Battle Imperlien : มหากาพย์สงคราม 14,000 ล้านปีของเอกภพ/9 ตอน แค่ระดับ SR มันไม่เพียงพอที่จะทดสอบเธอหรอกนะ
ตอน แค่ระดับ SR มันไม่เพียงพอที่จะทดสอบเธอหรอกนะ
Main Story

9 ตอน แค่ระดับ SR มันไม่เพียงพอที่จะทดสอบเธอหรอกนะ

โดย PISZAJ - RAZKES1 ครั้ง


กรุงมอสโก สหพันธรัฐโซติเวส

          สหพันธรัฐโซติเวส เดิมคือรัสเซีย ก่อตั้งหลังจากประธานาธิบดีรัสเซียได้มอบคืนอำนาจรัชทายาทแก่องค์ชายโซติวาส หรือเทสเลอร์ ตามเหตุผลที่เขามีปืนพกสีทอง Mjolnir ในครอบครอง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธประจำตัวของกษัตริย์รัสเซีย ตามกฎหมายเดิม เขาจะถูกตรวจสอบปืนพกและตัวเขาว่าใช่สายเลือดแท้หรือไม่ การตรวจสอบนานหลายปีกว่าจะผ่านขั้นตอนต่างๆ มาได้ ซึ่งมันก็ตรงตามหลักฐานเป๊ะๆ ว่าเป็นเขารัชทายาทโดยแท้จริง เขาจึงผ่านการตรวจสอบได้อย่างไม่ต้องสงสัย

          ตลอดเวลากว่า 200 ปีที่ผ่านมา เขาอยู่กับงานวิจัยเทคโนโลยีควอนตัม และเทคโนโลยีของสารเคมีจากคีรอส อาวุธที่เคยต้านทานปืนพกของเขาได้ โดยมีอเมริกาเข้าร่วมโครงการด้วย

          สำหรับเทสเลอร์แล้ว เขาเป็นคนที่มีอายุยืนยาวขึ้นจากเทคโนโลยีการฟื้นฟูความทนทานของสารเคมีและธาตุต่างๆ ทำให้เซลล์สามารถซ่อมแซมตัวเองจนกลับมาเป็นปกติได้เอง ซึ่งเขาได้รับผลมาจากเทคโนโลยีคีรอสของเซเล่ เขาเป็นผู้ทดลองคนแรกที่ได้รับผลการทดลองยืดอายุจากสารจำลองของคีรอส และประชาชนกว่า 30% ของประเทศ ได้รับเทคโนโลยีนี้มาใช้ ซึ่งสามารถรับการฉีดสารผสมได้ในโรงพยาบาลรัฐเกือนทุกแห่งในประเทศ รวมถึงประชากรบางกลุ่มในอเมริกาด้วย พวกเขาจะมีอายุยืนเป็น 200-500 ปี ตามแต่คุณภาพของยาที่จะได้รับ

          เทสเลอร์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นจักรพรรดิโซติวาสในปีคริสต์ศักราช 2230 โดยมีการจัดพิธีราชาภิเษก ส่งมอบปืนที่เดิมเคยเป็นค้อนไฟฟ้ามาก่อน และอีเตอร์ของเซเล่ ก็ถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศในครั้งนี้ด้วย

ในปีคริสต์ศักราช 2244

          เทสเลอร์ได้จับมือกับดิสโคเวอร์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ก่อตั้งสถาบันนักรบอวกาศขึ้นในชื่อของ วอแลนซ์เตท (Walanceted) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเทคโนโลยีทางทหารอวกาศ สำหรับการออกไปต่อสู้กับเอเลี่ยน พวกเขากลายเป็นกลุ่มคนที่ได้รับความแข็งแกร่งจากเทคโนโลยีคีรอสโดยตรงหลายเทคโนโลยี ก่อนที่จะกลายมาเป็นสถาบันฝึกนักรบพิฆาตจักรวาลในปัจจุบัน

          ดิสโคเวอร์ (Discover) ประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้รับมอบอาวุธพิฆาตจักรวาลจากรีเวลทั้ง 2 ชิ้น เขาได้มอบมันให้กับลูกชายสองคนไปในปี 2240 ได้แก่เครน (Krane) ได้รับดาบซีเมฆาล และเคริเกน (Kerigen) ได้รับดาบอินวิสซิเบิล ไลท์ทอร์

          ในปี 2270 ดิสโคเวอร์ได้ลาออกจากประธานาธิบดีสหรัฐมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเครือจักรภพสหประชาชาติ หรือรัฐบาลกลาง (W-UN) เพื่อติดต่อกับเอเลี่ยนและต่างดาวในการทำการค้าเทคโนโลยีและสินแร่ รวมถึงการทหารตั้งแต่ปี 2279 มาจนถึงปัจจุบัน ดิสโคเวอร์ได้รับเทคโนโลยียืดอายุมาฉีดให้กับตนเองในปี 2280 ทำให้เขามีอายุเพิ่มไปอีก 400-500 ปี

          ในปี 2295 หลังสงครามตะวันดับ ดิสโคเวอร์ได้เซ็นสัญญาอัพเกรดมาตรฐานสิ่งมีชีวิตจากสภาครีเอเตอร์ ให้มนุษย์ ปลดล็อกกฎพื้นฐานเอกภพได้เองบางประเภท ภายใต้การควบคุมของสภาครีเอเตอร์ เพื่อช่วยรับมือกับภัยสงครามต่างๆ ในเอกภพร่วมกับสภา โดยจะติดต่อรายงานผ่านรัฐบาลกาแล็กซีของทางช้างเผือกในชื่อของ รัฐบาลกาแล็คติก (Galactic Federation) และได้รับมอบยานซุเปอร์สเปชชั้นตุลาการจากกาแล็กติกในชื่อของเกียร์โร วารอส (Gearo Varos) สำหรับการสนับสนุนการช่วยเหลือการต่อสู้กับสภาครีเอเตอร์ ทั้งนี้ทั้งนั้น เทสเลอร์ได้เพิ่มประเภทยานรบขึ้นมาอีก 2 ชนิดคือ ชั้น Titan Coloniun และชั้น Heronision เพื่อการทำลายดวงดาวโดยเฉพาะ โดยอยู่ภายใต้การบังคับใช้ทำลายดวงดาวที่เป็นภัยกับเอกภพเท่านั้น ปัจจุบัน อำนาจทางกองทัพอวกาศ ถูกยกให้กับเครนและวีนัส (Venus) ในการจัดการกองทัพ และให้ยูรินะ (Yurina) เป็นผู้บัญชาการกองกำลังพิฆาตจักรวาล ที่ใช้อาวุธพิเศษเฉพาะทางในการต่อสู้ และลอว์เลนซ์ (Laulench) เป็นผู้ดูแลกองทัพอเมริกาแทนเคริเกนกับไรล่า (Rylar) หลังจากทั้งสองคนเสียชีวิตในสนามรบสงครามตะวันดับ และในปัจุบัน หลายสถาบันได้มีการฝึกนักรบพิฆาตจักรวาลมากขึ้น หลังข่าวลือจากนาคิร่า (Nakira) อัศวินของสภาครีเอเตอร์ ได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับหายนะนอกเอกภพมาให้โลกได้รับรู้ รวมถึงทั้งเอกภพ ต่างตระหนักถึงสิ่งนี้หลังจากสภาครีเอเตอร์ ประกาศออกไปทั่วกัน.....

ปีคริสต์ศักราช 2317 สถาบันฝึกนักรบพิฆาตจักรวาลวอแลนซ์เตท วิทยาเขตรัสเซีย

..... พิพิธภัณฑ์อาวุธโบราณ มอสโก ถัดจากสถาบันศึกษา 200 เมตร

          นักเรียนมากมายเดินทางไปเรียนช่วงเช้าบนถนนไฮเวย์ที่ไม่ค่อยจะแออัดนัก เด็กชายสองคนหันไปมองห้องกระจกของพิพิธภัณฑ์ที่หนา 1 ฟุต ภายในมีอาวุธที่คล้ายเคียวอยู่ ซึ่งมีสีแดงสด ด้ามยาวลายเกล็ดงู แต่นั่นไม่ใช่เคียว มันคืออีเตอร์ในตำนานขององค์จักรพรรดิที่มีเรื่องเล่าสยองขวัญมากมายเกี่ยวกับมัน ซึ่งหลายคนตั้งข้อสงสัยกับตู้กระจกที่ต้องหนาเป็นฟุตๆ นี่มันอะไรกัน ทำไมต้องป้องกันขนาดนี้

          ข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องเล่าของอาวุธชิ้นนี้ ดังไกลข้ามสถาบัน ทุกคนรู้ว่า อีเตอร์ในตำนานนี้เป็นอาวุธพิฆาตจักรวาลต้องห้ามที่ไม่มีใครเคยสัมผัสมันได้เว้นองค์จักรพรรดิเทสเลอร์ ที่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทำไมเขาถึงงมงายกับอาวุธชิ้นนี้เหลือเกิน ประชาชนในโซติเวสทราบเพียงแค่ว่า เทคโนโลยีมากมายในประเทศนี้ล้วนมาจากอาวุธชิ้นนี้ จนตอนนี้มันกลายเป็นอาวุธที่ทุกคนสงสัยในอานุภาพมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้.... เพราะมันเหมือนอาวุธมีคมธรรมดามากกว่าที่มันจะให้เทคโนโลยีมากมายขนาดนั้นได้

“พวกแกไม่รู้อะไรซะแล้ว ..... หึๆ ๆ ๆ ฮึๆ ๆ ๆ” รอยยิ้มในความมืดที่มองไม่ค่อยชัดได้เปิดเผยออกมาในเวลานั้น เสียงหลอนที่ยังคงกรอกหูคนที่เข้าชมมันยังคงทำให้มันกลายเป็นตำนานอาวุธอันน่ากลัวเหมือนเดิม

          เด็กชายสองคนนั้นเอามือถือถ่ายรูปอัพลงโซเชียล แล้วโพสต์ว่า “แค่ของเก่าธรรมดาๆ ทำไมต้องกลัวอะไรมัน...?” 
หลังจากดูคอมเม้นมากมายที่คิดแบบเดียวกับพวกเขา ก็มาสะดุดตรงคอมเม้นหนึ่ง เป็นภาษาสครีนิกซ์......!! ภาษานี้ไม่ได้ใช้บนโลกมนุษย์

“นั่นอะไรน่ะ..... ในเครื่องเรามีภาษานี้ด้วยหรอ...?” เด็กเจ้าของโพสถาม ไม่นานยอดคนสนใจคอมเม้นนั้นเด้งขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งทันที และมันก็แปลเป็นภาษารัสเซียเองอัตโนมัติ...!! 

“หึๆ ....แกจะรู้จักกันน้อยไปซะละ.... อย่ามาบังอาจดูถูกของของฉัน...!!” 

แล้วไม่ถึงนาที คอมเม้นนั้นก็กลับไปเป็นภาษาสครีนิกซ์ตามเดิม

“เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ...” เด็กเจ้าของโพสต์ถามเพื่อน..” 
“อย่าว่าแต่นาย เมื่อกี้เครื่องฉันก็เป็น...” เพื่อนเขาตอบก่อนยืนเหวอมองคนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง......

“ไง..... ฉันนี้แหละคอมเม้นพวกแกเอง...!!” สาวสวยผมสีดำตาสีแดงเข้มได้ยืนตรงหน้า เธอใส่ชุดของสถาบันวอแลนซ์เตท ผมด้านซ้ายของเธอมัดเปียและติดเครื่องประดับรูปผีเสื้อสีแดงไว้

“ช่วยด้วยผีหลอก...!!!” เด็กชายสองคนได้วิ่งหนีหาย หลังจากเห็นสายตาอันอาฆาตของเธอ เธอได้หันไปมองแล้วยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะพูดว่า “อะไรกันๆ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” 

นักเรียนที่ผ่านไปมาต่างมองดูเธอด้วยความสงสัย “ผู้หญิงสวยๆ คนนั้นเป็นใครหนะ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย นักเรียนใหม่หรอ?” 
“นั่นสิ..” 

“น่าเบื่อๆ อีกแป๊บจะมีการสอบอารีน่าเข้าเรียนนี่หน่า ฉันต้องรีบไปแล้ว ไว้เจอกันนะ ลิลิธ.....ฮึหึๆ ๆ” เธอได้หันหน้าไปยังสถาบันวอแลนซ์เตท แล้วเทเลพอร์ตไปหน้าประตูสถาบัน มวลอากาศได้ถูกดูดอย่างรุนแรงเข้าจุดศูนย์กลางจนมันหยุดตัวลงแล้วปรากฏเด็กผู้หญิงคนนั้นแทนที่ตรงหน้าพิพิธภัณฑ์ที่เธอหายไปอย่างน่าประหลาด


 

     ที่หน้าประตูนั้น นักเรียนหลายคนตกใจมากกับพลังที่เธอใช้ พวกเขาต่างตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพลังของเธอว่ามันคืออะไร แต่เหมือนชายสวมแว่นคนหนึ่งซึ่งเป็นนักเรียนคลาส S จะกระดกแว่นแล้วตอบไปว่า “เคลื่อนย้ายมวลสารด้วยควอนตัมงั้นหรอ.... เธอเป็นใครกันถึงมีอำนาจควบคุมสูงถึงระดับควอนตัม?” 

“.... แล้วแกเป็นใคร ยุ่งอะไรกับฉันมิทราบ??” เธอหันมาตอบเขาซึ่งเขายืนอยู่ริมรั่วประตูสถาบัน
“หึๆ ฉันคาลาชินิชคอฟ เรียกชั้นว่าคาลาชจะดีกว่า.....” เขาถอดแว่นแล้วเดินเข้ามาตอบเธอ

“อ่อ ชื่อแกฉันรู้อยู่แล้วแหละ แต่ถ้าแกรู้ชื่อฉัน แกอาจจะพูดไม่ออกก็ได้นะ ฮึหึๆ ๆ ....” เธอหลับตาตอบคาลาช “เจ้าวิศวกรออกแบบอาวุธ...!” 

“หา....เธอรู้ข้อมูลฉันได้ยังไง...?? เธอเป็นใครกันแน่” คาลาสถอยหลังตอบด้วยความตกใจ เธอได้เดินเข้ามายิ้มพร้อมดวงตาสีแดงแล้วตอบว่า “แกรู้จักนักฆ่าที่ชื่อเซเล่ อิเพียริซิสรึเปล่าล่ะ หึๆ ๆ ฮ่ะๆ ๆ ฮ่าๆ ๆ ๆ”

          ในใจเขานึกถึงอีเตอร์ในตู้กระจกของพิพิธภัณฑ์ คำบรรยายกล่าวถึงชื่อเซเล่ และเครื่องประดับผมมงกุฎปีกนก และกิ๊ฟรูปผีเสื้อสีแดง....... เสียงของผู้หญิงคนนี้เหมือนกับที่เคยได้ยินหน้าตู้กระจกคีรอสมาก

“งั้นแกดูนี่....” เซเล่ได้เปลี่ยนชุดเป็นชุดดั้งเดิมด้วยการแปลงสารผ่านควอนตัมต่อหน้านักเรียนและผู้ฝึกสอนทั้งหมด “พลังแบบนี้มัน....”

รูปร่างทุกอย่างของเธอที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปนั้น ตรงกับรูปถ่ายสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ผมด้านในสีแดง ชุดสีขาว ลายประดับสีแดง เครื่องประดับผมปีกนก ปลอกแขนสีดำ เธอได้ใช้มือเรียกมีดบินสีเลือดออกมาให้เขาดู....!!! 

“พระเจ้า ..... นะ นี่มันมือสังหารจากเยอรมันที่เคยฆ่าคนมาแล้วหลายล้านคน..เธอหายไปตั้งแต่สามร้อยปีก่อนแล้วนิ ทำไมเธอยังอยู่ที่นี่” 
“นะ นั่นสิ” นักเรียนพูดคุยกันด้วยความหวาดกลัว พวกเขาถอยห่างและจับตามองความเป็นไปของคาลาชอยู่ไกลๆ 

“ตำนานของเคียวนั่น คือเธอเองหรอ....?” คาลาชเอ่ย

“ใจเย็นคาลาช.... ใช่เรื่องพวกนั้นคือฉันเอง แต่ว่านั่นไม่ได้เรียกว่าเคียวอย่างที่พวกแกเข้าใจหรอกนะ... เพราะลิลิธของฉันคืออีเตอร์ มีไว้เจาะเลือดเนื้อพวกแก ไม่ได้มีไว้เกี่ยวเหมือนเคียวหรอก...ฮ่าๆ ๆ ๆ” 

“อย่างนี้นี่เอง.... มันมีไว้เจาะ ไม่ใช่ตัดหรือเฉือนสินะ.... ตะ แต่ว่านะ เธอปล่อยฉันได้แล้วละขอร้อง... ไม่ใช่เธอจะฆ่าฉันตรงนี้หรอกนะ ใช่มั้ย....?” คาลาสหลบหน้าตอบพร้อมยกมือห้ามเธอไว้อย่างหวาดกลัว

“โอ๊ะ... นั่นสิ ฉันลืมไป ขืนทำตัวแบบเมื่อก่อน ชีวิตฉันก็คงไม่สนุกกันพอดี.... อ่อคาลาช ...จากที่ฉันคาดเดาแล้ว ถ้าฉันชนะแมทซ์นี้ แกจะได้เป็นรูมเมดของฉันนะ....หึๆ” เซเล่ได้ถอยออกมาจากคาลาส เธอได้หลับตาหันหน้าเข้าประตูแล้วเอ่ยว่า “ฉันต้องไปทดสอบแรงก์ที่อารีน่าเพื่อเข้าเลือกชั้นเรียน ฉันไปล่ะ ไว้เจอกันที่ห้องละกัน...” เซเล่ได้เหล่ยิ้มมองเขา ก่อนจะเทเลพอร์หายไปจากหน้าประตูอย่างรวดเร็ว

คาลาสยังเหวอไม่หายจากเหตุการณ์เมื่อกี้ “ตะๆ แต่ว่าเมื่อกี้น่ะ...... ที่พวกเธอเห็น เป็นเซเล่จริงๆ อย่างที่ฉันเห็นใช่มะ...”

          ทุกคนรอบๆ เหตุการณ์พยักหน้าช้าๆ ให้กับเขาด้วยความกลัว..... เขาได้หันหลังไหล่ตกหวาดเสียวนึกถึงภาพที่เขาจะโดนฆ่าไม่พ้นคืนนี้ “คืนนี้ฉันควรแกล้งตายแบบไหนดีล่ะเนี่ย...... ไม่งั้นฉันคงโดนฆ่าแน่ๆ ถ้าฉันไม่แกล้งตายซะก่อน ..... เห้อ เพลียจิตที่ต้องอยู่กับคนแบบนี้จริงๆ ......”

“นี่... ถ้าเธอคนนั้นมาสอบเข้าสถาบันเราทั้งที่แข็งแกร่งขนาดนั้น เธอจะมาฝึกอีกทำไมกันน่ะ....” นักเรียนคุยกัน
“หรือเธอมาทวงอาวุธของเธอคืนจากพิพิธภัณฑ์??” 
“ฉันก็ไม่แน่ใจหรอก แต่แปลกใจที่หมอนั่นไม่ถูกฆ่ามากกว่า.....” พวกเขามองตรงไปยังคาลาช

“เอ่ออ มีอะไรหรอ...?” 

“ตามตำนานที่จักรพรรดิเล่าว่า เธอฆ่าคนหมดมอสโกจนไม่เหลือแม้แต่คนเดียว แต่สุดท้าย เธอก็คืนชีพทุกคนตามคำขอขององค์จักรพรรดิ และจะไม่ฆ่าคนในเมืองนี้.....” นักเรียนยังคงคุยกัน แล้วคาลาสก็เดินเข้ามาคุยด้วย 

“ไง คุยเรื่องไรกัน นีโอ มาลคัซ” คาลาชถามเพื่อนของเขาแม้จะยังระแวงนิดหน่อยก็ตาม
“แกโชคดีแค่ไหนรู้ไหม ที่เซเล่ไม่ฆ่าแกที่นี่เพราะคำขอของจักรพรรดิสมัยสงครามโลกโน่นละ แต่... ฉันเดาว่า นอกเมืองนี้ แกอาจได้เห็นเธอเป็นนักฆ่าแน่ๆ ....!!” นีโอตอบคาลาช

“อืมฉันก็เชื่ออย่างนั้น สายตานางมองแรงฉันมาก ฉันอาจจะต้อนทนประสาทกินเพราะนางต้องมาเป็นรูมเมทฉันนี่ละ...” คาลาสเอ่ย
“นั่นก็นายดวงซวยแล้วล่ะ” มาลคัซเอ่ย

“นี่ พวกเราไปดูเซเล่สอบอารีน่าไหมล่ะ... ฝีมือเธอและอำนาจควบคุมอาจจะแรงก์ UR เลยก็ได้นะ” นีโอชูนิ้วชวนพวกเขา
“อืมฉันเห็นด้วย นานๆ ที่จะได้เห็นการต่อสู้ของคนที่มีพลังสูงแบบนี้... ฉันสนใจเธอจริงๆ ...” คาลาชเอ่ย

“งั้นไปกันเลย อีก 10 นาทีอารีน่าจะเปิดแล้ว....” มาลคัซตะโกนพร้อมชูมือขึ้นด้วยความยินดี ก่อนที่พวกเขาจะเดินตรงเข้าสถาบันไป


อารีน่าที่สอง สนามทดสอบความสามารถ

          แสงไฟของสนามส่องสว่าง จักรพรรดิเทสเลอร์ และผู้ฝึกสอนมากมายต่างมาชมการทดสอบของเธอ.... เทสเลอร์ได้มองดูใบสมัครที่เขาได้รับมาอย่างสงสัย “นักเรียนแลกเปลี่ยนเยอรมัน.... เซเล่ อิเพียร.......ริซิส....!!! .... เห๊ะ....ทำไม ถึงมีนักเรียนชื่อนี้มาสมัครเรียน..!!!” เขาได้ตกตะลึงกับใบสมัครนี้รวมถึงรูปที่ติดมา

“มีอะไรผิดปกติหรอคะ...?” เลขาถามเขาด้วยความสงสัย
“...... เธอหายไปนาน 300 ปีแล้ว เธอบอกจะไปฆ่าฮิตเลอร์ แต่ก็เห็นแสงสว่างทางตะวันตกแทน... ไม่รู้ว่าเธอไปทำอะไรนอกจากนั้นรึเปล่า ฉันคิดว่าเธอตายไปแล้ว เพราะตั้งแต่ตอนนั้น เธอก็ไม่กลับมาเลย เธอก็ฝากอีเตอร์สีแดงกับฉันไว้ มันเป็นของของเธอ... ฉันคิดว่าถ้าเธอรอด เธอน่าจะกลับมาเอาของของเธอคืน” 

“อาจจะเป็นคนที่คล้ายกัน หรือคอสเพลย์มาก็ได้นะคะ...” 

“แต่นี่มันเรื่องอันตรายเลยนะ คอสเพลย์มาสอบนี่จะไม่บ้าไปหน่อยหรอ เธอเป็นนักฆ่าที่เคยทำฉันเกือบตายได้มาแล้ว.....ไม่คิดว่าเธอจะอยู่ที่นี่จริงๆ นะ” เทสเลอร์เอ่ย แล้วก้มมองดูเซเล่ที่เพิ่งเดินเข้าไปในอารีน่า “ใครคู่ต่อสู้เธอ.....?” 

“ธาเลส.... นักเรียนระดับ SR ค่ะ....” 

“ไม่ไหวแน่ๆ ทาเลสไม่มีทางรับแรงและอำนาจทำลายอันมหาศาลของเธอได้.... ฉันจะลงไปทดสอบเธอเอง...ฉันรู้จักพลังของเซเล่มากที่สุดในตอนนี้” เทสเลอร์ถอดเสื้อคลุมสีทองออกแล้วหยิบปืนพกของเขาขึ้นมา มันมีสีทองอร่ามและเงาวับเหมือนกับโครเมียมไม่มีผิด “ตอนนี้มีแค่ฉัน ที่จะเป็นบททดสอบที่ดีให้กับเซเล่ได้...” 

“ท่านจะบอกว่า ระดับ SR ไม่เพียงพอหรอคะ...?” เลขาสงสัย

“เธอรู้จักนักฆ่าพริบตาตายล้านคนไหมล่ะ...! นักฆ่าที่รุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ซะอีกน่ะ ฉันจะลงสนามเอง ไปแก้ข้อมูลการต่อสู้ซะ...” ว่าแล้ว เขาก็วิ่งลงไปยังทางเข้าทันที

“ค่ะ....รุนแรง... กว่าระเบิดนิวเคลียร์... บ้าจริง สนามทดสอบคงไม่เละซะก่อนใช่ไหมคะเนี่ย...”


 

          ว่าแล้วข้อมูลบนจอโฮโลแกรมก็ถูกเปลี่ยน บุคคลไม่ทราบแรงก์ถูกเปลี่ยนมาแทนที่ธาเลสอย่างกะทันหัน เซเล่แหงนหน้าขึ้นมองจอโฮโลแกรมที่ถูกแก้ไขไปสักพัก.... เสียงประกาศของผู้ท้าทดสอบก็ดังขึ้น “ฉัน เทสเลอร์ ขอรับการทดสอบเธอนะเซเล่... เนื้อที่เธอให้กิน อร่อยมากนะ....” 

“เสียงจักรพรรดิ? ประโยคข้างหลังหมายความว่าไงน่ะ”

          นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้ฝึกสอน ต่างตกใจกับคำพูดของจักรพรรดิ พวกเขาแห่กันเข้าไปนั่งดูการทดสอบที่อารีน่าที่สองอย่างไม่ได้นัดหมาย เพื่อชมการกลับมาของตำนานนักฆ่าที่องค์จักรพรรดิเคยเล่าต่อประชาชนของเขา ว่าเธอ คือคนที่ทั้งเคยฆ่าพวกเขาจนตายหมดทั้งเมือง และคืนชีวิตพวกเขาจนอยู่มาได้ทุกวันนี้ พวกเขาต่างอยากรู้อยากเห็นบุคคลที่ทำให้องค์จักรพรรดิต้องเอ่ยปากพูดตลอดเวลา เขาเคยเล่าว่า เซเล่ได้มอบเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ให้กับประชาชนของเขามากมายจนแทบจะเกินความต้องการ เซเล่ในตำนานที่องค์จักรพรรดิพยายามเล่าให้เชื่อนั้นมันดันมีอยู่จริงซะได้ มันเป็นมายังไงกันแน่ ....แต่เด็กนักเรียนส่วนใหญ่นั้น กลับสนใจเหตุผลที่องค์จักรพรรดิต้องลงไปท้าสู้อารีน่าเองมากกว่านั้นละ

“ไม่อยากเชื่อเลย เธอคนนั้นมีอะไรน่าสนใจพอจะให้องค์จักรพรรดิถึงกับต้องลงไปทดสอบเองเลยหรอ... อยากมีโมเม้นแบบนั้นบ้าง....!!” นักเรียนต่างวิจารณ์เธอและจักรพรรดิเทสเลอร์อย่างน่าสนใจ 
“เธอต้องเก่งมากแน่ๆ ขนาดระดับ SR ยังถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่ยังไม่สู้เลยทีเดียวนะ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ ..” 
“แล้วองค์จักรพรรดิท่านมีความสามารถขนาดไหนกันนะ” 
“นั่นสิ ฉันอยากรู้ซะแล้ว..” 

“ไม่เจอกันนานนะ.... เทสเลอร์ ดูท่าแกหล่อขึ้นกว่าตอนเป็นทหารเยอะเลย หึๆ ๆ ๆ ..” เซเล่เอ่ย และพลางจ้องตาเขาด้วยความสนใจ
“ขอบใจ วันนี้ฉันจะดวลกับเธอจริงจังหน่อยนะ ...” เทสเลอร์ยิ้ม และยกปืนทองขึ้นมาเล็งเธอด้วยมือข้างเดียว
“ก็เอาสิ....ฉันไม่แคร์หรอกนะถ้าฉันจะฆ่าแก” เซเล่เผยดวงตาสีแดง เธอได้หยิบปืนยาวสีเงินออกมาจากกลางอากาศอันว่างเปล่าจนทุกคนต้องทึ่ง “เดี๋ยวนะ... เธอเอาปืนแบบนั้นมาจากไหนกันน่ะ??” 

“ทำไมเด็กคนนั้นพูดจาไม่ดูฐานะตัวเองเลยล่ะ? นั่นจักรพรรดิของเรานะ...” ครูฝึกบางคนเอ่ยขึ้นมา ก่อนที่ผู้หญิงคนหนึ่งข้างๆ จะตอบว่า ... “ก็เพราะว่าเธอคนนั้นน่ะ.... เป็นองค์หญิงในรัชทายาทเอเวียนดาของเอกภพยังไงล่ะ....!” 
“หา........!!!! องค์หญิงของสภาครีเอเตอร์งั้นหรอเนี่ย....??”
 

ความคิดเห็น

0 คอมเมนต์

เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้

ไปหน้าเข้าสู่ระบบ
ยังไม่มีคอมเมนต์ เป็นคนแรกที่เริ่มคุยได้เลย