินเข้า จะรู้สึกยังไง.... ตัวฉันอีกคนน่ะ เป็นคนที่ให้เนื้อดิบแกกินไงละ... ฮ่าๆ ๆ กลับกันได้แล้ว ฉันเหนื่อยที่จะพูดกับแกตอนนี้แล้วนะ!” เซเล่ตอบเทสเลอร์พลางดึงมือเขาวาร์ปหายไปจากยูเครนพร้อมกับของที่เธอซื้อมา
“โห้ย... เซเล่ ใจเย็น...!!!” เทสเลอร์ตะโกน ก่อนที่เขาจะถูกฉุดหายไปกับการวาร์ป
นาคิร่า ซึ่งกลับจากมอสโกจนถึงสกายเน็ตเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เธอก็แปลกใจกับเสียงวิทยุสื่อสารทันที... “Law Destroyer... ถูกทำลายแล้วงั้นหรอ...!!!”
“องค์หญิงคงเริ่มจำอะไรได้บ้างแล้วสินะ....”
ยูรินะได้ขับยานไปส่งเซคบนสถานีอวกาศ และดำเนินการซ่อมแซม.... “ปืนใหญ่เมื่อกี้ มันอะไรกัน มันมาจากไหนกันแน่นะ... ฉันต้องให้คนลงไปตรวจสอบหน่อยแล้ว”
“อืม ให้ตายเถอะ ได้แผลมาจนได้ ใครจะไปคิดว่ามันยิงทะลุเกราะพลังงาน... แต่ที่น่าสงสัยที่สุดก็คือปืนใหญ่ที่ยิงมาจากโลกนี่ละ...” เซตตอบพร้อมเอาเข็มฉีดยาต้านความเจ็บปวดมาฉีดริมบาดแผล ก่อนที่จะโบกมือลายูรินะ แล้วเข้าห้องพยาบาลไป “ไว้เจอกันนะ..”
รังสีคอสมิก (Cosmic Ray) เป็นรังสีพลังงานสูงอย่างยิ่งที่ส่วนใหญ่กำเนิดนอกระบบสุริยะ อาจทำให้เกิดการสาดอนุภาครองซึ่งทะลุทะลวงและมีผลกระทบต่อบรรยากาศของโลกและบ้างมาถึงผิวโลกได้ รังสีคอสมิกประกอบด้วยโปรตอนและนิวเคลียสอะตอมพลังงานสูงเป็นหลัก มีที่มาลึกลับ ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศแฟร์มี (2556) ถูกตีความว่าเป็นหลักฐานว่าส่วนสำคัญของรังสีคอสมิกปฐมภูมิกำเนิดจากมหานวดารา (Supernova) ของดาวฤกษ์ขนาดยักษ์ ทว่า คาดว่ามหานวดารามิใช่แหล่งเดียวของรังสีคอสมิก นิวเคลียสดาราจักรกัมมันต์อาจผลิตรังสีคอสมิกด้วย
รังสีคอสมิกถูกเรียกว่า "รังสี" เพราะทีแรกเข้าใจผิดว่าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในการใช้ทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป อนุภาคพลังงานสูงที่มีมวลในตัว เรียก รังสี "คอสมิก" และโฟตอน ซึ่งเป็นควอนตัมของรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า (จึงไม่มีมวลในตัว) ถูกเรียกด้วยชื่อสามัญ เช่น "รังสีแกมมา" หรือ "รังสีเอ็กซ์" ขึ้นกับความถี่
รังสีคอสมิกดึงดูดความสนใจอย่างมากในทางปฏิบัติ เนื่องจากความเสียหายที่รังสีกระทำต่อไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และชีวิตนอกเหนือการป้องกันจากบรรยากาศและสนามแม่เหล็ก และในทางวิทยาศาสตร์ เพราะมีการสังเกตว่า พลังงานของรังสีคอสมิกพลังงานสูงอย่างยิ่ง (ultra-high-energy cosmic rays, UHECRs) ที่มีพลังงานมากที่สุดเฉียด 3 × 1020 eV หรือเกือบ 40 ล้านเท่าของพลังงานของอนุภาคที่ถูกเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่เร่งที่ 50 จูล รังสีคอสมิกพลังงานสูงอย่างยิ่งมีพลังงานเทียบเท่ากับพลังงานจลน์ของลูกเบสบอลความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยผลการค้นพบเหล่านี้ จึงมีความสนใจสำรวจรังสีคอสมิกเพื่อหาพลังงานที่สูงกว่านี้ ทว่า รังสีคอสมิกส่วนมากไม่มีพลังงานสูงสุด การกระจายพลังงานของรังสีคอสมิกสูงสุดที่ 0.3 กิกะอิเล็กตรอนโวลต์ (4.8×10−11 J)
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ