ตัวละครในตอนนี้
เนื่องจากฉันและเพื่อน ๆ นัดกันไปติวหนังสือที่บ้านของโยธินในวันนี้ ฉันจึงกำลังรอให้เขามารับอยู่ ณ ร้านกาแฟใกล้ร้านหนังสือที่เราเคยเจอกัน
ฉันใช้โอกาสที่พลอยยังไม่มาคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หลังจากที่เกียร์หยุดเรียนติดกันสองสามวัน ในที่สุดเมื่อวานหรือวันศุกร์เขาก็กลับมาเรียน เขาคุยกับออกัสต์และการ์ฟิลด์เหมือนเดิม แต่คุยเรื่องอะไร ฉันบอกไม่ได้ ทางครูกาญจน์ฉันได้ฝากเธอไปถามเรื่องการย้ายมาสอนคลาส F ของครูช้าง โดยไม่ปล่อยให้ฉันรอนาน เธอส่งข้อความเสียงเล่าเรื่องให้ฉันฟัง
พอรู้สาเหตุที่เขามาสอนคลาสนี้แล้วฉันก็อยากจะตัดเขาออกจากรายชื่อคนน่าสงสัย แต่ฉันยังหาอะไรมาอธิบายสิ่งที่โยธินเคยบอกฉันเกี่ยวกับครูช้างไม่ได้ เรื่องที่เราไม่เคยได้ยินเขาอ่านทำนองเสนาะอีกเลยหลังจากมาสอนคลาสนี้
ฉันว่าจะแชร์เรื่องนี้กับโยธินหลังติวเสร็จ ตอนนี้ปล่อยให้เขาโฟกัสกับการสอนบัวเหล่าที่สี่อย่างพวกเราก่อน
“มาเร็วจังเลยนะ”
เสียงของผู้ที่ฉันกำลังนึกถึงอยู่เรียกฉันกลับสู่ความเป็นจริง ฉันเงยหน้ามองผู้มาเยือนเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เข้าใจผิด สรุปว่าเป็นโยธินซึ่งอยู่ในชุดลำลองจริง ๆ ขอแทรกความเห็นส่วนตัวหน่อย ขนาดเขาแต่งตัวธรรมดา ๆ ยังดูมีออร่า อันนี้น่าจะเป็นความสามารถพิเศษของลูกคนรวย
“นายก็มาเร็วนะ ยังไม่ถึงเวลาที่บอกไว้กับพลอยเลย”
ฉันตอบพลางหันจอมือถือให้เขาดูเวลาปัจจุบัน
“อ้อ ว่าจะมาซื้อกาแฟนั่งดื่มรอพวกเธอไง” เขาขยิบตา “เดี๋ยวมา”
กล่าวเสร็จเขาก็สาวเท้าไปยังเคาน์เตอร์ก่อนเดินกลับมาพร้อมกาแฟ นั่งลงข้างฉันและถาม
“สรุปว่าฝากครูกาญจน์ไปถามหรือยัง? เรื่องที่คุยกับเราเมื่อวันก่อน”
“ได้เรื่องละ เดี๋ยวเล่าพรุ่งนี้ ตอนนี้เอาที่จะติวให้รอดก่อน”
ฉันพยักหน้า
“หนาวไหมล่ะนั่น ไม่นึกว่าเธอจะเป็นฝ่ายมานั่งรอเลยไม่ได้บอกให้เอาเสื้อกันหนาวมาด้วย แอร์ที่นี่มันเย็น”
“ชิล” ฉันยักไหล่ “ว่าแต่มื้อกลางวันเราจะเอายังไงกันนะ?”
“สั่งในแอปเดลิเวอร์รี่ให้มาส่ง”
เขาบอก จิบกาแฟไปพลาง
“หรือถ้าอยากร่วมโต๊ะอาหารกับผู้ปกครองที่น่ารักของเราก็ได้นะ แต่ขนาดพี่แซมー หมายถึงครูพี่แซมคุ้นเคยกับพ่อแม่เรา แกยังเกร็งเลย”
สมองของฉันประมวลผลกับประโยค ‘ครูพี่แซมคุ้นเคยกับพ่อแม่เรา’ อยู่พักหนึ่ง จนจำได้ว่าครูแซมเคยบอกว่าเขากับโยธินเป็นเหมือนพี่น้องที่สนิทกัน
“เดี๋ยวเราขอเช็กแป๊บหนึ่งว่าฝั่งโรงเรียนไปถึงกันครบหรือยัง”
โยธินกล่าวพลางหยิบมือถือออกมาและก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความ เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเงยหน้าขึ้นมา
“ตามคาดไม่มีผิด เหลือแอนนี่ยังไม่มา ว่าแต่เพื่อนเธอที่ชื่อพลอยปกติเป็นคนตรงเวลาเป๊ะ ๆ เลยหรือเปล่า”
“พลอยน่ะเหรอ? ถ้าไม่ใช่พวกทัศนศึกษาเจ้าตัวไม่ค่อยมาก่อนเวลาหรอก”
ฉันบอก
“โย ขอโทษที่เพิ่งจะมาสงสัยเอาป่านนี้ แต่ว่าการที่นายชวนเพื่อน ๆ มาที่นี่คือไว้ใจแล้วใช่ไหมว่าทุกคนบริสุทธิ์ นายคงไม่อยากเปิดเผยที่อยู่ของตัวเองให้นักฆ่ารู้ใช่ไหมล่ะ”
ฉันกระซิบข้างหูเขาเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นในร้านได้ยิน
“มั่นใจว่าบ้านเราปลอดภัยกว่าที่คลาสกลางป่า ลั่นทม” เขาวางแก้วกาแฟลง “ทำหน้างงทำไม?”
“ตะกี้เรียกฉันว่าลั่นทม?”
ฉันถามเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิด
“ก็นั่นมันชื่อเล่นเธอนี่ ที่เห็นเรียกว่าลัลในแชตเพราะขี้เกียจพิมพ์”
โล่งอกไปที ตอนแรกที่ได้ยินสรรพนามอันผิดแปลกจากปากโยธินฉันเผลอคิดไปไกลแล้ว เพราะในการ์ตูน เรื่องอะไรแบบนี้มันเป็นสัญญาณของการถูกสวมรอย
“กลับมาเรื่องเดิม ถ้าคนคนนั้นกล้าลงมือในละแวกบ้านของเราถือว่าใจเด็ดมากเลยนะ แทบจะไม่ต่างอะไรกับการลงมือในที่สาธารณะ”
เด็กหนุ่มลดระดับเสียงของตนลง
“แล้วถ้าเขาคนนั้นเลือกลงมือตอนพวกเรากำลังติวกันอยู่ในห้องตามลำพังー”
“เอางี้ ในบรรดาคนที่มาวันนี้ เธอสงสัยว่าใครไม่บริสุทธิ์”
โยธินตัดบท
“ปัก” ฉันระบุชื่อของบุคคลซึ่งยังไม่ถูกตัดออกลิสต์คนน่าสงสัย “ฉันได้คำใบ้มาว่าคนที่เรากำลังตามหาอยู่น่าจะเป็นผู้ชาย”
“คำใบ้? จากไหน?”
อีกฝ่ายขมวดคิ้ว
“จากบุคคลตัวตนซับซ้อนที่เคยพูดถึง”
จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าควรอธิบายตัวตนของคุณเปลวไฟยังไง
“ฟังดูน่าสงสัยชะมัด ถึงเรื่องมีผู้ไม่ประสงค์ดีจะถูกยืนยันแล้ว แต่แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าบุคคลที่ว่าพูดความจริงทั้งหมด ไม่ได้โกหกผสมพูดจริงเพื่อให้เราเชื่อน่ะー”
“พลอยบอกว่าใกล้มาถึงแล้ว เราอาจจะต้องเก็บเรื่องนี้ไว้คุยกันทีหลัง” ฉันเบรกโยธิน “แต่ฉันถามอะไรหน่อย ห้องที่เราจะไปติวกันไม่มีคนเข้าออก แต่ไม่ได้ลับตาคนใช่ไหม?”
“ใช่”
โยธินตอบสั้น ๆ
“ก็โล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง” ฉันถอนหายใจ “ว่าแต่กาแฟน่ะ ไม่คิดจะรีบดื่มให้หมดก่อนพลอยมาหรือไง?”
การติวในวันนี้เป็นไปอย่าง… โกลาหล ต้องบอกแบบนี้ แม้จะโชคดี เรื่องที่ฉันกังวลไม่ได้เกิดขึ้นทว่านึกสภาพ บัวพ้นน้ำเพียงหนึ่งเดียวอย่างโยธินต้องพยายามฉุดบัวใต้โคลนตมห้าดอกและบัวใต้น้ำอีกดอกขึ้นมา
ถึงจะเป็นแบบนี้โยธินกลับไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญ เขาอธิบายอย่างใจเย็นแม้พวกเราจะชอบถามจุดเดิมซ้ำ ๆ ก็ตาม ฉันเริ่มจะนับถือเพื่อนคนนี้ขึ้นมาแล้ว
ฉันแอบถามโยธินว่าเขาเป็นคนติวหนังสือให้พวกคลาส S หรือเปล่า เห็นว่าดูคุ้นเคยกับการเป็นผู้สอน เด็กหนุ่มถามกลับว่าทำไมถึงรู้เรื่องการติวหนังสือนอกคาบเรียนของคลาส S ฉันจึงสารภาพไปตามตรงว่าเคยแอบฟังต้นน้ำคุยกับเพื่อนซึ่งพวกเขามีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด
“เปล่าหรอก คนติวคือริน”
“แปลกใจที่เธอได้ยินเรื่องนี้มาจากต้นน้ำ หมอนั่นไม่เคยมานั่งติวกับเขาเลย”
นั่นเป็นคำตอบของเขา
หากให้รีวิวบ้านของโยธิน บ้านของเขาไม่ใช่แมนชันหรูหราใหญ่โตอะไร สิ่งที่ดูจะแพงจริง ๆ คือเฟอร์นิเจอร์ด้านใน ฉันไม่กล้าตีราคาออกมาเป็นตัวเลข เอาเป็นว่าถ้าทำพังสักชิ้นเอาเงินเดือนทั้งชีวิตมาชดใช้ก็คงไม่พออยู่ดี
เรื่องที่ไม่คาดคิดคือพ่อแม่ของโยธินเสนอว่าจะเลี้ยงอาหารเย็นก่อนทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน พวกเราพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพแล้ว แต่ฉันลอบมองโยธินซึ่งส่งสายตาเป็นนัยว่าตอบรับไปเถอะ สุดท้ายพวกเราก็ได้รับประทานอาหารมื้อใหญ่
‘ผู้ปกครองที่น่ารัก’ ของโยกล่าวว่าพวกเขาดีใจที่เห็นโยพาเพื่อนมาบ้านเสียที ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าลูกชายไม่มีเพื่อนแต่แสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างโอเคดี ซึ่งพวกท่านก็ไม่ได้เข้าใจผิดไปเสียทีเดียว เพราะตอนเปิดเทอมใหม่ แทบทุกคนในห้องพร้อมใจกันกีดกันเขา ไม่พูดด้วย ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ฉันยอมรับว่าฉันเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นในคำว่า ‘แทบทุกคน’
หลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่ โยธินขอให้พี่เลี้ยงของเขาไปส่งพวกแก้วตาและปัก ส่วนเขาก็เดินมาส่งฉันและพลอยตรงจุดนัดเมื่อเช้า
“เจอกันอีกทีวันจันทร์”
เขาบอกลาฉันและพลอย
“ส่วนพวกเรา เอาไว้พรุ่งนี้นะ คืนนี้ฉันขอพักก่อน”
เขากระซิบข้างหูฉัน ฉันทุบแขนเขาเบา ๆ เพื่อเตือนว่าพลอยยังอยู่กับพวกเรา
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ