ตัวละครในตอนนี้
ผู้ปกครองที่น่ารักของผมถึงกับบุกไปหาผู้อำนวยการในออฟฟิศของเธอเพื่อวีนเรื่องทำไมคลาส F ถึงไม่มีกล้องวงจรปิดและคำตอบที่ได้รับมาคือ ‘เพราะมีอยู่ไม่กี่คนที่เข้าออกอาคารนั้นจึงไม่คุ้มค่าที่จะติดกล้องวงจรปิด’ ทำให้พวกท่านยิ่งของขึ้น
‘แล้วชีวิตของคนไม่กี่คนในสายตาคุณมันไม่มีค่าเหรอ?’
นั่นเป็นประโยคที่บุพการีของผมพูดกึ่งตะโกนใส่ผู้อำนวยการ
ผู้อำนวยการเหมือนจะไม่อยากเถียงกับผู้ปกครองผมแล้ว จึงรับปากว่าจะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยของคลาส F ผมพอจะดูออกว่านั่นเป็นการรับปากส่ง ๆ สำหรับเธอแล้วความปลอดภัยไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐาน แต่เป็นสิ่งที่ต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้มา ถ้าอยากใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยก็ต้องเอาตัวเองออกจากคลาสจัณฑาล
ผู้ปกครองที่น่ารักของผมก็ดูจะไม่เชื่อว่าผู้อำนวยการจะทำตามที่รับปากจึงจ่ายเงินให้เธอไปจำนวนหนึ่ง แล้วแต่พวกคุณจะจินตนาการว่าเท่าไรละกัน
กว่าผมจะมาถึงห้องเรียนก็เกือบจะถึงเวลาโฮมรูม ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่ผมรู้สึกได้ว่าบางคนในคลาสมองผมด้วยสายตาแปลก ๆ หรือจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผมหยุดเรียนไป?
ใครบางคนมาสะกิดไหล่หลังจากผมนั่งลงตรงโต๊ะของตัวเอง ผมจึงหันไปหาเขา
“นายหายดีหรือยัง? ที่เป็นลมไปเมื่อพฤหัสที่แล้วน่ะ”
ทำไมเพื่อนคนนี้รู้เรื่องที่ผมสลบไปล่ะ? ผมไม่ได้บอกใครเลยนี่นา
“นายคือคนที่ช่วยครูแซมแบกเราไปห้องพยาบาลเหรอ?”
ผมถามเพื่อยืนยันการคาดเดาของตัวเอง
“อือ”
เขาส่งเสียงรับสั้น ๆ พลางพยักหน้า
“ดีขึ้นมากแล้ว ขอบใจนะ ทั้งเรื่องที่เป็นห่วง ทั้งเรื่องตอนนั้น”
ผมตอบและกล่าวขอบคุณ
“เป็นเรื่องที่ฉันควรทำอยู่แล้ว”
ว่าจบประโยคเขาจึงหันหลังจากไป
จากคำบอกเล่าของครูแซม เพื่อนคนนี้ชื่อดาวเหนือใช่ไหมนะ ดูเป็นคนดีอยู่นี่ คุ้น ๆ ว่าเขาเป็นเพื่อนกับมารุตด้วย
ไม่นาน คาบโฮมรูมก็เริ่มขึ้น
ผมนัดกับครูแซมไว้ว่าเราจะไปเยี่ยมพี่ซูซี่ด้วยกันเย็นนี้ แทนเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วที่แผนพังเพราะผมดันวูบไปในห้องน้ำ
เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่เวรผม ผมจึงสามารถออกจากห้องเรียนได้โดยไม่มีอะไรรั้งไว้หลังเลิกเรียน ส่วนครูแซมก็มี Privilege1 ของการเป็นครูคลาสนอกเทียร์ลิสต์คือการไม่ถูกมองแรงหากเลิกงานตรงเวลา
พวกเราเดินมายังรถด้วยกันแล้วผมโดดก็ขึ้นรถของพี่ชายสุดหล่อทันทีที่เขาปลดล็อก
“โย นายโอเคดีใช่ไหม?”
ครูแซมถามหลังเราทั้งคู่อยู่บนรถ
“ทำไมเพิ่งมาถามเอาป่านนี้ล่ะ ตอนนี้ผมยิ่งกว่าโอเคอีก”
ผมกะพริบตาปริบ ๆ
“ไม่ได้หมายถึงอาการปวดหัว หมายถึงว่ามาเรียนวันนี้แล้วรู้สึกโอเคดีไหม? ไม่ได้มีอาการอึดอัดหรือระแวงว่าจะถูกทำร้ายใช่ไหม?”
เขาถามอีกรอบ แต่คราวนี้คำถามยาวกว่าเดิม
“… ก็นิดหน่อย ผมคิดว่าผมคงไม่กล้าไปเข้าห้องน้ำคนเดียวแล้วอีกล่ะ” ผมหลุบตาลง “แล้วคงไม่ใส่นาฬิกาแพง ๆ มาเรียนอีกสักพัก จนกว่าจะรู้ว่าเรื่องเมื่อวันพฤหัสเป็นฝีมือของใคร”
“พี่ขอโทษที่ทำให้นายต้องมาเจออะไรแบบนี้”
“พอได้แล้ว เมื่อวันเสาร์พี่ก็ขอโทษไปหลายรอบแล้ว เรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของพี่เลยด้วยซ้ำ แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของผมด้วย เป็นความผิดของพวกขี้อิจฉาที่คุณแม่บอก จะว่าไปปีก่อนที่พี่สอนมีเหตุการณ์คล้าย ๆ แบบนี้ไหม?”
ผมตัดบทแล้วเปลี่ยนเรื่อง
“ของหายน่ะมี แต่ไม่ใช่ของมีราคา” เขาตอบ “ส่วนเรื่องดักตีตอนอยู่คนเดียว ไม่มีนะ”
“งั้นเหรอ แล้วมีคนที่พี่สงสัยบ้างหรือเปล่า?”
ผมลูบคางตัวเองเบา ๆ
“แก๊งเด็กติดการพนัน ในห้องมีอยู่สองแก๊ง แต่ดูจากการที่วันนั้นดาวเหนือยังนั่งเล่นเกมอยู่ ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องยันพี่ไปเจอเราในห้องน้ำก็ตัดแก๊งเจ้าตัวออกไปได้เลย เพราะโจรตัวจริงก่อคดีเสร็จคงเผ่นป่าราบ ไม่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุให้โดนสงสัยหรอก”
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ