
หลังจากเซเล่หายไปจากแผ่นดินยุโรปอย่างรวดเร็ว เธอก็ได้บุกเข้าโจมตีฐานทัพฟลอริดา บนแผ่นดินอเมริกาเพียงคนเดียว เธอกลายเป็นดังนกน้อยที่บุกเข้ารังมดคันไฟแล้วจิกกัดมดจนหมดสิ้น มีการต่อสู้กับทหารเวรของกองทัพ UGD อย่างมากมายตั้งแต่หน้าด่านไปจนถึงคลังสรรพาวุธ ทหาร UGD ส่วนใหญ่ถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ จนหน่วยทหารที่เหลือเกรงกลัวและต่างพากันวิ่งถอยหนีกับพลังอำนาจที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ทั้งกระสุนควอนตัม มีดบินที่ทำลายเส้นประสาท มันดูอธิบายไม่ได้เลยในยุคนั้น แต่.... เธออาจจะรู้สึกว่าทหารที่นี่ดูแข็งแกร่งกว่าตอนที่ปะทะกันบนหาดนอร์มังดีอยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งเธอดันต้องต่อสู้กับนายพลแนวหน้าที่มีอาวุธเทคโนโลยีสูงอย่างดาบ Invisible Lighter ที่ถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นมานานในตระกูลเครานิคอน ซึ่งมันยากมากสำหรับเธอเพราะเธอไม่ได้พกลิลิธมาด้วยเหมือนก่อนแล้ว ดาบเล่มนี้มันเป็นเหมือนอาวุธที่ไม่มีทางเป็นไปได้ในการสร้างขึ้นในยุคนั้น เพราะเทคโนโลยีดาบล่องหนเล่มนี้ มันเกินเลยระดับที่จะเข้าใจได้ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง มั่นใจได้ว่า มันไม่ใช่อาวุธของมนุษย์ ซึ่งอาจมาจากที่อื่นหรือต่างดาวก็เป็นได้
และหลังจากการต่อสู้ยืดเยื้อพอที่กองกำลังส่วนใหญ่ จะถอนตัวจากฟลอริดาจนหมด กองทัพ UGD เสียกำลังพลอย่างไม่ทันตั้งตัวกว่า 40% เป็นจำนวนคนราว 1200 คน และที่เหลือได้ถอนกำลังไปพร้อมกับกองทหารม้า และกองบินพิเศษของฟลอริดาเรียบร้อยแล้ว
กระทรวงกลาโหมสหรัฐ อาคารแพนตากอน 17 ธันวาคม ปีคริสต์ศักราช 1944
“รายงานครับท่านรัฐมนตรี ตอนนี้ฟลอริดาเราถูกยึดไปแล้ว คาดว่าต่อไปคงต้องตรงเข้ามายังวอชิงตันแน่ๆ”
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ได้อ่านรายงานทั้งหมดก่อนจะสงสัยว่า ผู้หญิงที่บุกเข้ามามันใช้อาวุธแปลกๆ งั้นหรอ..”
“อย่าบอกนะว่า ที่เราบุกเข้าโจมตีเยอรมันไม่ได้เพราะเธอคนนี้....” รัฐมนตรีเอ่ย
“ใช่เลยครับ เธอคนนี้บุกเข้ามาทำลายกองทัพเรือของพวกเราจนเกือบหมด โดยที่เธอออกมาตั้งรับพวกเราแค่คนเดียว...” ทหารรายงาน
“หนึ่งต่อสองแสน....หนึ่งต่อกำลังรถถัง เรือรบเครื่องบิน และในการรบนั้น พวกเราทำอะไรไม่ได้ และไปตายเปล่านับแสนคน เสียพาหนะสงครามอีกเป็นหมื่น สูญเงินเปล่าหลายร้อยล้านดอลลาร์โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย....แถมฝรั่งเศส อังกฤษก็รายงานมาว่า ทหารชั้นนายพลของพวกเขาโดนกำจัดหมดแล้วไม่มีกำลังรบต่อได้อีก ถ้าเราจะต้องตายหมดเพราะเธอที่นี่ มีหวัง ญี่ปุ่นต้องบุกเข้ายึดประเทศเราได้แน่เลยครับท่าน.....” นายพลรายงาน
“อืม.... ไปเตรียมระเบิดนิวเคลียร์ ตอนนี้เราต้องเร่งจัดการญี่ปุ่นก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะมาถึงที่นี่...!!! เอาล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ ส่งกองทัพส่วนหนึ่งไปตั้งรับเธอไว้ด้วย และเดี๋ยวเนออส กับ รีเวลจะนำทัพให้....”
“ครับ” นายทหารตอบรับแล้วเร่งออกไปทันที
รีเวล ดีซี. เนสซิส (Ryvel D.C. Nessys) เป็นผู้ที่ใช้อาวุธดาบแสงที่เป็นไปไม่ได้ในยุคนั้น ดังนั้น อาวุธเหล่านี้นั้น มันได้จากการเก็บกู้ซากยานบินต่างดาวในรัฐเนวดาเมื่อปี 1939 เดิมจึงไม่ใช่ของที่สร้างขึ้นบนโลกแน่นอน โดยยุคนั้นยังคงเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวไม่มีจริง แต่ในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ของเนวดา พวกเขาเชื่อว่ามีจริง เพราะพวกเขาพบกับยานประหลาดที่ตกบนโลกในตอนนั้น ซึ่งดาบแสงเล่มนั่นคือ ซีเมฆาล (Cridical) หรือดาบเทพมรณะสงครามของราห์นั่นเอง มันถูกเก็บมาจากยานลำนั้น หลังจากการศึกษาเทคโนโลยีมานาน พวกเขาก็เริ่มมีการสร้างอาวุธกัมมันตรังสีขึ้นมาในรูปของระเบิดนิวเคลียร์นั่นเอง
เนออสกับรีเวล ได้ขึ้นยานเกราะลำเลียงทางบกตรงไปยังฟลอริดา แต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง รถหุ้มเกราะของเขาก็ถูกแบ่งเป็นสองข้างอย่างกะทันหัน....!!!
“ไงจ๊ะ เจอกันอีกแล้วนะ!” เซเล่ยืนควงมีดเหนือรถหุ้มเกราะที่ขาดครึ่ง พวกเขาหันไปมองดูรถถังคันอื่นๆ ที่วิ่งมาด้วยกัน แต่กลับเห็นเพียงซากรถถังที่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ราวกับเนื้อบนเขียง ไม่มีเสียงตอบรับของคนที่เหลือรอดเลยสักนิด
“มองหาอะไรหรอ...?? แถวนี้ไม่เหลือใครแล้วนอกจากฉัน ฉันเห็นพวกแกมีฝีมือเลยอยากลองฟาดฟันกันดูหน่อย ..... แต่ก็นะ ฮ่าๆ ๆ ยังไง แกก็คงไม่น่ารอดพ้นคืนวันนี้ได้หรอ ฮึหึ... ฮ่าๆ ๆ ๆ ...”
“ร้ายกาจจริงๆ เธอฆ่าทหารของพวกเราและทำลายยานเกราะทั้งหมดโดยไม่เกิดเสียงได้ยังไง” รีเวลสงสัย เธอได้ชักดาบออกมาภายใต้ซากรถหุ้มเกราะที่ขาดครึ่งจากหน้ารถไปถึงหลังรถ เนออสได้ลุกขึ้นมาพร้อมกับอาวุธดาบที่มองไม่เห็นของเขา “ฉันจะหยุดแกให้ได้...!!”
“พูดมันง่ายนี่ ก่อนหน้านั้นแกก็สู้เอาเป็นเอาตายกับฉัน ถ้าไม่มีมือที่สามเอาปืนมายิงฉันตอนนั้น แกคงดับอนาถไปแล้ว ไอ้หัวทอง...!!” เซเล่เอามือไปไขว้หลังแล้วก้มลงมามองพวกเขาด้วยสายตาที่หยิ่งผยองยิ่งนัก
“แกมันก็เป็นแค่ของเล่นที่น่าเล่นนิดหน่อยเท่านั้นล่ะ...!!” เซเล่ปามีดลงไปหาเนออส เขาได้ตวัดดาบปัดมีดจนเปลี่ยนทิศทาง ซึ่งมันเหมือนถูกบังคับให้เคลื่อนตัวไปหารีเวล ซึ่งเธอตัดสินใจหมุนดาบมากันไว้ได้
“จะฆ่ากันรึไงเนออส ถึงทำแบบนี้??” รีเวลถามเนออส
“ฉันเปล่านะ ..... เธอไม่คิดว่าการปัดของฉันกับทิศทางมีดบินมันแปลกบ้างหรอ??? เนออสตอบรีเวล
“มันควรไปทางโน้นมากกว่างั้นหรอ ดูเพี้ยนๆ นะ....” รีเวลเอ่ยพลางมองเนอออสด้วยความสงสัย
“หรือว่ามันควบคุมทิศทางเองได้....?” เนออสหันไปมองเซเล่ที่ยืนยิ้มอยู่เหนือศีรษะของพวกเขาอย่างประหลาดใจ
“เถียงกันเสร็จยังละหือ...?”
“ยัง!!!!”
“หา....?” เซเล่เอียงคอมอง เธอแลบลิ้นเลียมีดมองดูพวกเขาเถียงกันอย่างสบายใจ “อะไรๆ จีบกันไปสิ ฉันจะนั่งดู...”
“อย่ามากไปหน่อยเลย แกน่ะ....” รีเวลได้พุ่งออกจากตัวรถแล้วง้างแขนหมุนปลายดาบเข้าหาเซเล่แล้วแทงจนปลายดาบทะลุตัวเธอ เซเล่ค่อยๆ เอามือกอดรีเวลไว้ แล้วก้มตัวลงซบไหล่เธอเบาๆ “เร็วดีเหมือนกันนะ” เซเล่เอ่ย
รีเวลได้พูดต่อไปว่า “ฮึ้หึๆ ๆ ....ประมาทไปหน่อยมั้ง....เธอหนะ”
เซเล่เงยหน้าขึ้นมามองรีเวล ดวงตาอันน่ากลัวได้ส่องแสงสีแดงขึ้นมา เธอยิ้มหัวเราะราวกับปีศาจจากนรก “ประมาทหรอ.....ไงล่ะ....เฮื้อฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ฮ่าๆ ๆ ๆ ... น่าขำใช่ไหมล่ะ...?”
“อะ .... อะไรกันน่ะ..?”
[แซ๊ดๆ ... ปริ๊ง!!!]
ดาบของรีเวลหักเป็นเศษกระจก เธอถูกจับบีบคอแล้วเขวี้ยงกระเด็นไปไกลเป็นร้อยเมตร ดาบของเธอปิดระบบลงอัตโนมัติหลังจากเธอหมดสติบนซากศพเละเทะของทหารที่ตายก่อนหน้านี้
“ไง เหลือแกคนเดียวแล้วตอนนี้ มาลองกันหน่อยไหม??” เซเล่ก้มมองลงไปในซากรถอีกครั้ง เนออสยืนน้ำตาตกอยู่ข้างในซากรถหุ้มเกราะ
“.......ฉันเห็นแล้ว... ฉัน... ฉันเห็นแล้ว สภาพแบบนี้.. ยังไงฉันก็สู้ไม่ได้.... ยังไงฉันก็แพ้อยู่ดี...” เนออสก้มหน้าเอ่ย เขาหลับตาร้องไห้อ่อนๆ เพราะรู้ว่าตัวเองก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่ารีเวล เซเล่เห็นดังนั้นจึงดึงคอเสื้อเขาขึ้นมาแล้วชูขึ้นเหนือฟ้า .... “บ่นอะไรวะ น่าเบื่อหวะ .... เป็นผู้ชายซะเปล่า แต่ไร้ซึ่งความกล้า คนอะไรใจเสาะฉิบหายเลย... ยังไม่ได้สู้ก็ว่าตัวเองแพ้แล้ว แกมองดูสิ แกมองดู.... ตอนนี้แกอยู่สูงกว่าฉันแล้ว แกเห็นอะไรบ้าง ไอ้หน้าตัวเมีย.....!!!”
เนออสมองไปเห็นคนตายรอบตัวเขานับร้อยนับพัน ทั้งยังรีเวลที่หมดสติไกลออกไปร้อยเมตร เขาตกใจมากที่รีเวลจบอยู่ในกองเลือดกับซากศพที่เละเทะแบบนั้น....
เซเล่ได้พูดต่อว่า “แกรู้ไหม...ผู้หญิงคนหนึ่งเขากล้าที่จะสู้กับฉันเพราะอะไร เพราะเธอคิดว่าฉันมันเป็นฆาตกรที่อาจจะฆ่าแก เธอเลยคิดจะฆ่าฉันเพื่อปกป้องแก แล้วแกล่ะ จะทำอะไรเพื่อใครบ้างล่ะ ห๊ะ..?”
เซเล่เริ่มเค้นความรู้สึกอันเลวร้ายของเนออสมากขึ้น ดาบของเขากำลังจะกัดกินจิตใจอย่างรุนแรง เขากำลังจะเป็นบ้าไปกับสติที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนในที่สุด ดาบ Invisible Lighter ก็กลายเป็นสีขาวทั้งเล่มด้วยอำนาจบางอย่างที่สัมผัสไม่ได้....
“อ๊ากกก......!!!!”
“มาแล้วสินะ..... หึๆ ..!”
เซเล่ได้เขวี้ยงเนออสไกลออกไปจากตัวเธอ เขาได้เอาดาบแทงพื้นเบรกตัวเองโดยที่ตัวเองยังคงอยู่กลางอากาศ และเท้าไม่ได้แตะพื้นแต่อย่างใด แววตาของเขาเริ่มมืดหาย สายตาที่เย็นเฉียบได้มองตรงมายังเซเล่ด้วยความแค้น ซึ่งเธอเห็นว่านั่นไม่ใช่เนออสคนเดิมอีกแล้ว ..... “อย่างงี้น่าสนุกหน่อย....”
เซเล่ได้สร้างมีดขึ้นใหม่และปรับรูปแบบให้ปลายยาวเหมือนดาบ เธอยืนนิ่งบนรถถังก่อนจะหุบยิ้มลงจ้องมองดาบสีขาวสว่างนั่นอย่างแน่วแน่ “น่าสนใจๆ เอาล่ะ มาลองของจริงกันหน่อยสิ หึๆ ๆ”
[พรึบ!!]
เซเล่เทเลพอร์ตเข้าประชิดเนออสเพื่อหวังแทงเขา แต่จู่ๆ เขาก็ลอยสูงขึ้นจากการดันดาบที่ปักบนพื้นให้ยาวขึ้นอีก เขาถอนดาบแล้วฟาดลงมากลางอากาศ เซเล่ได้ยกมีดดาบขึ้นปัดและหมุนวนอยู่ในแนวนอนแล้วปามีดขึ้นไปบนฟ้า 4 เล่ม เขาค่อยๆ ทิ้งตัวลงมาด้วยดาบที่ยาวขึ้น เขาปัดมีดของเซเล่แล้วฟันย้ำใส่เธอไปอีกครั้ง
เซเล่ได้เทเลพอร์ตหลบหายตัวไปอยู่บนหลังของเขาแล้วยิงปืนควอนตัมอัดจากด้านหลังทันที
ด้วยความที่เนออสตาไวอย่างไม่น่าเชื่อ เขาหันตัวกลับมายกดาบขึ้นในท่าป้องกัน ความเร็วของกระสุนควอนตัมได้กดเขาตกลงบนพื้นดินแล้วระเบิดอย่างรุนแรง มวลสารที่ดูดเข้ามารวมกันรอบตัวเขานั้นได้ทำให้เขาบาดเจ็บบ้างเล็กน้อยจากแรงกระแทก แต่ว่า เขาก็ดูเหมือนไม่รู้สึกอะไรแล้วพุ่งตัวออกมาก่อนควอนตัมจะยุบตัวลงไป หากเขายังอยู่ในนั้น เขาต้องตายหายไปจากที่นี่แน่ๆ
เซเล่เห็นดังนั้น จึงหันไปปามีดใส่เขาอย่างรวดเร็วหลายเล่ม เนออสหันหลังกลับมาฟาดดาบใส่มีดของเซเล่ แต่เธอก็สะบัดมีดกลางอากาศจนเปลี่ยนทิศไปทิศทางใหม่ พร้อมเพิ่มจำนวนขึ้นอีกหลายเล่มพุ่งเข้าแทงเขาอย่างรวดเร็ว
เนออสพยายามปัดใบมีดที่พุ่งเข้ามามากมาย แต่ก็ไม่เร็วพอที่จะทำให้มีดของเธอหมดไป จึงถูกเชือดเฉือนเข้าเนื้ออย่างจังจนมีแผลเลือดไหลหลายสิบแผล เนออสได้ร้องออกมาดังลั่น ก่อนที่เซเล่จะปัดดาบของเนออสด้วยดาบที่เธอสร้างขึ้นมา เธอแทงเข้าไปที่มือซ้ายของเขาจนทะลุ เนออสกัดฟันฟาดดาบลงตัดดาบที่เซเล่แทงเข้ามาจนหลุดออกจากมือตัวเองก่อนที่เขาจะแทงดาบยืดยาวสวนคืนใส่เซเล่ เธอได้เอามือจับสันดาบของเนออสแล้วหมุนมันเหวี่ยงใส่พื้นอย่างแรง เนออสพยายามประคองตัวเองแล้วปล่อยมือลงจากดาบให้ดาบปิดระบบตัวลงจนหลุดจากมือของเซเล่ ก่อนที่เขาจะคว้ามันใหม่อีกครั้ง แล้วเปิดดาบฟันกลับไป
เซเล่หลบแล้วสวนกลับด้วยปืนควอนตัมพร้อมกับหัวเราะออกมาว่า "ฮ่าๆ ๆ น่าสนใจจริงๆ แบบนี้สิ สนุกกว่าฆ่าคนเล่นเป็นไหนๆ " เนอออสบิดด้านข้างใบดาบใส่กระสุนควอนตัมจนปรากฏแสงสีขาวสว่างจ้าส่องไปหาเซเล่ เขาได้เอ่ยขึ้นมาว่า
"ลำแสงพิฆาตดาราจักร........ดิ ไลท์ ไชนิงก์...!!!! " (The Light Shining...)
เนออสแทงดาบลงพื้น ดันตัวเองลอยขึ้นฟ้าด้วยความยาวดาบ 500 เมตรก่อนจะชูดาบขึ้นฟ้า และเพิ่มระยะดาบเป็นไร้ขีดจำกัด......
เซเล่แปลกใจกับสิ่งที่ล็อกขาเธอไว้ เธอมองมันที่ข้อเท้ามีแสงสีขาวล้อมรอบอยู่ "อะไรละนี่ ...... หึๆ น่าแปลกใจจริงๆ ไม่มีอาวุธเวทมนตร์บนโลกนี้ แต่ดันมีอะไรแบบนี้ได้..... ดาบนั่นมันมาจากไหนกันแน่"
เนออสฟันดาบจากบนลงล่างด้วยมือขวาของเขาลงมาครั้งที่ 1 แนวดาบได้ผ่าไกลทะลุทวีปออกไปถึงมหาสมุทร เขาเริ่มยกขึ้นแล้วสับซ้ำลงไปกลางศีรษะของเซเล่แบบนี้นานกว่า 5 นาที เขาสับเธอลงไปเป็นร้อยๆ ครั้ง แรงของคมดาบได้แหกพื้นเป็นสองส่วนจนระเบิดพลังงานออกมาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าระเบิดแฟลช แสงนี้สว่างออกไปไกลครึ่งค่อนโลกจนคิดว่ามีการทิ้งระเบิดขนาดยักษ์บนแผ่นดินอเมริกา คณะรัฐมนตรีสหรัฐและประธานาธิบดีถึงกับต้องออกจากอาคารรัฐสภาเพื่อมาดูแสงจากการระเบิดครั้งนี้
"นั่นอะไร..... อย่าบอกว่าผู้หญิงคนนั้นทำ......." รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเอ่ยพร้อมถอดแว่นตาออกมองดูแสงสว่างขนาดใหญ่ทางตอนใต้
"แบบนั้น ไมอามี แทมปา ออร์แลนโด แจ๊คสันวิลล์ แอตแลนตา ชาร์ลอตก็ระเบิดเละหมดเลยแน่ๆ ..... "
"ทหารพวกนั้นคงไม่รอดแล้วล่ะ..... เราจะทำยังไงดี"
ไม่นานนักอาฟเตอร์ช็อกก็ตามมาเบาๆ พวกเขาโซเซตามแรงสั่นสะเทือนสักพัก ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบนิ่ง "บ้าชะมัด เก็บของ เราจะต้องหนีไปอาลาสกาด่วนเลย"
หลังจากสิ้นอำนาจมืดของดาบไลท์เทอร์ เนออสก็ร่อนลงพื้น เขายังตกใจที่เห็นเซเล่ยืนอยู่ที่เดิมพร้อมเศษเนื้อที่เละกระจายรอบตัวเธอ "เอาจนได้..... ฉันต้องเสียกายเนื้ออีกแล้วสินะ"
"แปลกดีนะที่เธอเป็นแบบนี้.....เธอเป็นใครกันน่ะ" เนออสลุกขึ้นยืนพร้อมเลือดที่ไหลออกจากมือและแผลอื่นๆ ตามตัวอย่างช้าๆ เขาได้ฉีกเสื้อของตัวเองแล้วมัดมันกับรอยแผลที่มือของตัวเองแล้วกัดดึง เขาค่อยๆ เดินไปหารีเวลที่เหมือนจะรู้สึกตัวแล้ว
"อืม....ความจริงฉันจะไม่บอกแกก็ได้นะ..หึๆ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ ฉันบอกให้ก็ได้..... " เซเล่เอามีดไปไขว้หลังไว้ แล้วเดินเข้ามาเนอออสที่พยายามอุ้มรีเวลขึ้นมา
"ถึงแกจะดูไร้ความกล้า แต่ก็บ้าได้เหมือนกันนี่..... ฮึหึๆ ฉันคือเซเล่ มือสังหารของเยอรมัน... ฉันน่ะ ไม่มีวันตายหรอก เดี๋ยวกายเนื้อนั่นฉันก็สร้างขึ้นใหม่ได้เอง"
"เยอรมัน.....!!! เธอข้ามทวีปมาฝั่งนี้คนเดียวได้ยังไง....เธอไม่ธรรมดาเกินไปแล้ว นี่หรอ แม่มดที่เขาลือ " เนอออสถาม
"ปากเสียซะจริง แบบนี้น่าจะฆ่าแกไปเลยดีกว่า ต่อให้ฉันกลายเป็นวิญญาณ ฉันก็ยังฆ่าแกได้ ส่วนเรื่องที่ฉันมาที่นี่ยังไงนะหรอ ฉันทำแบบนี้ยังไงหละ..."
[พรึบ]
เซเล่เทเลพอร์ตมาตรงหน้าเขาแล้วเอามีดลูบคอเขาก่อนเอ่ยว่า "อำนาจต่างๆ รวมถึงมีดของฉันมันยังทำงานได้แม้ฉันจะเป็นแบบนี้ ที่ฉันมาที่นี่ได้นั้น มันก็แค่หายตัวข้ามทวีปธรรมดาๆ สำหรับฉัน จริงๆ แล้ว ฉันจะไปไหนก็ได้ ฮ่าๆ ๆ ดวงจันทร์ ฉันก็เคยไปเหยียบมาแล้ว.... แต่น่าเสียดาย บนนั้นมันว่างเปล่า ฉันเลยอยู่ที่นี่แทน.... มีอะไรให้ทำมากกว่า....."
"ดวงจันทร์งั้นหรอ ..... บนนั้นมันเหยียบได้จริงๆ หรอ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย...." รีเวลลืมตาขึ้นมามองเนออส เธอสะลึมสะลือนิดหน่อย
"ฮ่าๆ ๆ ฉันนึกว่ารู้กันทั้งโลกแล้วซะอีก.... แกจะไปทำไมกันล่ะ มันไม่มีอะไรเลย.... เอาล่ะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันมาฆ่าพวกแกตามที่ผู้นำประเทศฉันสั่งเท่านั้นแหละ... แกอย่ามาขวางฉันดีกว่ามั้ง..... อ่อจริงสิ ผู้นำของแกคือใครล่ะ ถ้าฉันฆ่าคนนั้นแล้วมันจะได้จบๆ เพราะในยุโรปน่ะ .... ฉันฆ่าพวกผู้นำตายหมดแล้วยังไงล่ะ ฮ่าๆ ๆ ๆ "
"ขะ.... ฆ่าหมดแล้วงั้นหรอ...... ที่เธอบุกมาถึงที่นี่คือจะมาเอาชัยชนะเลยสินะ....." เนออสเอ่ยด้วยความตกใจ
"หึๆ พูดแบบนั้นก็เกินไปหน่อยมั้ง ......ก็พวกหัวสูงนักวางแผนทั้งหลายที่กระหายอำนาจและยึดครองคนอื่นไปทั่ว ฉันจะต้องกำจัดทั้งหมดนั่นล่ะ คนที่ครอบครองคนอื่นโดยการแย่งชิงแผ่นดินเกิดแบบนั้น มันก็สมควรตายอยู่แล้ว อยากเป็นกันมากนักรึไง พวกนักล่าน่ะ.... มันสนุกไม่ใช่หรอที่ได้เห็นคนตาย สนุกนักใช่ไหมล่ะ ที่ได้เห็นสงคราม......!!
"อ่อใช่สิ น่าเสียดายนะ ฉันคงฆ่าทุกคนไม่ได้.... มันต้องมีอะไรเยียวยาโลกนี้บ้าง เดี๋ยวโลกมันจะผิดเพี้ยนไปซะก่อน...."
"เฮ้อ เธอนี่คิดง่ายจังเลย.... ทำไมเธอไม่ฆ่าผู้นำประเทศเธอด้วยล่ะ..... เขาน่ะ เป็นตัวเริ่มสงครามเลยนะ...." เนออสเอ่ย
"อืมนั่นก็ใช่ หมอนั่นจะเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะฆ่าในสงครามครั้งนี้....... แล้วทำไมแกถึงต้องจับอาวุธเดินทางมาหาฉันล่ะ ทำตามคำสั่ง....? เขาสั่งแกใช่ไหมล่ะ ถ้าเขาไม่สั่งแกก็คงไม่ทำ ฉันก็มาเพราะใครบางคนอยากให้มา นั่นล่ะเหตุผลของฉัน.... หึๆ "
"อืมใช่ ทำตามคำสั่ง... ฉันก็คงไม่ต้องออกมารบในสงครามแบบนี้หรอก.... แต่มันมีผลกับเงินเดือนฉันนะเว่ย!! " เนออสเอ่ย
"อ่องั้นหรอ....... เห็นใจๆ ๆ เห็นใจ ....... น่าเบื่อจริงๆ เลย... แต่ฉันจะฆ่าคนอ่อนแออย่างแกไปทำไมนะ ...... ฉันสนุกกับแกในแบบเมื่อกี้จริงๆ แต่ถ้าแกมีความสามารถมากกว่านี้คงจะสนุกอีกไม่น้อย"
"เนออส นี่รัฐมนตรีนะ..... แกยังปลอดภัยรึเปล่า...? " เสียงวอของเขาดังขึ้น เซเล่มองตรงไปยังวอของเขา เซเล่ได้ให้เนออสหุบปากไว้ แล้วเปิดวอให้เซเล่ตอบแทน "หึๆ ๆ พวกเขาตายหมดแล้ว..... ต่อไปก็พวกแกยังไงล่ะ ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ " เซเล่ได้โยนวอทิ้งแล้วหันหลังลอยจากพวกเขาไป
"สำหรับแกต้องอยู่รอดให้ฉันฆ่าอีกนะ.... ที่ฉันพูดแบบนั้น เพราะฉันไม่อยากให้แกไปตายก่อนได้สู้กับฉันจริงจังกว่านี้ ไว้เจอกันหลังเสร็จธุระของฉัน....." เซเล่ยิ้มอ่อนๆ เธอได้ลอยจากพื้นมองตรงขึ้นไปทางเหนือ ก่อนจะเทเลพอร์ตหายไปทันที.......
"มือสังหารอายุดูไม่เกิน 20 นี่นะ..... ฉันคงจะไม่เดาเป๊ะๆ เลยว่าเธอจะมีอายุเท่าไร....เธอคงมีประสบการณ์มากกว่าพวกเราหลายขุมเลยล่ะ" รีเวลเอ่ย หลังจากนั้นเนออสก็ได้วางตัวรีเวลลงแล้วยืนมองร่องบากที่เขาฟาดดาบลงไปหลายร้อยครั้ง มันมีน้ำทะเลไหลเข้ามาเต็มพื้นที "กลายเป็นว่าเราสร้างวิวสวยๆ ขึ้นใหม่ซะเองเลยนะ....."
"นั่นสินะ มันสวยที่สุดแล้วสำหรับพวกเราตอนนี้....."
“บางทีพวกก็น่าจะแคร์ฉันหน่อยก็ได้....ฟาดฉันไม่ยั้งเลยนะ เนออส”
หลังจากนั้นราวชั่วโมง เซเล่ก็บุกโจมตีคณะเดินทางของประธานาธิบดี เธอฆ่าทุกคนทั้งที่เธอกลายเป็นวิญญาณ และปล่อยให้รอดเพียงประธานาธิบดีคนเดียว เธอได้พูดกับประธานาธิบดีว่า “ฉันมาเพื่อหยุดพวกแกเฉยๆ ใจเย็นๆ ...... ฮ่าๆ ๆ ลืมไป ว่าพวกเขาตายไปแล้วนี่นะ ฉันช่วยอะไรไม่ได้....”
“เธอต้องการอะไร” ประธานาธิบดีถามเซเล่ด้วยความกลัวในขณะที่เขาล้มทั้งยืนอยู่ริมถนน
“แกรู้จักสิ่งที่อยู่เหนือท้องฟ้ารึเปล่า ฉันเห็นอาวุธของทหารพวกแกแล้วฉันละอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าแกไปเอามาจากไหน....แกได้มันมายังไง..... นั่นมันของร้ายแรงเลยนะ พลังงานมากกว่าดวงดาวบนท้องฟ้านับล้านดวงซะอีก ส่วนฉัน จะกลับไปฆ่าฮิตเลอร์ คนที่ทำให้เกิดสงครามบ้านี่จนฉันต้องมาเก็บกวาด ฉันจะจัดการมันเอง.... อ่อ ฉันรู้เรื่องที่พวกแกเอานิวเคลียร์ไปทิ้งที่ญี่ปุ่นแล้วนะ แต่ว่าไม่เป็นไรหรอก ฉันพอเดาออกว่าถ้าไม่ทำแบบนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้น ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ " ว่าแล้วเซเล่ก็หายตัวไป เธอได้กลับไปฆ่าฮิตเลอร์ด้วยมือของเธอเองตามที่บอกกล่าวไว้ เธอคุยกับฮิตเลอร์เรื่องสัญญาของเธอ ตามที่เธอบอก ถ้าหมดเรื่องที่เธอต้องทำแล้ว เธอจะฆ่าเขาทันที ... นั่นคือเหตุผลที่เธอจะเก็บฮิตเลอร์ไว้กำจัดเป็นคนสุดท้าย .... เยอรมันชนะสงครามก็จริง แต่ผู้นำตายเพราะฝีมือนักฆ่าของประเทศตัวเอง..... ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลังจากข่าวนี้กระจายออกไป
ปีคริสต์ศักราช 1945
สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงด้วยระเบิดนิวเคลียร์ 2 ลูก หลังจากนั้นก็ทำสงครามเย็น และแข่งขันกันทางเทคโนโลยีจนสหภาพสิ้นสุดยุคสงคราม โซเวียตล่มสลายจากการลาออกของประธานาธิบดีของประเทศ ทำให้โซเวียตกลายเป็นสหพันธรัฐรัสเซียยาวมาจนถึงปัจุบัน และเทสเลอร์ ได้กลายเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของรัสเซียและหัวหน้านักวิจัยวิทยาการสงครามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ลิลิธหรือคีรอส ก็ถูกนำมาวิจัยหลายอย่างจนมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาจากรัสเซีย และปัจจุบัน ลิลิธถูกเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์อาวุธเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่เทสเลอร์ยังคงไม่ได้พบเซเล่เลย
เซเล่ได้กลับมาต่อสู้กับเนออสในปี 1955 การต่อสู้ที่รุนแรงนั้น ทำให้เนออสเสียชีวิตในการต่อสู้ เซเล่ได้พยายามรักษาสภาพศพของเขาไม่ให้เสียหายเหมือนคนอื่น ซึ่งเนออสขอให้เธอไม่คืนชีพเขาอีกครั้ง ทำให้เขาเสียชีวิตอย่างถาวร ส่วนดาบของเขานั้น รีเวลได้เป็นคนเก็บไว้และมอบให้กับหลานชายของเธอในภายหลังทั้งสองเล่ม ส่วนเซเล่ ได้หายตัวไปหลังจากการต่อสู้นั้น และไม่มีใครพบเธออีกเลย
“เซเล่ เธออยู่ไหนกันนะ หรือเธอตายไปแล้ว ฉันรอเธอมา 300 ปีแล้วนะ....”
ความคิดเห็น
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ