ตัวละครในตอนนี้
เกียร์ ออกัสต์ การ์ฟิลด์โดนรวบหมดแล้ว
คุณฤกษ์ได้ส่งข้อความมาบอกฉันเรื่องคุณเปลวไฟจับได้ว่าเกียร์และพรรคพวกของเขาประทุษร้ายต่อโยธินแบบคาหนังคาเขา ตอนนั้นชายหลังหน้าจอได้รับสัญญาณจากคุณเปลวไฟว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่ห้องเก็บของ คุณฤกษ์จึงบอกให้ครูกาญจน์รีบไปที่นั่น หลังจากนั้นเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อ แต่บทสรุปคือสามคนนั้นถูกส่งตัวให้คนในหน่วยงานของครูกาญจน์จัดการต่อ และพบหลักฐานในแชตจากมือถือของหนึ่งในสามชี้ว่าพวกเขาเป็นคนก่อเหตุครั้งก่อนหน้านี้ตอนอาคารเรียนยังไม่มีกล้องวงจรปิดเช่นกัน แต่ไม่พบสิ่งที่ชี้ว่าทั้งสามมีความเกี่ยวข้องกับนักฆ่าที่ครูกาญจน์และคุณฤกษ์ตามหาอยู่ ทางโรงเรียนได้ตัดสินให้ทั้งสามคนพ้นสภาพการเป็นนักเรียน กล่าวคือไล่ออกนั่นแหละ
ไม่น่าทำแบบนี้เลยเกียร์ คุณฤกษ์อุตส่าห์คาดหวังให้นายมาเป็นพันธมิตรของพวกเราแท้ ๆ
ส่วนโยธินผู้เคราะห์ร้ายตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลที่ใกล้กับโรงเรียนมากที่สุด ไม่แน่ใจว่าเขาบาดเจ็บร้ายแรงขนาดไหน แต่ฉันคุยกับอีกสี่สาวว่าจะงดการติวหนังสือที่นัดกันไว้เพื่อให้เขาได้พัก
สีหน้าของครูกาญจน์ในวันนี้ดูหม่นหมองอย่างชัดเจน ฉันเดาว่าเธอคงรู้สึกล้มเหลวที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องโยธินจากเหตุการณ์ซ้ำรอยได้ ฉันต้องหาเวลาเข้าไปปลอบขวัญเธอหน่อยเสียแล้ว
ครูแซมผู้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวเลยสักทางสภาพแย่ไม่ต่างกัน แต่รายนั้นไม่ต้องเดาหรอกว่าสาเหตุคืออะไร ก็โยธินเป็นรุ่นน้องที่เขารักนี่นา
สงสารโยธินเป็นบ้า ถึงคนที่ทำร้ายเขาจะถูกจับไปแล้วแต่เขาก็ยังต้องคอยระวังนักฆ่าต่อเพราะยังคิดไม่ออกว่านอกจากเขาแล้วเป้าหมายจะเป็นใครไปได้อีก
กำลังคิดอยู่ว่าฉันทำอะไรเพื่อเพื่อนคนนี้ได้บ้างไหม? จนความคิดหนึ่งได้ผุดขึ้นมาในหัวของฉัน เป็นเรื่องที่ฉันทำด้วยตัวเองไม่ได้ แต่อาจจะขอให้ผู้มีอำนาจทำได้ ลองคุยเรื่องนี้กับครูกาญจน์ตอนไปปลอบเธอดีกว่า
ตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียน ฉันชะเง้อมองในห้องพักครูและพบว่าตอนนี้ครูกาญจน์ไม่ได้อยู่คนเดียว มีครูแซมนั่งฟุบกับโต๊ะอยู่ด้วยอีกคน ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกัน แต่แบบนี้ฉันก็เข้าไปคุยกับครูกาญจน์ไม่ได้น่ะสิ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
ครูแซมสังเกตเห็นฉัน เขาเบนสายตามาหาและถามด้วยน้ำเสียงไร้เรี่ยวแรง
“หนูมีเรื่องจะปรึกษาครูกาญจน์ แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่ใช่จังหวะดีสักเท่าไร”
ฉันไม่ปิดบังเจตนาของตัวเอง
“งั้นเราไปคุยกันที่อื่นเถอะจ้ะ จะได้ไม่รบกวนครูสัจนิรันดร์”
หืม? ครูกาญจน์เรียกครูแซมด้วยชื่อจริง? ไม่ใช่ ‘น้องแซม’ แบบก่อนหน้านี้ โอเค อย่าเพิ่งคิดไปไกล มันคงไม่มีอะไรเช่นเดียวกับตอนโยธินใช้สรรพนามคนละแบบเรียกฉันในเวลาพูดกับเวลาพิมพ์
“ไม่ได้รบกวนสักหน่อย อยากคุยกันสองคนก็พูดตรง ๆ ก็ได้ เดี๋ยวผมออกไปเอง”
เขาลุกขึ้น เก็บข้าวของของตัวเองและเดินออกมา
“เจอกันสัปดาห์หน้าครับ”
ครูแซมบอกลาและจากไป
“ทีนี้ก็เหลือแต่พวกเราแล้ว”
ครูกาญจน์กวักมือเรียกให้ฉันเข้าไปหา
“ค่ะ คือหนูเห็นว่าครูกาญจน์ดูไม่ร่าเริงเท่าไรเลยคิดครูอาจจะกำลังรู้สึกผิดกับเรื่องเมื่อวาน หนูอยากบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของครูー”
“มันเป็นความผิดของครูจ้ะ ลัลณ์ลลิน”
ครูกาญจน์แทรกขึ้นมาก่อนฉันพูดจบ
“จำได้หรือเปล่า? เธอเป็นคนบอกให้ฉันจับตาดูเพื่อนสี่คน แต่ฉันกลับบกพร่องในหน้าที่นั้นแล้วปล่อยให้สามในสี่ไปทำอันตรายต่อโยธิน” เธอกล่าวอย่างแผ่วเบา “น้องแซมเองก็ด้วย รู้ว่าเพื่อนสนิทของโยธินหยุดเรียน แต่เมื่อวานดันชิงเลิกงานตรงเวลาแทนที่จะอยู่เฝ้าจนมั่นใจว่าเด็กคนนั้นกลับบ้านอย่างปลอดภัย”
อา… เหมือนครูกาญจน์จะเรียกครูแซมแบบสนิทสนมเฉพาะเวลาอยู่ลับหลังแฮะ
“ครูกาญจน์ หนูไม่อยากให้ครูโทษตัวเอง หนูรู้ว่าครูกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เรื่องเมื่อวานมันอยู่นอกเหนือการควบคุม”
ฉันเอ่ยปลอบ
“แล้วหนูก็ไม่อยากให้ครูตัดสินว่าครูแซมไม่เป็นห่วงโยธินเพราะเมื่อวานเขาไม่ได้อยู่เฝ้าเพื่อนคนนั้นด้วย” ฉันเม้มปากก่อนพูดต่อ “แต่หนูอยากให้ครูกาญจน์ช่วยเรื่องหนึ่งค่ะ”
"ฉันเดาว่าเธอคงจะขอให้จับตาดูเพียงนภาー”
“ฮัดชิ่ว!”
เสียงจามของบุคคลที่สามดังขึ้น ฉันมองตาครูกาญจน์และมั่นใจว่าเรากำลังมีความคิดเดียวกันอยู่
ฉิบหายแล้ว
ในขณะที่กำลังลังเลว่าควรจะออกไปดูหรือเปล่าว่าเป็นบุคคลผู้ไม่ได้รับเชิญให้มีส่วนร่วมเป็นบทสนทนาเป็นใคร เจ้าตัวก็ชิงโผล่หน้าออกมาเอง
“อะไรน่ะลั่นทม เธอฟ้องครูกาญจน์เพราะสงสัยว่าฉันประกอบธุรกิจไม่สุจริตหรือไง?”
เจ้าของเสียงจามคือปลายฟ้า
“ใช่”
ฉันโกหก จะให้พูดความจริงว่าฉันกลัวเธอถูกหลอกใช้อาจกลายเป็นต้องเล่าเรื่องยาวเหยียด
“เนรคุณ! อุตส่าห์ให้ข้อมูลไป ดันมาสงสัยกันเฉยเลย แง ๆ”
ปลายฟ้าร้องไห้แบบปลอม ๆ
“ให้ข้อมูล?”
ครูกาญจน์ทวนคำพูดของปลายฟ้า
“เพื่อนคนนี้เป็นคนบอกเรื่องครูช้างกับฉันน่ะค่ะ”
ฉันกระซิบกับเธอ
“เธอรู้เหรอว่าพวกเรากำลังสืบอะไร?”
ครูกาญจน์กัดริมฝีปาก
“ไม่รู้หรอกค่ะ แต่เดาว่าคงจะอยากได้ข้อมูลของพวกที่มาจากคลาสปกติ ให้เอ่ยชื่อเรียงคนก็คือครูชาคริต ตฤณ โยธิน มารุตเพื่อนรักส์ของฉัน แล้วก็อาจจะรวมไปถึงอารยาผู้เคยขึ้นไปอยู่คลาส C เมื่อปีที่แล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ในนรกขุมเดิมหลังไปต่อยกับคนอื่น”
ปลายฟ้าชิงตอบก่อนฉันได้ตอบครูกาญจน์ เธอจงใจพ่นลมออกจากปากอย่างแรงเพื่อเน้นคำว่าเพื่อนรัก
จะว่าไป ชื่อของคนที่ปลายฟ้าพูดมาก็เป็นผู้ที่ถูกฉันสังเกตหมดเลยจริง ๆ ฉันสงสัยมะม่วงกับครูช้าง เฝ้าระวังต้นน้ำกับอายะ และเตือนโยให้ระวังตัว
“แล้วก่อนหน้านี้เธอได้ยินพวกเราพูดถึงอะไรบ้าง?”
ครูกาญจน์ถามต่อ
“เหมือนจะพูดถึงเรื่องเมื่อวานที่แก๊งเด็กติดการพนันอีกแก๊งไปปล้นโยธินสินะคะ หนูขอแก้ตัวให้ตัวเองกับเพื่อนหน่อย ถึงแก๊งหนูจะติดการพนันเหมือนกัน แต่เราก็ไม่ได้ทำธุรกิจสีเทานะคะ”
โชคดีที่ฉันกับครูกาญจน์ไม่ได้เอ่ยคีย์เวิร์ดอะไรที่เกี่ยวกับนักฆ่าออกไป ปลายฟ้าจึงจับใจความได้แค่นั้น
“เพียงนภา ครูมีเรื่องจะขอให้เธอช่วย”
ครูกาญจน์ซื้อตัวปลายฟ้ามาให้ช่วยสืบเรื่องของสมาชิกคลาส F ที่เกิดขึ้นนอกคลาสเรียน
เธอเล่าให้ปลายฟ้าฟังว่าในคลาสมีบุคคลน่าสงสัยแฝงตัวอยู่ แต่ไม่ได้บอกว่าคนคนนั้นเป็นนักฆ่า ครูกาญจน์กำชับให้ปลายฟ้าไม่ส่งต่อเรื่องนี้แก่บุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเธอตอบตกลงแต่ก็ถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับสามคนที่โดนรวบยังไง คุณครูสาวส่ายหน้าปฏิเสธว่ามันไม่เกี่ยวข้องกัน เรื่องเมื่อวานอยู่นอกเหนือการสืบสวนของฉันและคุณครู
เท่ากับว่าสถานการณ์ตอนนี้คือเราสูญเสียโอกาสในการได้เกียร์มาเป็นพันธมิตร แต่เราได้ปลายฟ้าและโยธินมาช่วยสืบ
ก่อนจากลา ฉันสอบถามครูกาญจน์เกี่ยวกับอาการของโยธิน แต่ได้รับคำตอบจากปลายฟ้าแทนว่าเธอพอจะรู้เรื่องอาการของโยธินเนื่องจากคนที่ช่วยปฐมพยาบาลให้เขาก่อนรถพยาบาลมาถึงคือดาวเหนือเพื่อนซี้ของเธอ สีหน้าฉันในสายตาของปลายฟ้าคงจะมีวลี ‘ดาวเหนืองั้นเหรอ?’ เขียนอยู่เด่นหรา เจ้าตัวจึงอธิบายเสริมว่าเพื่อนคนนั้นของเธอจะกลับบ้านตรงเวลาเฉพาะวันศุกร์ ส่วนวันจันทร์ถึงพฤหัสบดีเขาจะนั่งแหมะอยู่แถวอาคารเรียนกลางป่าจนห้าโมงครึ่ง ทำให้เขากลายเป็นพยานแวดล้อมในทั้งสองครั้งที่โยธินถูกทำร้ายร่างกาย
อา… ใช่ เหมือนโยธินเองก็พูดว่าดาวเหนือรู้เรื่องเขาถูกดักตี พอปลายฟ้าบอกว่าดาวเหนือไม่ใช่คนกลับบ้านตรงเวลาซึ่งผิดไปจากธรรมชาติของเด็กคลาส F ฉันคิดว่าคงถึงเวลาตัดเขาออกจากลิสต์คนน่าสงสัยแล้ว
ความจริงครูกาญจน์อาสาจะไปส่งฉันและปลายฟ้า แต่ฉันปฏิเสธเพราะเกรงใจ ส่วนปลายฟ้าตอบตกลงเพราะอยากประหยัดค่ารถ ครูกาญจน์บอกให้ปลายฟ้าออกไปรอ เธอขอเวลาเก็บของ ระหว่างนั้นฉันก็ยกเรื่องคำขอของฉันมาพูดต่อซึ่งเธอรับปากว่าจะพยายามทำให้
ตอนนี้ฉันยืนรอรถไฟฟ้าพลางคิดถึงสิ่งที่รู้มาจากปลายฟ้า วินาทีนั้น ตัวฉันแข็งทื่อไปหมด สามคนนั้นทำอะไรโย? ทำไมอาการเขาแย่ขนาดนั้น? ฉันมั่นใจว่ามันไม่ใช่การกระทำโดยพลการ พวกเกียร์เลือกก่อเหตุในวันที่โยเป็นเวรทำความสะอาดห้องและปักหยุดเรียน ราวกับจงใจเว้นช่วงจากการก่อเหตุครั้งที่แล้วมาเกือบเดือนเพื่อรอจังหวะนี้โดยเฉพาะ
ฉันคิดว่าจะหยิบมือถือขึ้นมาส่งข่าวให้เพื่อน ๆ ทว่ารถไฟฟ้ามาถึงเสียก่อน งั้นไว้ทีหลังก็แล้วกัน
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ