ตัวละครในตอนนี้
โยธินเพิ่งจะพูดออกมาว่าการที่ผู้อำนวยการติดกล้องวงจรปิดให้อาคารเรียนคลาสจัณฑาลเป็นฝีมือของผู้ปกครองเขา สรุปว่าสิ่งที่ครอบงำผู้อำนวยการไม่ใช่ผีสางแต่เป็นอำนาจของเงินตรา
“คิดว่าไม่หรอก การจะติดกล้องวงจรหลังจากสงสัยว่ามีเหตุลักขโมยเกิดขึ้นก็ฟังดูไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะ”
ฉันตอบโยธิน
“ฟังดูเหมือนวัวหายล้อมคอกมากกว่า” เขาถอนหายใจ “แต่ถ้าเธอบอกว่าเราไม่ได้ทำแผนเขาพังก็ค่อยโล่งใจหน่อย”
“นายเชื่อฉันแล้วใช่ไหม?”
ฉันถาม
“เราจะเชื่อเธอไปก่อน เพราะยังไม่เจอคำอธิบายอื่นที่สมเหตุสมผลกว่านี้เกี่ยวกับตัวตนของครูกาญจน์กับศุภฤกษ์” เด็กหนุ่มสูดยาดม “แล้วทำไมเธอถึงไปช่วยสองคนนั้นได้ล่ะ?”
“เอาเหตุผลที่ใกล้เคียงกับความจริงที่สุดคือฉันเป็นผู้ถูกเลือกยังไงล่ะ”
ฉันกล่าวพลางชี้มาที่ตัวเอง โยธินทำหน้าตายใส่ฉันเหมือนหมดคำจะพูด
“ขอโทษที พอดีหาเหตุผลที่ฟังดูดีมาอธิบายไม่ได้”
ฉันเกาหัวแก้เขิน
“ผู้ถูกเลือกเหรอ? อย่างกับชื่อแชตกลุ่มของคลาส S”
เขากล่าวอย่างไร้อารมณ์ ขอแทรกความเห็นของฉันนิดหนึ่ง นอกจากเด็กคลาส A จะจริงจังกับทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องเรียนยันเรื่องไร้สาระ ฉันก็เพิ่งรู้ว่าคลาส S มีชื่อแชตกลุ่มเบียว ๆ แบบนั้นด้วย
“นะー นายยังเชื่อฉันอยู่ใช่ไหม?”
ฉันพูดตะกุกตะกัก
“เรามีทางเลือกอื่นด้วยเหรอ?” เขาหัวเราะแห้ง “ทางโรงเรียนยอมทำตามทุกอย่างให้เหมือนปกติตามคำขอของคนนอกหมายความว่าพวกเขาเชื่อว่าพวกที่เข้ามาสืบจะจับคนร้ายได้ก่อนเรื่องจะกระจายไปทั่วสินะ”
“ลองนึกดูสิ เรื่องนี้มันส่งผลต่อความน่าเชื่อของโรงเรียนนะ ถ้าเกิดเรื่องมีนักฆ่าแฝงตัวอยู่ในโรงเรียนเป็นข่าวขึ้นมา พวกเราคงเป็นนักเรียนรุ่นสุดท้ายที่จบจากที่นี่แหง ๆ”
เด็กหนุ่มวิเคราะห์
“ว่าแต่เธอเอาเรื่องนี้มาบอกเราแล้วไม่กลัวว่าเราจะเอาเรื่องนี้ไปกระจายต่อเหรอ?”
เขากะพริบตา
“กลัวสิ แต่ฉันอยากได้รับความไว้วางใจจากนาย หากโกหกเรื่องทำไมครูกาญจน์ถึงบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายให้ฉันฟัง ฉันก็อาจต้องโกหกเรื่องอื่นอีกมากมาย และถ้านายสงสัยว่าฉันพูดไม่จริงสักเรื่องขึ้นมา นายก็จะกลายเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับฉัน”
ฉันอธิบายตามความคิดของตัวเอง
“การที่บอกเรื่องนี้กับเราแปลว่าคิดว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์เหรอ?”
เขาถาม
“นายคิดว่าการจะสวมรอยเป็นนายมันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉันถามกลับ
“แล้วเธอไม่ได้นึกถึงความเป็นไปได้ที่เราจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยใช้ตัวตนที่ดูน่าเชื่อถือมาเป็นข้อได้เปรียบบ้างเลยเหรอ?”
หลังเขาพูดขึ้นมาฉันถึงได้รู้ตัวว่าฉันพลาดความเป็นไปได้แบบนี้ไปจริง ๆ แต่ว่า…
“ฉันคิดว่านายมีโอกาสจะเป็นเหยื่อมากกว่าผู้สมรู้ร่วมคิด” ฉันยกเหตุผลขึ้นมากลบเกลื่อนความสะเพร่าของตัวเอง “เพราะศุภฤกษ์บอกว่าคนที่เคยเป็นเหยื่อของฆาตกรคนนี้เป็นคนไม่ธรรมดาทั้งนั้น”
“เราเคยทำกรรมอะไรไว้หรือเปล่า ทำไมมีแต่คนจ้องจะเล่นงานเรา”
โยธินทึ้งผมของตน
“มันอาจจะเป็นกรรมของสมาชิกครอบครัวเศรษฐีน่ะ”
ฉันอาสาไปส่งโยธินเผื่อเรื่องที่ฉันบอกเล่าไปจะทำให้เขารู้สึกกลัวจนไม่อยากกลับบ้านคนเดียว แต่เขาบอกว่าเขาจะโทรเรียกพี่เลี้ยงของเขาให้มารับ
ฉันได้ขอร้องให้เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจากสมาชิกในครอบครัวเพื่อไม่ให้เรื่องนี้แพร่กระจายจนครูกาญจน์และคุณฤกษ์ไม่สามารถดำเนินแผนการต่อได้ และบอกเขาว่าฉันเคยร้องขอให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งสองรับประกันความปลอดภัยของคนในคลาสแล้ว เขาเหมือนจะเข้าใจและรับปากว่าจะทำตาม
ตอนนี้ฉันกำลังกลับมาลิสต์รายชื่อคนน่าสงสัยและไม่น่าสงสัย พอได้คุยกับโยธินแล้วฉันเริ่มไม่มั่นใจในเซนส์ของตัวเองเสียแล้ว ฉันทั้งเดาเหตุผลที่เขามาอยู่คลาสนี้ผิด ทั้งละเลยความเป็นไปได้บางอย่างไป ทว่าถ้ามัวแต่กลัวว่าตัวเองจะเดาผิด การสืบสวนคงไม่คืบหน้าอะไรเลย
ฉันขอเชื่อไปก่อนว่านักฆ่าสวมรอยเป็นคุณเปลวไฟซึ่งเป็นผู้ชาย เพราะงั้นตอนนี้ฉันจะตัดผู้หญิงทุกคนออกจากชอยส์
เอายังไงกับยูโกะดี
ยูโกะมีความเหมือนคุณเปลวไฟตรงที่เจ้าตัวพอจะรำเป็น แต่ยูโกะเป็นกะเทยซึ่งไม่ควรถูกนับว่าเป็นผู้ชาย
ฉันนึกไม่ออกแล้วว่านอกจากคนคนนั้นแล้วในห้องยังจะมีใครรำไทยเป็นอีก แม้แต่ครูช้างผู้น่าสงสัยลำดับหนึ่งในตอนนี้ก็เหมือนจะรำไม่เป็น ตอนคาบนาฏศิลป์เขาให้แก้วตาซึ่งไม่ได้รำสวยเท่ายูโกะสาธิตท่าให้ทุกคนดู
ช่างเรื่องนั้นแล้วไปพิจารณาคนอื่นก่อน ในบรรดาผู้ชาย ครูกาญจน์บอกว่าครูแซมบริสุทธิ์ ถึงจะมีเรื่องที่ฉันสงสัยอยู่ แต่ตอนนี้เชื่อเธอไปก่อน นอกจากนี้ต้นน้ำคือคนที่ฉันต้องตัดออกตามไอริ
อาจจะต้องปล่อยยูโกะกับยูยะไว้แบบนั้นก่อนเพราะฉันเองก็ยังไม่ได้สืบอะไรเกี่ยวกับสองคนนี้
ขอโทษนะยูโกะ
ฉันไม่ได้คิดว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง แต่เพราะฉันสงสัยเธอมาตั้งแต่แรก ถึงได้ไม่เอาเธอออกจากลิสต์คนน่าสงสัยเหมือนเพื่อนคนอื่น
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ