Vampire Triangel/6 CHAPTER 1
Main Story

6 CHAPTER 1

โดย XPYSAI0 ครั้ง
18px

‘นายเป็นแวมไพร์...’

เขาจ้องหน้าเธออย่างไม่ลดละสายตา เขี้ยวขาวแวววาวสะท้อนกับแสงจันทร์ในค่ำคืนอันมืดมิดนี้

‘ใช่ ฉันเป็น...และฉันจะดูดเลือดเธอ!’

สองมืออันแข็งแรงกระชากร่างกายอันบอบบางเข้าหาตัวก่อนจะก้มลงฝังเขี้ยวที่แหลมคมลงมาบนต้นคอที่เล็กนี้

‘อย่านะ!’

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

.

.

.

“เฮ้ย...ยุยนี้แกโอเคมั้ยเนี้ย?”

เสียงเล็กๆแต่แอบมีเสน่ห์พูดขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากรูจมูกทั้งสองข้างของฉัน

“ฉันโอเคแต่ว่าขอทิชชูหน่อยสิ”

ฟึบ ฟึบ ฟึบ 

เสียงดึงทิชชูที่ถูกดึงอย่างรวดเร็วและติดต่อกันหลายแผ่นโดยนิ้วมือที่เรียวยาว

“อะแก...”

เธอยื่นทิชชูให้ฉันก่อนจะเริ่มพูดจาด้วยความเป็นห่วงปนหงุดหงิด

“จริงๆแกดูหนังพวกนี้แล้วไม่ต้องกำเดาไหลขนาดนี้ก็ได้นะ”

เธอพูดพลางยื่นทิชชูมาใส่มือให้ฉันเพิ่มก่อนจะพูดต่อ...

“ฉันกลัวแกช็อกตายเพราะเลือดหมดตัวก่อนพอดี ยิ่งตอนนี้เลือดที่โรงพยาบาลกำลังขาดแคลนด้วย”

“เอาน่า! ฮันนี่ มันเป็นคาแรคเตอร์ของฉัน”

พูดพลางก็ทิ้งทิชชูที่เปื้อนเลือดลงถังขยะใบน้อยไปพลาง...

“ฉันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ฉันอ่านนิยายแวมไพร์ 18+ ตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น แต่พออ่านไปอ่านมากลายเป็นเสพติดเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์ไปซะอย่างนั้น จนถึงเรียนมหาลัยฯ แล้ว..พ..อ”

พูดยังไม่ทันจบฮันนี่เพื่อนสุดที่รักก็พูดแทรกขึ้นหวังจะแซวฉัน

“พอเจอฉากที่มันมีแวมไพร์มากัดคอของนางเอก แกก็จะเลือดกำเดาไหลเองโดยอัตโนมัติเพราะความฟินสินะ! ฉันรู้แล้วยะ เล่าให้ฉันฟัง ทุกรอบ ฉันก็เมินทุกรอบ เมินจนจำได้ละ!”

“ฮ่าๆๆ”

“ไม่ต้องมาหัวเราะชอบใจเลยนะ เนี้ยฉันอยู่ดูหนังกับแกจน3ทุ่มครึ่งแล้ว ฉันจะกลับแล้วนะ”

“ไม่อยู่ดูต่อหรอ”

ฉันส่งสายตาหมาน้อยอ้อนวอนไปยังเพื่อนสาวสุดที่รักแต่มันก็ใช้ไม่ได้ผล

“ไม่ล่ะ ต้องขับรถกลับอีก อยู่หอดีๆนะ หิวก็สั่งอาหารผ่านเดลิเวอร์รี่เอาไม่ต้องลงไปซื้อเองข้างล่างนะ มันดึกแล้ว”

ฮันนี่พูดไปเก็บของใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กสุดหรูที่ไม่รู้ว่าจะยัดของตั้งมากมายเข้าไปได้ยังไง แล้วหันมาย้ำกับฉันซ้ำอีกรอบ

“รู้เรื่องมั๊ยยะ ยัยยุย!”

“จ้าๆ รู้แล้ว กลับดีๆน้าเพื่อนสุดที่รัก ไหนมาจุ๊บบบทีสิแก~”

พูดจบฉันก็ส่งจุ๊บใหญ่ให้นางหนึ่งทีและขยิบตาให้หนึ่งครั้ง

"อิ๊วววววว ฉันไม่ชอบเลย ฮ่าๆ"

ฮันนี่ทำหน้าตาขยะแขยงใส่ฉันก่อนหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ แล้วโบกมือบ๊ายๆให้ฉันเธอเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมที่กดล็อกห้องจากด้านในก่อนจะปิดประตู

แกร๊ก~

เสียงประตูถูกปิดลงเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีแต่เสียงทีวีที่เปิดหนังค้างไว้ดังแว่วมา...

ฉันเดินกลับมานั่งลงบนโซฟาอันแสนนุ่มนิ่ม และหันไปหยิบรีโมททีวีมาย้อนช่วงหนังที่พลาดเพื่อดูต่อจนจบ

โคร๊กกก คร๊ากกก

โอ้ยยย ถ้าจะดังขนาดนี้ไม่ออกมาเต้นระบำลำไส้อยู่นอกท้องฉันเลยล่ะฮ๊ะ!...

เสียงท้องฉันร้องดังขึ้นเหมือนต่อมความหิวจะรู้หน้าที่ของมัน แต่พอเหลือบไปดูนาฬิกาก็ปาเข้าไป4ทุ่มครึ่งซะแล้ว...

ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนหยิบมือถือมากดสั่งอาหารมื้อสุดท้ายของฉัน (พูดเหมือนจะไม่ได้กินมันอีกอย่างนั้นแหละ) 

ปึก!!!

มีเสียงอะไรสักอย่างบินมาชนระเบียงหน้าต่างห้องที่อยู่ตั้งชั้น7อย่างดังหลังจากฉันกดสั่งอาหารเสร็จได้เพียงไม่กี่นาที

ด้วยความอยากรู้เลยเดินไปดู แต่พอเปิดประตูระเบียงออกไปก็พบว่าเป็นค้างคาวสีดำสนิทตัวไม่ใหญ่...อันที่จริงก็น่าจะเท่าฝ่ามือผู้ชายได้ล่ะมั้ง...ตาสีดำบ้องแบ๊ว นอนงงๆเดินเซๆอยู่กับพื้น

“เป็นไงมาไงถึงบินมาชน หน้าต่างห้องฉันล่ะเนี้ย” 

...นี้ฉันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆคุยกับค้างคาวตัวนี้...

ฉันอุ้มมันขึ้นมาไว้ในมือแต่ว่าเจ้าค้างคาวน้อยมองหน้าฉันเหมือนสงสัยว่าไม่กลัวมันเลยเหรอ

“มามองแบบนี้แกคิดว่าฉันกลัวแกเหรอ ฉันไม่กลัวแกหรอก ฉันชอบค้างคาว” 

...ฉันต้องประสาทกลับแน่ๆเลยถ้ามันฟังรู้เรื่องจริงๆ...

แต่มันดันเอียงหัวเล็กๆฟังฉันพูดเหมือนรู้เรื่องจริงๆด้วย

“แกเคยฟังเรื่องเจ้าชายกบมั้ยที่จูบแล้วจะกลายเป็นเจ้าชายน่ะ ถ้าฉันจูบแกแล้วแกจะกลายเป็นแวมไพร์มั้ยนะ?” 

...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าชายกบวะเนี้ยรถพยาบาลมารับคนประสาทกลับตรงนี้หนึ่งอัตราค่า...

หลังจากเถียงกับตัวเองพักใหญ่ เจ้าค้างคาวตัวน้อย...คงไม่น้อยแล้วล่ะ มองหน้าฉันอย่างแปลกใจก่อนที่ฉันจะยื่นหน้าเข้าไปทำท่าเหมือนจะจูบมัน

ค้างคาวบ้าอะไรจะน่าหลงใหลขนาดนี้~

กรี๊งๆ กรี๊งๆ

เสียงมือถือดังขึ้นทำเอาฉันหลุดออกจากพวังแห่งการเวิ้นเว้อ

“โอ๊ะ!แป๊บนะค้างคาวน้อย...ไม่สิ จีจี้ มือถือฉันดัง แกนั่งบนโซฟานุ่มนิ่มของฉันก่อนนะ”

ว่าแล้วก็วางเจ้าจีจี้ลงแล้วรีบไปรับสายมือถือที่ดังขึ้น

“ฮัลโหลค่ะ”

‘อาหารมาส่งแล้วครับ’

“รอสักครู่นะคะ กำลังจะลงไปค่ะ...” 

ว่าแล้วก็หันไปมองเจ้าจีจี้ก่อนจะพูดกับมันเบาๆ

“เดี๋ยวฉันมานะรออยู่นี้ล่ะ ฉันสั่งอาหารไว้เดี๋ยวลงไปเอาก่อน แล้วจะมาแบ่งให้กินนะ”

พูดจบก็ลงไปรับอาหารขึ้นมา ในใจฉันคิดว่าจีจี้มันคงจะบินหนีไปเพราะว่าฉันเปิดหน้าต่างเอาไว้ แต่เปล่าเลย มันยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ท่าเดิม บนโซฟานุ่มนิ่มของฉัน 

ฉันรีบวางถุงอาหารลงและแกะอาหารออกมาวางเรียงรายไว้ พร้อมอุ้มมันจากโซฟาขึ้นมาไว้บนโต๊ะที่มีอาหารที่ฉันแกะวางอยู่ ก่อนหันมาพูดกับมัน

“นี้...จีจี้ไม่รู้แกฟังฉันรู้เรื่องจริงๆมั้ย แต่จะกินอะไรเลือกเอานะ”

มันทำหน้างงยืนนิ่งๆอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินๆวนรอบๆอาหารแล้วบินขึ้นมานอนบนตักของฉัน  

“นอนเถอะ บินมาชนขนาดนั้นคงเจ็บน่าดูเดี๋ยวถ้าฉันกินเสร็จจะพาเข้าไปนอนห้องฉันนะ”

พูดจบมันก็เอาปีกห่อตัวนอนบนตักของของฉัน   ฉันนั่งกินอาหารที่สั่งมาได้สักพักใหญ่เสร็จก็อุ้มเจ้าค้างคาวไปนอนในห้องของฉันที่มีหมอนขนเป็นใบใหญ่วางอยู่ แล้วกลับมาเก็บขยะบนโต๊ะที่กินทิ้งไว้เมื่อกี้ก่อนจะไปอาบน้ำเตรียมมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงสุดแสนสบายนี้ 

“ฝันดีนะเจ้าค้างคาว”

 

03:00

‘ฝันดีนะสาวน้อย’

เสียงนุ่มทุ้มพูดขึ้นกลางดึกที่เงียบสงัด แอร์เย็นๆที่พัดโดนผิวกายที่ขาวนวล...ผ้าห่มถูกดึงขึ้นจากบุรุษที่เอ่ยเสียงขึ้นเมื่อครู่นี้...ก่อนจะเปลี่ยนร่างกลับคืนเป็นค้างคาวบินออกจากห้องไป

ความคิดเห็น

0 คอมเมนต์

เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้

ไปหน้าเข้าสู่ระบบ
ยังไม่มีคอมเมนต์ เป็นคนแรกที่เริ่มคุยได้เลย