ตอน เธอมันแม่มด
Main Story

7 ตอน เธอมันแม่มด

โดย PISZAJ - RAZKES0 ครั้ง

          หลังจากช่วงค่ำผ่านพ้นไป คืนเดือนมืด มอสโกถูกปืนใหญ่ไม่ทราบชนิดยิงถล่มเมือง กำแพงแนวเมืองขนาดใหญ่ทะลุเป็นรูโหว่อย่างที่ไม่มีใครเข้าใจได้ เหล่าพลตรวจการณ์ส่องกล้องหากองทัพใดๆ ก็ไม่มีใครพบ จนรายงานแจ้งมาว่า ... “ถ้าเดาไม่ผิด แม่มดที่โจมตีกองทัพเราในยูเครนสินะ” 

ไม่นานนัก ก็มีเด็กผู้หญิงมายืนข้างๆ พวกเขาแล้วพูดว่า “นี่ ขอโทษนะคะ เมื่อกี้พูดถึงใครหรอคะ” 

          ผู้หญิงคนนี้แต่งตัวเหมือนเจ้าหญิงของเมืองใดเมืองหนึ่งในยุโรปแต่น่าแปลกใจมากที่เธอจะมาอยู่ตรงนี้
ทหารที่ยังมึนๆ งงๆ กับเธอ จนไม่ทันได้ตอบคำถาม เธอก็ลั่นปืนลูกซองโมเดล 1942 ใส่เขาในระยะเผาขนจนปอดฉีกขาด ซี่โครงแหลกกระจุยจากแรงกระแทกของลูกปราย

“เอ๊ะ ฉันทำอะไรไปหรอ?”

          ทหารอีกคนสะดุ้งชักปืน M-140 Blzn (บลันซ์ M-140) ขึ้นมายิงเธอหลังจากอีกคนกลายเป็นศพเละ ขณะกำลังยิงออกมา เธอได้หมุนตัวดีดนิ้วกระทบกับลูกกระสุนปืนจนมันย้อนกลับเข้าปากกระบอกอย่างรวดเร็ว


[ตึ้ม....]

          ภาพสโลว์โมชั่นได้แสดงให้เห็นชิ้นส่วนปืนที่แหกออกจากกันเพราะแรงปะทะของกระสุนย้อนกลับที่รุนแรงมหาศาลจนทะลุพานท้ายออกไปครูดแขนขวาจนแผลเหวอะเป็นรอบกระสุนยาวทั่วแขน เส้นเอ็นที่ข้อศอกได้ฉีกหลุดออกจากกระดูกห้อยลงมาอย่างเห็นได้ชัด

"อ๊ากกกกก.....!!! " เขากรีดร้องลั่นพื้นที่รัศมี 700 เมตร จนทหารคนอื่นสงสัยและหันมามอง "เกิดอะไรขึ้นกับหมอนั่นหนะ..? เด็กนั่นมาจากไหน.."

          แล้วเธอก็หันปืนที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนจากลูกซองกลายเป็นปืนสีเงินที่ไม่เห็นลำกล้องกลมๆ เหมือนก่อน เธอดึงแขนเขาที่มีแผลเหวอะเข้ามาใกล้ๆ และจ่อปืนกลางอกยิงทันที
[จิเชี่ยว...!]

          แสงสีแดงพุ่งทะลุหลังไกลออกไปบนท้องฟ้าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของทหารคนนั้นเบิกกว้าง เขาตัวลอยขึ้นฟ้าและหมดลมหายใจอย่างรวดเร็ว

“อ่าว ปืนลั่น...!”

          ทหารคนนั้นหัวใจหลุดลอยออกข้างหลังโดยสภาพบี้จนช้ำเลือดจากกระสุนไม่ทราบประเภท หลอดลมของเขาฉีกขาด และกระดูกสันหลังและซี่โครงแตกละเอียดทะลุออกหลังจนหมด ทหารคนนั้นตายทันที่โดยที่แผลที่หน้าอกเท่ารูเข็ม แต่แผ่นหลังเขาหายไปครึ่งหนึ่งจนเห็นอวัยวะที่ป่นปี้ข้างใน

“เห.....ปืนกระสุนเยอะดี ฉันขอยืมหน่อยนะ” เด็กผู้หญิงเอียงคอมองดูปืนที่มือเขาแล้วเลียนแบบปืนนั้น ก่อนที่เธอจะเดินเข้าเมืองไปพร้อมกับลากปืน Blzn เวอรชั่นก๊อบปี้ประสิทธิภาพเกรด S ดีกว่าของเดิม 500 เท่า แถมแม็กยาวเป็นเมตร ไปตามพื้นจนก่อให้เกิดเสียงเหล็กลากพื้นคอนกรีตดังใกล้พวกเขาเข้ามาอย่าน่าหวาดผวา

 

          (ปืนกระบอกนั้น คือปีกข้างซ้ายของเซเล่ เป็นอาวุธควบคุมความตายที่สูญเสียความสามารถในการควบคุมระดับความตายไปครึ่งหนึ่ง เนื่องจากครั้งอดีตเอกภพไนโครไตร์ อาวุธนี้ถูกทำลายจนหักครึ่งจากแรงระเบิดของเอกภพ มีชื่อว่า Tyrcasxal - ไตรคัสซาล สร้างขึ้นโดยเดมอร์เพื่อทำลายอมตะพันธะ หรือควบคุมอายุเงื่อนไขแบบใดๆ รวมถึงอายุของเอกภพ แต่ปัจจุบันที่อยู่กับเธอมีความสามารถแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น...)
 

          หลังจากเซเล่ได้เดินเข้าเมืองไป ห่ากระสุนควอนตัมที่ยิงมาก็ได้สงบลง ผู้คนสูญหายและบาดเจ็บมากมายหลายพันคนจากการพังถล่มของอาคารที่สร้างจากอิฐ ทางเทสเลอร์ได้เดินทางตามกลับมาถึงให้หลัง 10 ชั่วโมง เขาก็พบแต่ความเงียบอีกครั้ง เทสเลอร์ได้ทรุดตัวลงนั่งมองเมืองที่ถูกทำลายลงหลังจากค่ำคืนนั้นผ่านไป ก่อนที่เขาจะแหงนมองยอดอาคารจัสตุรัสแดง ซึ่งมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนนั้น เธอได้ยิ้มกว้างมองลงมาด้วยสายตาสีเลือด ก่อนจะเอ่ยว่า “กินไปแล้วสินะ... หึๆ หึๆ ๆ ฮ่าๆ ๆ ๆ ....”

          เสียงหัวเราะที่ดังสนั่นจนอีกาได้บินหนีจากอาคารรอบๆ เธอได้เขวี้ยงอีเตอร์ของเธอลงมาปักตรงหน้าเทสเลอร์จนเขาต้องตกตะลึงกับมัน
เด็กคนนั้นได้หายตัวจากบนอาคารลงมายืนบนด้ามอีเตอร์ของเธอแล้วเอ่ยว่า “เป็นไงบ้างล่ะ เนื้อที่ฉันให้กินอร่อยดีไหม..? .” 

“เซเล่ แม่มดคนนั้นเป็นเธอเองหรอ เธอฆ่าพวกเขาหรอ ทั้งหมดที่ฉันเห็นเธอทำงั้นหรอ....!!?” เทสเลอร์ถามเซเล่ด้วยความคับแค้นใจ

“ใช่ๆ ช่าย .... แล้วยัง ไง!!! แกมีปัญหาอะไรรึ?! ทำไมแกไม่เอาปืนยิงฉันตั้งแต่ฉันอยู่ที่ยูเครนหละ ฮึๆ หึๆ ๆ ฮ่าๆ ๆ” เซเล่เลียมีดที่คาวเลือดพร้อมหัวเราะ 

ด้วยความโกรธแค้นของเทสเลอร์ที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เทสเลอร์ได้คว้าปืนพกสีทองของเขาขึ้นมายิงใส่เซเล่ทันที 

“โยเนียร์...!!!” 

[เปรี้ยงง!!!!!!!]

          กระสุนปืนที่เร็วฟ้าผ่าขนาด 10.5 มม. ได้ยิงตรงไปยังตัวของเซเล่ด้วยความเร็ว 72 มัค เทสเลอร์ได้ปลิวถอยหลังไปยังกองทหารของเขาด้วยแรงถีบมหาศาล แขนของเขาแทบหักจากแรงดีดของปืน ลูกกระสุนที่พุ่งไปได้ปรากฏแรงลมและสายฟ้าสีทองมากมายฟาดไปตามอากาศ เซเล่ขมวดคิ้วอ่านค่าความเร็วกระสุนอย่างรวดเร็วไม่ถึงวิ เมื่อได้ผลลัพธ์ของความเร็วแล้ว เธอจึงใช้เท้าขวากระทืบด้ามอีเตอร์จนดีดตัวขึ้นมากระทบกับกระสุน

ภาพสโลวโมชั่น 100 เท่าแสดงภาพตกกระทบจากช้าๆ แล้วถูกดีดกลับด้วยความเร็วสูงอย่างกะทันหันจนพลังงานต่างๆ และความร้อน กระจายตัวออกมาอย่างรุนแรง 

[ติฟ้าววว.....!! ครืน]

          แรงสะท้อนทำให้ไฟฟ้าจากกระสุนระเบิดอย่างรุนแรงจนไฟฟ้าทั้งเมืองดับบอดสนิท กระสุนที่พุ่งมาด้วยความเร็ว 72 มัคถูกดีดกลับด้วยความเร็ว 360 ล้านมัคในเวลาเดียวกันโดยที่เซเล่ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย!!!!!

          ด้วยความโชคดีที่เทลเลอร์ล้มลงจากแรงถีบของปืน ทำให้โดนแค่แรงลมร้อนของกระสุนเฉี่ยวหน้าผากเขาไปเล็กน้อยจนเป็นรอยไหม้ เพราะมันร้อนยิ่งกว่า 500,000 องศาเซลเซียส แม้ว่ามุมตกกระทบจะเอียงขึ้น 25 องศา แต่อากาศที่เสียดสีก็มีการคายความร้อนกระจายออกมาจนอากาศไฟลุกเป็นรัศมีกว้างตามแนวกระสุน มันพุ่งทะลุทุกอย่างในแนวกระสุนจนกระจัดกระจายจากความเร็วขนาดนั้น แม้แต่ภูเขาทางทิศตะวันตก มันยังทะลุไปได้ ทหารของเทสเลอร์บางส่วน หัวขาดจนถึงราวอกจากแรงปะทะของอากาศและลูกกระสุน ทุกคนก้มหมอบทันทีหลังจากทุกอย่างสงบในชั่วพริบตา

          (โยเนียร์ - Mjolnir เป็นปืนไฟฟ้าที่ได้รับการแปรรูปจากค้อนสายฟ้ามาเป็นปืนพกบนดาวไพโอนิค มีอานุภาพในการทำลายล้างสูงมาก ซึ่งเดิมเป็นอาวุธของธอร์ อดีตผู้ควบคุมไฟฟ้าในเอกภพอื่นที่มีชื่อว่าแอสการ์ด แต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มีการขุดพบปืนทองกระบอกนี้ที่แนวชายฝั่งนอร์เวย์ ถึงในช่วงนั้นจะไม่ทราบที่มา แต่ส่วนมากมักใช้ในอดีตราชพิธีของรัสเซียจนมีการปฏิวัติเป็นสหภาพโซเวียต......) 

“อืมๆ ..... เพิ่งเคยเจอเลยนะของอะไรแบบนี้ ถ้าฉันไม่สร้างลิลิธขึ้นมา ฉันอาจจะต้องเจ็บตัวแน่ๆ เลยละมั้งแบบนี้ .... ยอมรับในความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของแกจริงๆ” 

“โย.... เนียร์....”
[เปรี้ยง...!!!]

          ฟ้าผ่าอีกครั้ง แต่เซเล่หลบเร็วมาก และไม่ฟาดลิลิธของเธอใส่กระสุนไฟฟ้านั่น เธอหันมามองดูเทสเลอร์ที่ไม่มีแรงยกปืนอีกแล้วเพราะแขนเขาชาจากแรงกระแทกของปืนโยเนียร์ทั้งสองข้าง และบาดเจ็บจากแรงกระแทกอากาศร้อนของเซเล่

          เซเล่เอ่ยว่า “...... ....... .....นี่แก.... สภาพแบบนี้ ยังจะดื้อดึงจะฆ่าฉันให้ได้ ..... ฉันยอมแล้วก็ได้........ น่าสนใจๆ สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่ปืนของแก แต่เป็นหัวใจของแกเลย ถ้าฉันเป็นคนธรรมดา ฉันคงตายไปแล้วสองครั้งจากความพยายามของแกเพื่อความยุติธรรม ใช่ไหมล่ะ......

     อ่อ ขอบคุณนะที่ยอมรับฉันเป็นเพื่อน และอยู่ดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันเมื่อวาน..... และนี่คือคำขอบคุณแรกของฉัน ฮึหึๆ ๆ ... ตลกเป็นบ้าเลยว่าไหม? .... เนื้อที่ฉันให้แกกินเป็นแค่เนื้อแพะ เป็นแค่บททดสอบความมีจริยธรรมของแกเอง และนี่เป็นบททดสอบความมุ่งมั่น แกจะเป็นคนแรกที่มีชีวิตรอดไปอย่างปกติ .... ก่อนอื่น ขอถามแกก่อน ว่าแกอยากได้อะไร.....?” เซเล่ยื่นหน้ามาถามเทสเลอร์ แล้วหมุนอีเตอร์ของเธอไปไขว้หลังไว้

“ฉันต้องการพวกเขากลับมา...... แบบปกติ.... เธอไม่มีทางทำได้หรอก เพราะเธอฆ่าพวกเขาไปหมดแล้ว....!!!” เทสเลอร์เอ่ย
“แล้วถ้าฉันพาพวกเขากลับมาได้ล่ะ แกจะยอมยกโทษให้ฉันรึเปล่า?” เซเล่ถาม

“เธอทำแบบนั้นได้ด้วยหรอ....?” เทสเลอร์ล้มตัวนอนแหงนหน้ามองฟ้าแล้วเอ่ย
“ฉันทำได้มากกว่านั้นหลายเท่า....แกจะเอาแบบไหน?” เซเล่ถาม
“ฉันไม่ขออะไรมาก .... ขอให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตปกติ และจบสงครามนองเลือดนี้สักที....” 

“ถึงจะไม่มากสำหรับฉัน.... แต่สิ่งเหล่านั้นบางทีก็เกินคนธรรมดาคนเดียวทำได้อยู่หรอกนะ ถึงอย่างนั้น....หลังจากฉันให้ชีวิตกับทุกคนแล้ว ฉันก็คงต้องกำจัดคนอีกคนแทนเพื่อให้คำว่าสงครามในครั้งนี้มันจบจริงๆ ละกัน......” เซเล่เอ่ย

“ใครงั้นหรอ....?”

“ฮิตเลอร์ ..... มันอยากให้ฉันเป็นอาวุธฆ่าพวกแก และก็มันทำให้ประเทศที่ฉันเคยรักต้องตกอยู่ในสภาวะสงคราม ฉันอาจจะแวะไปอเมริกาซักหน่อย มีพวกบ้าอำนาจอยู่ที่นั้นเยอะดีเหมือนกันนี่ ฮ่าๆๆ...... โอเค..ก่อนฉันจะไป นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะให้ ......” 

“อะไร...?”

          เซเล่ได้มอบลิลิธให้กับเทสเลอร์แล้วพูดต่อว่า “หึๆ ... เอาล่ะ ถึงฉันจะไม่กลับมาก็ตามที แต่อย่างน้อย นี่อาจเป็นสิ่งเดียว ที่จะทำให้พวกแกมีวิทยาการใหม่ๆ ในสงครามครั้งหน้า รวมถึงมันอาจจะทำให้แกมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อรอฉันกลับมา หรืออย่างเลวร้ายมีภัยครั้งใหญ่ ให้ใช้มันเรียกหาฉัน ถึงฉันจะไม่ได้เป็นคนใจดีสักเท่าไร แต่ว่า ตอนนี้ไม่มีใครที่นี่ตายแล้วนะ...แกเองก็ห้ามตายจนกว่าฉันจะกลับมา” 

“เห้ พวก พวกนายยังไม่ตาย...!! ฉันฝันไปรึเปล่าเนี่ย หรือผีหลอก” 
“อะไรกันๆ ฉันก็เพิ่งตายสนิทไปเมื่อกี้จริงๆ นะ แต่เดี๋ยวนะ ...ท่านเทสเลอร์ เอ่อ....?”

          ทหารที่เคยคอขาดตายหลายคนจากกระสุนปืนโยเนียร์ได้กลับมามีชีวิตปกติอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นแบบนั้นไปได้
"บาดแผลของแกฉันรักษาให้ละ ลุกขึ้นมาซะ" เทสเลอร์ได้ลุกขึ้นยืนตามที่เซเล่บอก


“นี่... เซเล่ ฉันขอตั้งชื่อให้มันว่าคีรอสได้ไหม ลิลิธดูไม่เป็นมงคลกับประเทศเราเท่าไหร่เลย...” เทสเลอร์เอ่ยพลางยกอีเตอร์ของเธอขึ้นมาดู

“ฮะฮ่าๆ ๆ ...อืมๆ เข้าใจแล้ว ชื่อเพราะดี ใช้ได้นี่.... ฝากมันไว้กับแกด้วยหละ ไม่ใช่ให้แกเอาไปขุดทองหาเพชรนะ และก็ห้ามทำหายเด็ดขาด ... ไม่งั้นฉันจะฆ่าแกเองนะเทสเลอร์....ฉันต้องไปละ...” เซเล่ได้หัวเราะแล้วเทเลพอร์ตหายไปอย่างเงียบๆ 

          เทสเลอร์ได้ยืนมองท้องฟ้าที่กำลังสว่างในตอนเช้า “เสียดายที่เราไม่ได้ดูวิวที่มีชีวิตแบบนี้ด้วยกันบ้างเนอะ ฉันยังหลอนกับเมื่อวานไม่หายเลย.... แต่ก็ดีแล้วที่ทุกอย่างมันเป็นปกติ ฉันชักจะชอบเธอซะแล้วสิ เซเล่...! เออ แต่เธอมีอายุเท่าไรแล้วล่ะ” 

“..... ระวังศพไม่สวยนะจ๊ะเทสเลอร์!! ฮ่าๆ ๆ ๆ ฮะฮ่าๆ ๆ” เสียงแว่วของเซเล่ในหัวของเทสเลอร์ ทำให้เขาหลอนอย่างบอกไม่ถูกจนเอ่ยปากออกมาว่า “เสียงของเธอมันติดหูจริงๆ ... หลอนได้ที่เลย .. เอาล่ะ ฉันขอยืมมันหน่อยนะ เซเล่...”

          ในขณะเดียวกันที่ญี่ปุ่น กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ยกพลยึดเอเชียยาวไปจนถึงฮาวาย อเมริกากำลังขวัญเสียในการรับมือกองทัพทั้งสองฝ่าย เซเล่ เริ่มบุกเดี่ยวไปยังประเทศในเครือสัมพันธมิตร ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สวีเดน และหลังจากเธอฆ่าทหารชั้นบังคับบัญชาตายเรียบอย่างสยอง เธอก็มุ่งตรงเทเลพอร์ตข้ามทะเลไปยังอเมริกา หลังจากเธอรู้ว่า อังกฤษและอเมริกา มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง เธอบุกโจมตีฟลอริดา ซึ่งเป็นฐานทัพใหญ่ และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีของ UGD ทำให้เธอ ได้พบกับนักดาบคนหนึ่ง ซึ่งใช้อาวุธดาบล่องหนในการถ่วงเวลาเธอให้ทางกองทัพหนีไปได้

          เนออส เครานิคอน บิดาของดิสโคเวอร์ ผู้ก่อตั้ง UGD ได้ใช้ดาบล่องหนเข้าฟาดฟันกับเธอ ซึ่งสุดท้าย เขาก็สามารถต้านทานเธอไว้ได้ แม้ว่าเขาจะเฉียดตายก่อนจะมีคนมาช่วยเขาไว้ทันก็ตาม เนออสได้พยายามป้องกันมีดบินที่พุ่งเข้ามาในขณะที่พลแม่นปืนของ UGD ยิงหัวของเซเล่ไปเต็มๆ 

[เตี้ยว...!!] 
“ทะ เธอเป็นใครกัน...ทำไมเธอยังขยับได้ล่ะ..?” 

"เอเลี่ยน.... หรือเธอเป็นเอเลี่ยน...." เนออสรีบวิ่งหนีหลังจากรู้ว่าเขากำลังสู้กับสิ่งที่ไม่รู้จักเข้า ในขณะเดียวกัน พลแม่นปืนคนนั้น กล้องสโคปปักคาตาไปเรียบร้อยจากพลังงานบางอย่างจนเขาตายสนิท

“แย่จังเลยแฮะ ไม่มีลิลิธ ไม่สนุกเท่าไรเลย เอ๋.. คีรอสสินะ เจ้านั้นเรียกแบบนั้นนี่หน่า หึๆ ๆ .... การต่อสู้เมื่อกี้กับนักดาบนั่นน่าสนใจดี น่าสนใจ น่าสนใจมากๆ ดาบที่มองไม่เห็นงั้นหรอ... ลุ้นดีนะ แต่ฉันอ่านพลังงานของมันออกหมดแหละ อย่าคิดว่าฉันจะมองไม่เห็นมัน ฉันเริ่มสนุกละสิ ฮึหึฮึ้... ฮ่าๆ ๆ ๆ .....!”

 

sds

 

ความคิดเห็น

0 คอมเมนต์

เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้

ไปหน้าเข้าสู่ระบบ
ยังไม่มีคอมเมนต์ เป็นคนแรกที่เริ่มคุยได้เลย