Battle Imperlien : มหากาพย์สงคราม 14,000 ล้านปีของเอกภพ/6 ตอน บุกถล่มกองทัพโซเวียตที่ยูเครน
ตอน บุกถล่มกองทัพโซเวียตที่ยูเครน
Main Story

6 ตอน บุกถล่มกองทัพโซเวียตที่ยูเครน

โดย PISZAJ - RAZKES0 ครั้ง

          ทางตอนใต้ของยูเครน รถถังไทเกอร์สองจำนวน 40 คัน ได้เคลื่อนพลฝ่าแนวตั้งรับของสหภาพโซเวียตเข้าสู่ยูเครนซึ่งเป็นฐานประกอบรถถังหลักของโซเวียต กองทหารกว่า 120,000 นายได้บุกล้อมยูเครนไว้หวังยึดฐานโรงงานประกอบรถถังให้ได้ และระหว่างนั้น เยอรมันได้ส่งไทเกอร์จำนวน 20 แพนเซอร์โฟร์ 60 คันขึ้นไปโจมตีมอสโกพร้อมกองทัพอากาศ และทหารกว่า 70,000 นายเข้าทำลายแนวป้องกันและป้อมปืนกว่า 10 เมือง และในระหว่างนั้น พลังงานผันแปรของควอนตัม ได้เปิดออกเหนือรถถัง T-34 ของสหภาพโซเวียต เมืองวีนีตเซีย ในยูเครน.... ก่อนที่ทหารโซเวียตทุกคนจะต้องหันไปมองพลังงานนั่นอย่างสนใจ

“นั่นอะไร...” ลมที่พัดแรงออกจากใจกลางจุดควอนตัม ได้หยุดลงอย่างกะทันหันแล้วดูดทุกอย่างเข้าไปอย่างรวดเร็ว

“แย่ละ วิ่งหาที่หลบ....!!” ทหารได้วิ่งถือปืนเข้าซอกตึกและอาคารที่ผุพังก่อนที่จะมีเสียงหวีดอย่างรุนแรง

[วี๊ด...พรึบ!!!] รถถังคันนั้น ป้อมปืนหายไปทั้งป้อม และปรากฏหญิงสาวชุดขาวผมดำดวงตาสีแดงถืออีเตอร์ยืนอยู่บนซากรถถังคันนั้นพลางก้มมองดูพลขับที่ยังติดอยู่ในรถที่มีซากศพคนขาดครึ่งตัวสองคนคาอยู่ข้างในนั้น 

“ไงจ๊ะ..?” 

[เต๊ง... เอียด!!!]

          เซเล่ได้ใช้ลิลิธ เจาะเนื้อเหล็กรถถังที่หนากว่า 200 มม. แล้วงัดเกราะของมันออกเหวี่ยงใส่รถถังอีกคันจนตีนตะขาบขาด เธอได้หย่อนลิลิธลงไปคล้องคอเสื้อพลขับแล้วยกขึ้นมาจากรถถัง คมของมันได้สะกิดผิวหนังบริเวณคอและไหล่จนเป็นแผลลึกซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบเพราะการดิ้นของเขา

“ถ้าแกไม่อยู่เฉยๆ ไหล่แกจะขาดเอานะ..”

          พลรถถังงงที่เธอพูด เพราะเธอพูดแต่ภาษาเยอรมัน ทำให้เขาไม่รู้จะเอ่ยปากอะไรออกไปเพราะคงไม่รู้เรื่องกันแน่ แต่เขาก็พยายามที่จะร้องขอชีวิตเธอด้วยภาษามือ... แต่สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เซเล่รู้สึกรำคาญจึงดีดนิ้วใส่หลังมือของเขาจนกระดูกหลุดจากข้อต่อทะลุผิวหนังออกมา

“อ๊าก...!! อะไรกันเนี่ย มือฉันๆ ... ใครก็ได้ช่วยที....” พลรถถังตะโกนร้องออกไป ทหารคนอื่นๆ ต่างพากันเล็งปืนใส่เซเล่ที่ยืนสูงบนรถถังที่ใช้อีเตอร์เกี่ยวคอเสื้อดึงขึ้นจนตัวพลขับลอยจากพื้น ซึ่งเขาเอามืออีกข้างอุดบาดแผลที่ฉีกฉกรรจ์เลือดไหลไม่ยอมหยุดไว้ "ให้ตายเถอะ ช่วยฉันที...."

[ปั้ง...!!!] 
เซเล่โดนปืนไรเฟิลซุ่มยิง ยิงทะลุแขนจนเธอต้องปล่อยพลขับลงนอนบนรถถังอย่างแรง ทำให้เขาร้องโอดโอยออกมาจากความเจ็บปวดที่ฝังลึกลงในกระดูก 

[ปั้ง..] รอบที่สองกระสุนที่พุ่งมาไกลกว่า 700 เมตรได้ตรงมายังใบหน้าของเธอ เธอได้เอียงคอหลบมัน แต่กระสุนได้เฉี่ยวลูกตาของเธอไปจนเยื่อบุฉีกขาดกระจาย... แต่อย่างนั้น เธอยังคงเอามือซ้ายตามจับลูกกระสุนไว้ได้

.... “กล้ามากนักนะแก.... แกกล้ามาที่ยิงฉัน.... อย่านึกว่าฉันไม่เห็นนะว่าแกอยู่ไหน...” 

“บ้าไปแล้ว... เอามือจับกระสุน...” พลซุ่มยิงค่อยๆ ถอนตัวออกจากแนวยิงหลังจากรู้ว่ายิงพลาด เขาพยายามเงียบหลบหลังต้นไม้ไว้ในนานที่สุดเพื่อไม่ให้เป้าหมายสงสัยว่ามีใครอยู่
“หลบไม่พ้นหรอกนะ หึๆ ๆ ...” เซเล่ได้ง้างอีเตอร์ในท่าเตรียมหวดไม้เบสบอลด้วยมือซ้ายมือเดียว และมือขวาของเธอได้โยนลูกกระสุนที่พลแม่นปืนยิงมาขึ้นฟ้าไปสองวิ...

 

“รีคอยน์เดอร์...!!” (Recoilder)

          พลซุ่มยิงเหล่ตาไปมองดูว่าผู้หญิงคนนั้นทำอะไรอยู่ แต่ไม่ทันขาดคำ เซเล่ได้เหวี่ยงปลายลิลิธกระทบกับลูกกระสุนปืนจนเปลี่ยนทรงเป็นเส้นยาวยืดออกตามแรงกระแทก พร้อมคลื่นอากาศที่แผ่กว้างออกจากจุดกระทบ สะเก็ดไฟที่กระจายตัวออกไปได้ทำให้เกิดเปลวเพลิงลุกในอากาศชั่วขณะเพราะเกิดพลังงานจลย์อย่างรุนแรงขึ้นภายในเวลาเสี้ยววินาที

[จิเชี่ยว...!!!!]

          แสงเลเซอร์สีแดงที่เกิดจากการเสียดสีของอากาศกับลูกกระสุนปืนที่ยืดยาวจากการเปลี่ยนแปลงที่เป็นเอฟเฟคของอาวุธ ซึ่งกระสุนนั้นมีความร้อนจากแรงเค้นที่กระทำกับมันกว่า 4,200 องศาเซลเซียสจนมันละลายเป็นของเหลว และพุ่งตรงไปยังซากอาคารที่ถูกทำลายลงจากสงครามจำนวนมาก ซึ่งมันมีกำแพงขวางทางแนวโจมตีเต็มไปหมด กระสุนนั้นมันทะลุแม้แต่เกราะรถถังที่หนาเตอะไปจนแหลกละเอียด

          กระสุนที่เร็วเกินพิกัดได้ทำให้เกิดแผลกระทบที่เล็กมากเหมือนรูเข็ม แต่ภายในเกราะนั้น ถูกแรงเค้นและความร้อนบดมันกว้างออกเป็นรูรูปกรวยขนาดใหญ่ทะลุเกราะอีกข้างจนรถถังเหมือนโดนสว่านยักษ์เจาะและระเบิดกระจุยกระจาย กระสุนได้พุ่งทะลุกำแพงดังสนั่นพร้อมคลื่นเปลวเพลิงมหาศาลจนพลแม่นปืนตื่นตัวแล้วเตรียมหันตัวหนี

“เชี่ยไรเนี่ย....!”

          ความเร็วของกระสุนปืนยังคงไม่ลดลง ภายในเวลาเพียง 0.2 วิ กระสุนก็ตกเข้าที่ขาของพลแม่นปืนจนขาขาดกระเด็นแล้วกระดูกขาแตกละเอียดถึงข้อเข่า เนื้อของเขาฉีกเละและเกิดรอยไหม้เกรียม พื้นที่โดนกระสุนกระทบเป็นหลุมรูปกรวยแหลมลึกและแดงร้อนฉ่า เศษหินและดินได้ระเบิดออกกระเด็นฝังเข้าเนื้อเขาจนปูดบวมไปหมด เขาตกใจกลัวสุดขีด หลังจากเขาได้รู้สึกตัว และมีสติอีกครั้ง ....

“ขาฉัน....ไม่นะ....” 

“แกยิงฉันตั้งสองครั้ง แต่ฉันยิงแค่ขาแกข้างเดียวเองตอนนี้...มันยังไม่ครบเลยนะ เหลืออีก 1 นัด ยิงส่วนไหนแกดีล่ะ...? ฮึๆ เอาแบบไม่ตายดีกว่ามั้ง แกจะได้อยู่แบบคนทรมานไปชั่วชีวิต ...ฮ่ะฮ่าๆ ๆ” ดวงตาของเซเล่ที่ฉีกขาดได้ก่อตัวเป็นเส้นเลเซอร์เล็กๆผสานตัวจนกลับมาเป็นปกติต่อหน้าเขา แขนที่มีรูกระสุนได้เล็กลงจนหายเป็นปกติ 

“ไหนๆ แกก็ยิงตาฉันไปข้างหนึ่งละ ฉันขอตาแกข้างหนึ่งด้วยละกัน.... หึๆ ๆ ๆ ...”

          เซเล่ได้เอาอีเตอร์ของเธอจ่อตาของเขาไว้ เขาพยายามร้องขอชีวิตแล้วบอกว่า “ฉันทำไปตามหน้าที่นะๆ .... ฉันจำเป็นต้องทำ... ขอร้องล่ะ ฉันสำนึกแล้วปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่ทำร้ายใครอีกแล้ว....” 

“ปากใครๆ ก็พูดได้วะ..! ว่าจะไม่ทำร้ายใคร ถามหน่อย.... ถ้าแกติดเชื้อไวรัสขึ้นมา แกจะยอมตายยอมแพร่เชื้อให้คนทั้งโลกตายตามแกไหม...??” เซเล่ก้มต้วลงมาถาม และยกอีเตอร์ออกไปไขว้หลังไว้



“.....” เขาเงียบกริบส่ายหน้าไม่ตอบเธอ

เธอจึงพูดว่า “... ฮ่าๆ ๆ ตรรกะป่วยๆ หวะ ถ้าแกไม่ทำร้ายใคร ใครที่ว่าสุดท้ายก็ทำร้ายแกอยู่ดีจริงไหม...? ฉันเองก็เป็นแบบนั้น ดังนั้น ลูกตาแกเนี่ย น่าจะเหมาะกับการแลกเปลี่ยนแล้ว..” 

เซเล่ได้เอาอีเตอร์จิ้มตาเขาแล้วดึงขึ้นมาจนเลือดแตกกระจายข้างหนึ่ง และอีกข้างกลับมีเลือดทะลักออกมาด้วยเหมือนกับมันถูกแรงกระทำบางอย่างเจาะลงไปด้วย


“อ๊าก.... ไม่นะ ไม่ โอ๊ย... โอย ตาฉัน ตาฉัน...! ปล่อย.. ฉัน ...ได้แล้ว .. ขอร้อง” เขาพยายามคลำหาทางที่จะหนี เพราะเขาเสียตาทั้งสองข้างไปแล้ว เขาได้เลื้อยคลานรากเลือดไป ซึ่งเซเล่ก็เดินตามเขาและมองดูเขาอย่างสบายใจ "ฮึๆ ๆ หึๆ ๆ จะไปได้ซักกี่น้ำนะ หึๆ ...."

“อ๊ะ... ลืมบอกไปนะ ลิลิธของฉันมันทำให้เจ็บเป็นหมื่นเท่าของบาดแผลที่ได้รับเลยนะ ใจไม่แข็งพอก็คงตายไปแล้ว ยอมรับๆ .. ... อ่อ..ใช่ๆ ตามที่ฉันว่า ฉันปล่อยแกไปดีกว่า.... มีชีวิตต่อให้ถึงที่สุดละกันนะ หึๆ ..” เซเล่ได้เอาลิลิธไปไขว้หลังแล้วเดินกลับหลังหันออกจากป่าไปยังซากอาคาร ซึ่งสุดท้าย พลแม่นปืนก็ถูกกระสุนปืนจากรถถังแพนเซอร์พุ่งเข้ามาจากไหนไม่รู้กระแทกเข้าที่พื้นดินระเบิดใส่ตัวเราจนกระเด็นจากพื้นไปกระแทกกับเศษเหล็กรถถังที่พังจนมันแทงทะลุท้องเขาขึ้นมา

“ชะ ช่วยด้วย....ช่วยฉันด้วย...” 

“ฉันปล่อยแกแล้วนิ...หึๆ นั่นคือที่สุดของชีวิตแกแล้วสินะ ห่วยแตกจริงๆ ...ช่วยไม่ได้หรอกนะ ฉันไม่ได้มีหน้าที่ช่วยแก..” เซเล่ได้เดินจากไปอย่างไม่สนใจไยดี ปล่อยให้เขาถูกเหล็กเสียบตายคาซากรถถัง ส่วนเธอก็เดินตรงเข้าปะทะกองทัพบกโซเวียตต่อทั้งที่ตัวเธอมีเลือดติดเต็มแขนและฝ่ามือ

          เซเล่ได้ปามีดบินตัดกำแพงปูนแล้วเดินฝ่าดงกระสุนไปยังรถถังอัตราจรของโซเวียต รถถังคุ้มกันได้ยิงปืนกลใส่เธอหลายนัดรวมถึงมีทหารระเบิดมือโยนมาใส่เธอด้วย

          เซเล่ได้เขวี้ยงลิลิธใส่รถถังจนระเบิดยับ ก่อนที่เธอจะเอามีดมาปัดสะท้อนกระสุนใส่ทหารราบที่ปาระเบิดใส่เธอจนปลิวราวกับถูกยิงด้วยลูกซอง เซเล่ได้ดีดนิ้วแยกชิ้นส่วนลูกระเบิดออกจนมันไม่ทำงานกลางอากาศ แล้วเปลี่ยนอนุภาคมูลฐานของมันก่อนรวบระเบิดที่ถูกแยกมาอัดเป็นแท่งสารระเบิด ซึ่งมันประกอบด้วย โพแทสเซียมไนเตรต คาร์บอน และกัมถัน เธอเปลี่ยนอนุภาคมูลฐานทั้งหมดด้วยระบบกลศาสตร์ควอนตัม จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปดึงอีเตอร์ลิลิธออกจากซากรถถังออกมาทั้งที่ไฟยังลุกท่วม และถีบมันจนไถลไปชนตึกที่มีพลซุ่มยิงอีกนายอยู่จนมันพังถล่มลงมาจากแรงกระแทก
 

“หึๆ.... รีคอยน์เดอร์”
 

เธอฉีกยิ้มเล็กๆแล้วใช้สารระเบิดอัดแท่งโยนขึ้นฟ้า ก่อนจะฟาดด้วยลิลิธของเธอจนมันพุ่งไปกระทบพื้นระเบิดอย่างรุนแรง

[ตึบปั๊ง....ตู้ม!!]

 

          รถถังและทหารฉีกขาดลอยกระเด็นกระดอนจากแรงระเบิดมหาศาล กำแพงปูนรอบๆ กระจุยกระจายไปกระทบกับทหารจนลำตัวฉีกขาด ไฟที่ลุกโชนสร้างควันโขมงปลิวไกลออกไปจนมองเห็นได้ชัด

เซเล่เริ่มเก็บกวาดกองทหารและรถถังไปเรื่อยๆ เธอวาร์ปไปมาและฆ่าทหารโดยไม่สนว่าใครจะอยู่ฝั่งไหน ทุกคนต่างงุนงงว่าเธอเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงต้องมาฆ่าพวกเขาแบบไม่สนใจฝั่งแบบนี้

“เธอเป็นมือที่สามหรือยังไง ไม่สิ...เธอมุ่งมาทางเรามากกว่า เหมือนเธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเกะกะเธอนะ....” 

 

“ที่สงสัยอะนะ ..... นั่นอะ คนแน่หรอ เร็วยังกับผี...! แว็บไปแว็บมาจนมองตามไม่ทันละ” 

“อย่าว่าแต่เร็วเลย เธอยังทำลายรถถังของเราเละแบบนั้นด้วย Pickaxe ขุดเจาะเนี่ยนะ....” 
“ก็นั่นนะสิ แต่พลังแยกชิ้นส่วนเหมือนแม่มดพวกนั้นมันอะไรกัน”

ทหารโซเวียตสองคนพากันหมอบส่องดูทหารและรถถังของพวกเขาที่ออกไปตั้งรับเยอรมันถูกทำลาย พลางแจ้งข่าวรายงานไปยังฐานทัพมอสโกว่าพวกเขาโดนเยอรมันบุก โดยมีผู้นำทัพเป็นผู้หญิงที่ใช้ Pickaxe เวทมนตร์? “.....รึเปล่าวะ...”

เทสเลอร์ แม่ทัพภาคที่ 4 ของโซเวียต ได้รับข่าวทั้งหมดจากหน่วยสอดแนม เขาได้หยิบปืนพกสีทองขึ้นมาดูสักพักก่อนจะเก็บมันเข้าซองและหยิบปืน STG-44 ขึ้นมา 

“มา... เราลองไปดูให้เห็นกับตาดีกว่า ว่าแม่มดนั่นเป็นใครกัน” 


สามชั่วโมงต่อมา

          กองทัพโซเวียตกว่า 40,000 นายถูกฆ่าตายด้วยของมีคม แต่บางศพ เหมือนชื้นส่วนอวัยวะภายในจะหายไปด้วย ซึ่งคนที่อวัยวะภายในหาย มักจะเป็นทหารระดับสูง เศษเลือดที่กระจายตามกำแพงและก้อนหินมันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวที่ลอยคลุ้งไปไกล กระดูกสดๆ ที่หลุดออกจากร่างกาย เส้นเลือด เอ็น กล้ามเนื้อ หลายพันศพนั่นถูกแยกชิ้นส่วนราวกับเข้าโรงเชือด “นี่มันอะไรกันเนี่ย.... สัตว์ป่าชัดๆ ...”

          หลังจากเทลเลอร์และกองทัพของเขามาพบกับความพินาศที่หาแม้แต่คนรอดชีวิตก็ไม่ได้ เขาก็สลดใจกับสิ่งที่เห็นอย่างมาก..... 
“นี่นะหรอ อำนาจเวทมนตร์ที่ว่า เหมือนปืนไฟฟ้าของเราเลยนะ... แต่นี่มันพลังทำลายมหาศาลเกินไปรึเปล่าล่ะ...”

          เทสเลอร์มองหารถถังที่น่าจะเหลือซักคัน แต่ก็ดันพบเพียงเศษเหล็กที่กระจัดกระจายตามพื้น และรถถังทีป้อมปืนหายไปคันหนึ่ง กับอีกคันที่ตีนตะขาบหลุด และถูกเกราะรถถังรุ่นเดียวกันตัดล้อขาดทะลุเข้าไปถึงตัวถัง...

เขาได้เอามือลูบดูรอยงัดซากรถถังที่ไร้ป้อม “รอยของมีคม.... เจาะได้ลึกขนาดนี้เลย...? เอ๊ะ...” 
ในขณะที่ทหารหลายคนเสียขวัญ เทสเลอร์สังเกตรอยคอป้อมปืนที่แหว่งหาย.... 

“รอยตัดโค้งนี่เรียบกว่าปั๊มเหล็กออกจากโรงงานอีก อะไรกันละนี่?” เทสเลอร์ได้ชโงกไปดูซากศพข้างในที่ตัวขาดครึ่งเรียบกริบก่อนที่จะสังเกตว่า ทหารของเขาถอยห่างจากตัวเขาออกไป...

“ทหารมีอะไรกัน...?” 
“ขะ...ข้างหลังท่าน....! มีคนอื่นอยู่” 
เทสเลอร์หันขวับไปเห็นเด็กผู้หญิงนั่งย่างเนื้ออยู่ข้างรถถังที่ตีนตะขาบขาด
ไม่ช้า เขาได้เดินเข้าไปใกล้ๆ พร้อมเอ่ยว่า “นี่หนู... มาทำอะไรที่นี่น่ะ...? หนูมาจากไหน?” 

เทสเลอร์เดินใกล้เข้าไป เขาเห็นศพทหารโดนชำแหละวางบนมีดที่หน้าตาแปลกประหลาดสีแดงเลือด เขาจึงเอามือข้างหนึ่งจับปืนพกไว้อย่างระมัดระวัง

          เด็กผู้หญิงนั้นได้พูดเป็นภาษาเยอรมันออกมา ซึ่งเทสเลอร์ก็ฟังรู้เรื่องอยู่หรอก แต่เสียงของเด็กคนนี้ชวนหลอนแปลกๆ “มานั่งกินด้วยกันก่อนสิคะ ฉันชอบเนื้อมนุษย์...มันหอมมากเลยนะ.....” 

ทหารหลายคนวิ่งแจ้นหนีเพราะคิดว่าเธอคือภูตผีปีศาจที่ตายจากสงคราม แต่บางคนก็ยังคงยืนรอคำสั่งจากเทสเลอร์อย่างระมัดระวัง

“ไม่เป็นไรหรอกหนู พี่ยังไม่หิว กลับบ้านกันเถอะ....” เทสเลอร์ตอบเป็นภาษาเยอรมันกลับไป
แต่เด็กคนนั้นได้ตอบมาว่า “ไม่เอาค่ะ ฉันยังอยากนั่งดูวิวสวยๆ ตรงนี้....” 
“กลับเถอะนะ นี่จะมืดแล้วนะ หนูชื่ออะไร...?” เทสเลอร์เอ่ยพร้อมยื่นมือไปหาเธอย่างช้าๆ และเอามือออกจากปืนพกของเขา

          เธอได้หยิบเนื้อย่างชิ้นโตใส่มือให้เขาแล้วตอบว่า “ฉันชื่อเซเล่ค่ะ ฉันชอบวิวแบบนี้มากเลยนะ และคุณคือใครหรอคะ?”

“ฉันเทสเลอร์ เป็นทหารคอยดูแลประเทศนี้ ก็ไม่แปลกหรอกนะที่ฉันจะต้องมาเดินสำรวจแถวนี้ ว่าไหม ฉันนั่งเป็นเพื่อนก็ได้ แต่อย่ามืดนักล่ะ” 

“ค่ะ เดี๋ยวฉันก็คงไปแล้ว” เซเล่ตอบ
“ไปไหนหรอ...?” 
“ไปจากที่นี่......” 

เพียงเสี้ยววินาทีที่เทสเลอร์หลับตา เด็กคนนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย...

“ไปไหนละ??” 

“ท่านครับ.... ตอนนี้ที่มอสโก.... มีการโจมตีเกิดขึ้น ขอให้นำทหารกลับด่วน...” ทหารสื่อสารมารายงานเทสเลอร์
“พวกเราถอนกำลัง....แล้วไปตั้งมั่นที่มอสโก อย่าให้ข้าศึกเข้าไปได้” 

“แล้วเนื้อนี่ล่ะ..... จะให้กินมนุษย์จริงๆ หรอ. แต่ถ้าเธอให้คงต้องรับไว้....

ว่าแล้วเขาก็ลองกินมันดูนิดหนึ่ง ปรากฏว่ามันก็อร่อยอย่างเธอว่านั่นละ.....! 
“พิลึกดีแฮะ.”
 

ความคิดเห็น

0 คอมเมนต์

เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้

ไปหน้าเข้าสู่ระบบ
ยังไม่มีคอมเมนต์ เป็นคนแรกที่เริ่มคุยได้เลย