กรี๊งงงงงงงงงงง
เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือดังขึ้นบนหัวเตียงนอน ฉันยื่นมือไปคว้ามือถือมาปิด พร้อมบิดขี้เกียจไปมาบนเตียง พลันสายตาก็มองหาเจ้าจีจี้ที่นอนอยู่ด้วยกันเมื่อคืน
...สงสัยบินกลับรังไปละมั้ง?...
ฉันลุกจากเตียงพลางยักไหล่แล้วยืนขึ้นเดินเข้าครัวไปชงชาร้อนกินก่อนจะได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากห้องข้างๆ แต่ไม่รู้ว่าข้างไหนซ้ายหรือขวา
โคร้มมม เคร้งงงง โพล๊ะ!!!
.
.
“หืมมม?”
...เสียงใครทำอะไรวะเนี้ยดังตั้งแต่เช้าเชียว...
ฉันเดินถือถ้วยชาออกไปที่ริมระเบียงเพื่อจิบเอาบรรยากาศสายตาก็เหลือบไปเห็น ผู้ชายตัวสูงยืนทำท่าเหมือนจะเป็นลมอยู่ตรงระเบียงห้องของเขา
“นี้...นาย เป็นอะไรรึเปล่า”
ฉันตะโกนออกไปด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาจากผู้ชายคนนั้น เลยถามย้ำกับเขาอีกครั้ง...
“นี้...ได้ยินที่ฉันพูดมั๊ยยยย ฮัลโหล๊ววว”
“...”
ไม่มีสัญญาณตอบกลับจากบุคคลที่ท่านเรียก ซอรี่ แอนเดอะ@?%@':/!#~
“ถ้าไม่เป็นไรฉันไปก่อนนะ”
ปากฉันบอกว่าจะไปแต่ขาตัวเองยังอยู่ตรงนี้ที่ระเบียงนี่ไม่ไปไหนและสายตาฉันดันไปเห็นพวกกระถางต้นไม้ที่กองกระจายแตกอยู่กับพื้นเลอะเถอะไปหมด เสียงที่ได้ยินคงจะมาจากไอ้นี้ด้วยล่ะมั้ง
“ตอนนี้ผมไม่มีแรง…ห้องผมไม่ได้ล็อก เธอช่วยที”
“จะให้ฉันช่วยอะไรว่ามาเลยค่ะ!”
ฉันรีบวางถ้วยชาลงบนกระถางต้นไม้ที่วางอยู่มุมสุดของระเบียงฉันโดยไม่สนว่ามันจะหกหรือจะอะไร แล้วฟังสิ่งที่เขาจะพูดอย่างตั้งใจ
“ช่วยหยิบยาที่เป็นหลอดสีแดงให้ผมที...”
“ได้ๆ”
ฉันกำลังรีบวิ่งไปที่ประตูห้องของตัวเองแต่ฉุกคิดขึ้นได้ว่าคงจะช้าเกินไปเลยกลับมาที่ระเบียงตัวเอง แล้วจัดการปีนขึ้นไพร้อมกับระโดดไปยังระเบียงห้องข้างๆ
“นี้เธอ!มันอันตรายนะ”
“แค่ชั้น7 ระเบียงเราห่างกันแค่ครึ่งเมตรไม่ต้องห่วงฉันหรอก”
พูดจบก็เปิดประตูเข้าไปมองหายาหลอดสีแดง แต่รู้สึกเหมือนโชคจะเข้าข้างฉันนะ เพราะหลอดยาสีแดงนั้นกลิ้งอยู่บนโต๊ะกระจกสีดำ ฉันคว้าหลอดยานั้นมาไว้ในมือแล้วรีบไปหาเจ้าของหลอดยาที่กำลังจะทรุดตัวลงไปกองที่พื้น
“นายอย่าเพิ่งล้มลงมานะ!”
พูดจบก็เข้าไปพยุงตัวเขาเอาไว้จนเราทั้งคู่ลงมานั่งอยู่ที่พื้นที่มีเศษดินและเศษกระถางที่แตกกระจาย ฉันภาวนาว่าพวกเราคงจะไม่ไปเหยียบมันเข้าให้หรอกนะ
“เปิดฝาที…”
“รู้แล้วๆ”
ฉันรีบเปิดฝาแล้วเทน้ำสีแดงเหลวๆใส่ปากบุคคลที่อยู่ข้างๆก่อนจะถามเขาที่เอนตัวพิงตัวฉันอยู่ที่ริมระเบียงพร้อมกับแดดตอน8โมงที่แรงพอสมควร
“เป็นไงบ้าง”
“โอเค...”
เขาพยายามจะลุกขึ้น ฉันเลยได้แต่ช่วยประคองเขามาที่โซฟา เพราะดูเหมือนส่วนสูงเขากับฉันต่างกันลิบลับเลยอะ
“นั่งก่อนนะ”
“ปิดม่านให้หน่อยได้มั้ย ฉันแสบตาน่ะ มันสว่างไป”
เขานั่งกุมขมับพร้อมก้มหน้าลง
“ได้เดี๋ยวฉันปิดให้นะ”
ฉันชะงักด้วยความสงสัยก่อนจะเดินไปปิดม่านให้เขา พลันสายก็ดันเผลอไปสำรวจรอบๆห้องของเขาโดยปริยาย
เขาเลิกกุมขมับและเงยหน้ามองฉันพร้อมกอดอกและถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณ
“ขอบคุณนะ ที่มาช่วยถ้าไม่ได้เธอฉันคงตาย...แน่...เลย”
เขาพูดเสียงติดขัดช่วงท้ายประโยคก่อนจะหน้าแดงแล้วหันไปหน้าไปอีกทาง
“นายไม่ตายหรอกแค่นี้เองถ้าไม่เป็นไรแล้ว”
ฉันก้มลงมองชุดตัวเองก่อนจะนึกได้ว่าฉันใส่ชุดนอนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวแบบบางออกมา แล้วที่กระโดดข้ามเมื่อกี้ล่ะ เขาจะเห็นกางเกงในสุดเซ็กซี่ของฉันมั้ยเนี้ย
“งั้นฉันกลับห้องฉันก่อนนะ พอดีมีเรียนช่วงบ่ายน่ะ”
“อืม...”
ฉันเดินหน้าแดงแบบอายๆหลังออกมาจากห้องของเขา ก่อนจะนึกถึงสภาพห้องที่เห็น โทนห้องสีเทาดำช่างดู สุขุม เรียบ และชวนหลงใหลเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับโทนห้องสีพาสเทลสุดฟรุ๊งฟริ๊งของฉัน
ฉันสแกนนิ้วปลดล็อกห้องก่อนเดินเข้ามาในใจพลางคิดว่าถ้าที่นี่เป็นระบบคีย์การ์ดบวกกุญแจฉันคงต้องกระโดดระเบียงกลับมาแน่นอน
‘อาบน้ำดีกว่าฉัน’
15:40น.
“สรุปรายงานส่งให้อาจารย์ด้วยนะคะ นักศึกษาทุกคน วันนี้ขอก่อนห้าโมงเย็นนะ ใครที่เสร็จก่อนมีคะแนนพิเศษให้รับทราบนะคะ”
“ค่ะ/ครับ”
“นี้ ยุย เธอเข้าใจที่อาจารย์สอนมั้ย เมื่อกี้ฉันมัวแต่แชทอยู่กับผู้ชาย”
“นิดหน่อยแต่ฉันก็ยัง งงๆอยู่บ้างในบางส่วนเหมือนกัน แกช่วยสนใจเรียนหน่อยสิ”
“ผู้ชายต้องมาก่อนนะเพื่อนสาว”
ทุกคนในห้องเริ่มปรึกษาและลงมือเขียนงานที่อาจารย์มนุษยศาสตร์สั่งในคาบจนเวลาล่วงเลยมาถึง สี่โมงครึ่ง
นักศึกษาส่วนหนึ่งเริ่มทยอยออกจากห้องเรียน เพื่อเอารายงานไปส่ง ส่วนฉันกับฮันนี่ก็ยังคงเขียนรายงานมาได้หน้าครึ่งของกระดาษ
“โอ้ยยย ยากจัง สอนไม่เข้าใจหรือฉันโง่เกินไปเนี้ยย”
ฮันนี่บ่นอุบอิบก่อนจะลงมือเขียนต่อ
“ฉันจะเสร็จแล้วเนี่ย ฮันนี่”
“เออๆ จะเสร็จแล้วเหมือนกัน”
ต่างคนต่างเร่งงานที่เขียนกันอยู่เพราะจะรีบไปคาเฟ่ที่มีอาหารอร่อยๆพร้อมมุมถ่ายรูปเก๋ๆ
“เสร็จแล้ว รีบไปส่งกันฮันนี่”
“รอแป๊บจะเสร็จแล้วยุย”
ฉันรีบเก็บของรอยัยฮันนี่จนกระทั่งนางเขียนเสร็จแล้วรีบเดินกึ่งวิ่งไปที่ประตู
จะเป็นความซุ่มซ่ามของฉันหรือความมักง่ายของคนที่ผลักประตูเข้ามาก็ไม่รู้
ปึก!!!
“โอ้ยยย! นี้!! ป้ายข้างหน้าเขาบอกว่าให้ดึง! ไม่ใช่ให้ผลักเข้ามาแบบนี้ อ่านออกมั้ยเนี้ย!!”
ฉันตะโกนด่าออกไปด้วยความหงุดหงิดปนกับความเจ็บมือก็ลูบหัวไปพลาง
“ยุย!!เป็นไรมั้ย”
ฮันนี่รีบวิ่งเข้ามาดูฉันที่นั่งกองอยู่ที่พื้น
“นิดหน่อยแก...”
ฉันพูดกับฮันนี่ระหว่างที่นางประคองฉัน...เอ่อ อย่าเรียกว่าประคองต้องเรียกลากมากกว่า เพราะฉันสูงแค่151เซนติเมตรเอง
“เป็นอะไรมั้ย?”
ฉันเงยหน้าตามเสียงนุ่มทุ้มที่คุ้นหู ไปยังคนที่ยืนอยู่ตรงปลายเท้าของฉัน บุคคลที่เพิ่งผลักประตูเข้ามาหาอย่างแรงเมื่อกี้นี้
“นาย! คนเมื่อเช้านี้!”
ความคิดเห็น
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ