‘นายเป็นแวมไพร์...’
เขาจ้องหน้าเธออย่างไม่ลดละสายตา เขี้ยวขาวแวววาวสะท้อนกับแสงจันทร์ในค่ำคืนอันมืดมิดนี้
‘ใช่ ฉันเป็น...และฉันจะดูดเลือดเธอ!’
สองมืออันแข็งแรงกระชากร่างกายอันบอบบางเข้าหาตัวก่อนจะก้มลงฝังเขี้ยวที่แหลมคมลงมาบนต้นคอที่เล็กนี้
‘อย่านะ!’
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
.
.
.
“เฮ้ย...ยุยนี้แกโอเคมั้ยเนี้ย?”
เสียงเล็กๆแต่แอบมีเสน่ห์พูดขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากรูจมูกทั้งสองข้างของฉัน
“ฉันโอเคแต่ว่าขอทิชชูหน่อยสิ”
ฟึบ ฟึบ ฟึบ
เสียงดึงทิชชูที่ถูกดึงอย่างรวดเร็วและติดต่อกันหลายแผ่นโดยนิ้วมือที่เรียวยาว
“อะแก...”
เธอยื่นทิชชูให้ฉันก่อนจะเริ่มพูดจาด้วยความเป็นห่วงปนหงุดหงิด
“จริงๆแกดูหนังพวกนี้แล้วไม่ต้องกำเดาไหลขนาดนี้ก็ได้นะ”
เธอพูดพลางยื่นทิชชูมาใส่มือให้ฉันเพิ่มก่อนจะพูดต่อ...
“ฉันกลัวแกช็อกตายเพราะเลือดหมดตัวก่อนพอดี ยิ่งตอนนี้เลือดที่โรงพยาบาลกำลังขาดแคลนด้วย”
“เอาน่า! ฮันนี่ มันเป็นคาแรคเตอร์ของฉัน”
พูดพลางก็ทิ้งทิชชูที่เปื้อนเลือดลงถังขยะใบน้อยไปพลาง...
“ฉันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ฉันอ่านนิยายแวมไพร์ 18+ ตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น แต่พออ่านไปอ่านมากลายเป็นเสพติดเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์ไปซะอย่างนั้น จนถึงเรียนมหาลัยฯ แล้ว..พ..อ”
พูดยังไม่ทันจบฮันนี่เพื่อนสุดที่รักก็พูดแทรกขึ้นหวังจะแซวฉัน
“พอเจอฉากที่มันมีแวมไพร์มากัดคอของนางเอก แกก็จะเลือดกำเดาไหลเองโดยอัตโนมัติเพราะความฟินสินะ! ฉันรู้แล้วยะ เล่าให้ฉันฟัง ทุกรอบ ฉันก็เมินทุกรอบ เมินจนจำได้ละ!”
“ฮ่าๆๆ”
“ไม่ต้องมาหัวเราะชอบใจเลยนะ เนี้ยฉันอยู่ดูหนังกับแกจน3ทุ่มครึ่งแล้ว ฉันจะกลับแล้วนะ”
“ไม่อยู่ดูต่อหรอ”
ฉันส่งสายตาหมาน้อยอ้อนวอนไปยังเพื่อนสาวสุดที่รักแต่มันก็ใช้ไม่ได้ผล
“ไม่ล่ะ ต้องขับรถกลับอีก อยู่หอดีๆนะ หิวก็สั่งอาหารผ่านเดลิเวอร์รี่เอาไม่ต้องลงไปซื้อเองข้างล่างนะ มันดึกแล้ว”
ฮันนี่พูดไปเก็บของใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กสุดหรูที่ไม่รู้ว่าจะยัดของตั้งมากมายเข้าไปได้ยังไง แล้วหันมาย้ำกับฉันซ้ำอีกรอบ
“รู้เรื่องมั๊ยยะ ยัยยุย!”
“จ้าๆ รู้แล้ว กลับดีๆน้าเพื่อนสุดที่รัก ไหนมาจุ๊บบบทีสิแก~”
พูดจบฉันก็ส่งจุ๊บใหญ่ให้นางหนึ่งทีและขยิบตาให้หนึ่งครั้ง
"อิ๊วววววว ฉันไม่ชอบเลย ฮ่าๆ"
ฮันนี่ทำหน้าตาขยะแขยงใส่ฉันก่อนหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ แล้วโบกมือบ๊ายๆให้ฉันเธอเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมที่กดล็อกห้องจากด้านในก่อนจะปิดประตู
แกร๊ก~
เสียงประตูถูกปิดลงเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีแต่เสียงทีวีที่เปิดหนังค้างไว้ดังแว่วมา...
ฉันเดินกลับมานั่งลงบนโซฟาอันแสนนุ่มนิ่ม และหันไปหยิบรีโมททีวีมาย้อนช่วงหนังที่พลาดเพื่อดูต่อจนจบ
โคร๊กกก คร๊ากกก
โอ้ยยย ถ้าจะดังขนาดนี้ไม่ออกมาเต้นระบำลำไส้อยู่นอกท้องฉันเลยล่ะฮ๊ะ!...
เสียงท้องฉันร้องดังขึ้นเหมือนต่อมความหิวจะรู้หน้าที่ของมัน แต่พอเหลือบไปดูนาฬิกาก็ปาเข้าไป4ทุ่มครึ่งซะแล้ว...
ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนหยิบมือถือมากดสั่งอาหารมื้อสุดท้ายของฉัน (พูดเหมือนจะไม่ได้กินมันอีกอย่างนั้นแหละ)
ปึก!!!
มีเสียงอะไรสักอย่างบินมาชนระเบียงหน้าต่างห้องที่อยู่ตั้งชั้น7อย่างดังหลังจากฉันกดสั่งอาหารเสร็จได้เพียงไม่กี่นาที
ด้วยความอยากรู้เลยเดินไปดู แต่พอเปิดประตูระเบียงออกไปก็พบว่าเป็นค้างคาวสีดำสนิทตัวไม่ใหญ่...อันที่จริงก็น่าจะเท่าฝ่ามือผู้ชายได้ล่ะมั้ง...ตาสีดำบ้องแบ๊ว นอนงงๆเดินเซๆอยู่กับพื้น
“เป็นไงมาไงถึงบินมาชน หน้าต่างห้องฉันล่ะเนี้ย”
...นี้ฉันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆคุยกับค้างคาวตัวนี้...
ฉันอุ้มมันขึ้นมาไว้ในมือแต่ว่าเจ้าค้างคาวน้อยมองหน้าฉันเหมือนสงสัยว่าไม่กลัวมันเลยเหรอ
“มามองแบบนี้แกคิดว่าฉันกลัวแกเหรอ ฉันไม่กลัวแกหรอก ฉันชอบค้างคาว”
...ฉันต้องประสาทกลับแน่ๆเลยถ้ามันฟังรู้เรื่องจริงๆ...
แต่มันดันเอียงหัวเล็กๆฟังฉันพูดเหมือนรู้เรื่องจริงๆด้วย
“แกเคยฟังเรื่องเจ้าชายกบมั้ยที่จูบแล้วจะกลายเป็นเจ้าชายน่ะ ถ้าฉันจูบแกแล้วแกจะกลายเป็นแวมไพร์มั้ยนะ?”
...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าชายกบวะเนี้ยรถพยาบาลมารับคนประสาทกลับตรงนี้หนึ่งอัตราค่า...
หลังจากเถียงกับตัวเองพักใหญ่ เจ้าค้างคาวตัวน้อย...คงไม่น้อยแล้วล่ะ มองหน้าฉันอย่างแปลกใจก่อนที่ฉันจะยื่นหน้าเข้าไปทำท่าเหมือนจะจูบมัน
ค้างคาวบ้าอะไรจะน่าหลงใหลขนาดนี้~
กรี๊งๆ กรี๊งๆ
เสียงมือถือดังขึ้นทำเอาฉันหลุดออกจากพวังแห่งการเวิ้นเว้อ
“โอ๊ะ!แป๊บนะค้างคาวน้อย...ไม่สิ จีจี้ มือถือฉันดัง แกนั่งบนโซฟานุ่มนิ่มของฉันก่อนนะ”
ว่าแล้วก็วางเจ้าจีจี้ลงแล้วรีบไปรับสายมือถือที่ดังขึ้น
“ฮัลโหลค่ะ”
‘อาหารมาส่งแล้วครับ’
“รอสักครู่นะคะ กำลังจะลงไปค่ะ...”
ว่าแล้วก็หันไปมองเจ้าจีจี้ก่อนจะพูดกับมันเบาๆ
“เดี๋ยวฉันมานะรออยู่นี้ล่ะ ฉันสั่งอาหารไว้เดี๋ยวลงไปเอาก่อน แล้วจะมาแบ่งให้กินนะ”
พูดจบก็ลงไปรับอาหารขึ้นมา ในใจฉันคิดว่าจีจี้มันคงจะบินหนีไปเพราะว่าฉันเปิดหน้าต่างเอาไว้ แต่เปล่าเลย มันยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ท่าเดิม บนโซฟานุ่มนิ่มของฉัน
ฉันรีบวางถุงอาหารลงและแกะอาหารออกมาวางเรียงรายไว้ พร้อมอุ้มมันจากโซฟาขึ้นมาไว้บนโต๊ะที่มีอาหารที่ฉันแกะวางอยู่ ก่อนหันมาพูดกับมัน
“นี้...จีจี้ไม่รู้แกฟังฉันรู้เรื่องจริงๆมั้ย แต่จะกินอะไรเลือกเอานะ”
มันทำหน้างงยืนนิ่งๆอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินๆวนรอบๆอาหารแล้วบินขึ้นมานอนบนตักของฉัน
“นอนเถอะ บินมาชนขนาดนั้นคงเจ็บน่าดูเดี๋ยวถ้าฉันกินเสร็จจะพาเข้าไปนอนห้องฉันนะ”
พูดจบมันก็เอาปีกห่อตัวนอนบนตักของของฉัน ฉันนั่งกินอาหารที่สั่งมาได้สักพักใหญ่เสร็จก็อุ้มเจ้าค้างคาวไปนอนในห้องของฉันที่มีหมอนขนเป็นใบใหญ่วางอยู่ แล้วกลับมาเก็บขยะบนโต๊ะที่กินทิ้งไว้เมื่อกี้ก่อนจะไปอาบน้ำเตรียมมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงสุดแสนสบายนี้
“ฝันดีนะเจ้าค้างคาว”
03:00
‘ฝันดีนะสาวน้อย’
เสียงนุ่มทุ้มพูดขึ้นกลางดึกที่เงียบสงัด แอร์เย็นๆที่พัดโดนผิวกายที่ขาวนวล...ผ้าห่มถูกดึงขึ้นจากบุรุษที่เอ่ยเสียงขึ้นเมื่อครู่นี้...ก่อนจะเปลี่ยนร่างกลับคืนเป็นค้างคาวบินออกจากห้องไป
ความคิดเห็น
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ