
“ปืนกระบอกนั้นมันอะไรกันน่ะ บนโลกเราไม่เคยผลิตปืนแบบนี้เลยนิ....” คาลาชเอ่ย เพราะเขาเคยศึกษาปืนมาทุกกระบอกบนโลก ไม่รวมอาวุธอื่นๆ ที่เขาเคยรู้จัก เซเล่เป็นตัวตนแบบไหนกันแน่ ทั้งอารีน่าฮือฮากับเธอมาก แม้เป็นเพียงแค่การเอาปืนออกมาใช้
ภาพถ่ายวิดีโอได้โชว์การเรียกปืนของเธอออกมา มันเกิดจากก้อนลูกบากศ์ขนาดจิ๋วมากมายหลายล้านก้อนที่ค่อยๆ เรียงตัวกันในขนาดที่เล็กมาก มันค่อยๆ ก่อตัวไล่ยาวจากพานท้ายไปจนถึงปากกระบอก และวงกลมกลางปืน ปรากฏก้อนพลังงานสีแดงที่เปิดระบบทำงานหมุนควงรอบปืนราวกับวงโคจรดวงดาว
“ว้าว.... ดูปืนของเธอสิ เป็นอะไรที่โคตรเท่เลยล่ะ”
“นั่นสิ...มันสวยงามมากๆ” นักเรียนต่างวิจารณ์อาวุธของเธอด้วยความหวือหวา มันเป็นอะไรที่แปลกตามากเพราะนาโนเทคโนโลยี เพิ่งจะมีแค่นานะคนเดียวที่ใช้เทคโนโลยีแบบนี้ในสถาบัน
ผู้ฝึกสอนได้ถามผู้หญิงข้างๆ เกี่ยวกับปืนที่เซเล่ใช้ว่ามันคืออะไร รวมถึงได้ถามประวัติของเธอ ว่าเป็นใครมายังไง ซึ่งเธอได้ตอบว่า
“อันที่จริงแล้ว.. เธอน่ะ อายุเกินเด็กนักเรียนไปหลายล้านปีแล้ว... เธอกำลังตามหาแม่ของเธอโดยที่เธอจำอะไรในอดีตไม่ได้เลย เว้นก็แต่ 7,000 ปีที่ผ่านมา ที่เธอพอจะจำอะไรได้บ้างเกี่ยวกับเธอตั้งแต่ 7,000 ปีก่อนมาจนถึงตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้จำได้ว่าเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน เธอเป็นใคร และทำอะไรอยู่.... เธอรู้แค่ว่า เธอเกิดมาเพื่อเป็นเครื่องมือทางสงคราม หรือปกป้องผู้คนบางประเภทที่เธอควรจะปกป้องเท่านั้น ... เสียอย่างเดียวคือเธอเป็นผู้หญิงเหมือนฉันนี่ล่ะ...
ส่วนปืนของเธอ มันคือต้นแบบอาวุธทุกอย่างในเอกภพนี้.... เพราะมันคืออาวุธชิ้นแรกในทุกมิติจักรวาล ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมากมายทุกประเภทต้องถูกบังคับให้ตายตามอายุขัย และหลังจากนั้น มันก็ถูกใช้บังคับให้สิ่งมีชีวิตทุกประเภทตายได้ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขเมื่อถูกยิง และมันเคยทำสิ่งมีชีวิตสูญเสียอมตะมาแล้วพร้อมกันทั้งเอกภพ ซึ่งมันอยู่ที่การเปลี่ยนโหมดของเธอเท่านั้นเอง....”
“แบบนี้..มัน!!! องค์จักรพรรดิของเรา...”
“ใจเย็น....ตำแหน่งโหมดที่เธอใช่อยู่ตอนนี้เป็นเพียงแค่โหมดทำให้บาดเจ็บเฉยๆ ยังไงเธอก็ทำตามกฎของพวกเราอยู่ ปืนของเธอในตอนนี้สูญเสียอำนาจไปครึ่งหนึ่งเพราะกระสุนพิเศษและอัญมณีที่คอปืนหายไป คงไม่รุนแรงมากเหมือนสมัยก่อนหรอก อย่างน้อยๆ มันก็ยิงชิ่งไปมาไม่ได้เหมือนตอนนั้นแล้ว” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ย
“งั้นหรอ....ดูซับซ้อนดีจังเลยนะ เธอคงจะบอกฉันว่ามันคงไม่อันตรายถึงชีวิตสินะ....” ผู้ฝึกสอนเอ่ย ก่อนจะถามเธอต่อว่า “ว่าแต่เธอเป็นใคร ถึงรู้จักเด็กคนนั้น...?”
“ฉันนาคิร่า ซีเปคเตอร์.. อัศวินสภาครีเอเตอร์ ส่วนเธอคนนั้นน่ะ เธอไม่ได้คิดจะมาฆ่าคนที่นี่ตั้งแต่สมัยสงครามโลกแล้ว” นาคิร่าตอบพลางตั้งใจดูการท้าดวลอย่างแน่วแน่
“หา..... เด็กคนนั้นฆ่าคนมาเยอะแล้วงั้นสิ..”
“ฉันไม่รู้ แต่ข่าวลือก็ว่าเธอฆ่ามาเป็นล้านๆ คนแล้ว ตอนนี้ฉันพอเข้าใจที่จักรพรรดิต้องลงไปสู้เอง ... เพราะท่านก็เป็นถึงนักรบวอแลนซ์เตทรุ่นแรก ฝีมือท่านก็ไม่น้อยเหมือนกัน....” นาคิร่าตอบ
“หือ... ละ ละ... ล้านคน!!!” ผู้ฝึกสอนตกใจกับคำตอบของเธอ
“ก็ตามนั้นล่ะ...” น่าคิร่ายังคงตั้งใจดูต่อไป
“แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่านั่นคือองค์หญิงรัชทายาทเอเวียนดา” ผู้ฝึกสอนหันมาถามอีกครั้ง
“ได้ข่าวมาจากทางรายการทีวีเฉยๆ คนที่เทเลพอร์ตบนถนนในข่าวนั่นคือเธอไงล่ะ ในเอกภพนี้ มีแค่เธอที่ข้ามความเร็วแสงได้ด้วยตัวเปล่า ฉันเลยต้องรีบมาดูให้แน่ใจนี่แหละ...” นาคิร่าตอบ
กลางสนามอารีน่า ปืนสีเงินของเซเล่ได้ปรากฏชัดแก่สายตาผู้คนมากมาย เธอได้เอามือซ้ายแตะจอสกรีนเล็กๆ รูปสามเหลี่ยมเปลี่ยนโหมดเป็นการลอกเลียนแบบ เธอได้มองสายตาคนรอบๆ ก่อนจะนึกถึงปืนกระบอกหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่อาวุธของเธอวางอยู่ในนั้น แล้วคัดลอกปืนลูกซองยาวสีเงินทันที .....
“M-2750 Lamstrong Super Zert คัดลอก...!!” ปืนสีเงินของเซเล่ได้เกิดคลื่นตามผิวบอดี้ปืน ลูกบากศ์เล็กๆ นับล้านเรียงตัวกันใหม่เป็นรูปทรงปืนที่ยาวขึ้นกว่าเดิม ลำกล้องสีทองและบอดี้ปืนสีเงินมีลวดลายแกะสลักโบราณขึ้นเฟดตามผิวปืน ไม่นานนัก ลูกซองยาวโมเดล 2750 ก็ปรากฏขึ้นกลางอารีน่า...
“ไง.... ฉันใช้ปืนที่ไม่ล้ำเกินแกดีกว่า เดี๋ยวหาว่าฉันขี้โกง.....” เซเล่ยกปืนขึ้นแบกไว้บนบ่าพร้อมเชิดหน้าคุยกับเทสเลอร์
“ฉันรู้ ยังไงเธอก็เก่งกว่าฉันแน่ๆ ...ต่อให้ปืนของเธอไม่ล้ำเกินกว่าฉัน แต่นั่นมันลูกซองนะเห้ย...!!” เทสเลอร์พูดขึ้นด้วยความหวั่นกลัว ก่อนที่เซเล่จะตอบว่า “ฉันเสียเปรียบระยะแกนะรู้มั้ยเนี่ย เดี๋ยวฟาดด้วยด้ามปืนให้สมองไหลเลยนิ...”
“ใจร้ายจังนะ...โอเคก็ได้ๆ ฉันยอมแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่ามั้ง...!!” เทสเลอร์ยกปืนเล็งเธอด้วยมือซ้ายเหมือนเดิม ในขณะที่เซเล่แบกปืนแล้วย่อขาห่างจากเขา 400 เมตรก่อนที่เธอจะยิ้มมองดูท่าทีของเขาอย่างแน่วแน่
ผู้ชมต่างแปลกใจกับอาวุธของเธอ หลายคนสงสัยกับการแปลงอาวุธของเธอมาก แต่บางคนก็พอจะเข้าใจหลักการแปลงธาตุของเธอในการเปลี่ยนอนุภาคควอนตัมในการเอาปืนนั้นออกมาจากอากาศ และยังตั้งข้อสงสัยในการเลือกปืนของเธอด้วย ว่าทำไม เธอจะต้องใช้ปืนแบบนี้
“เธอน่าจะเลือกปืนที่มีอานุภาพมากกว่าลูกซองนั่นนะ....อย่างปืนกลมือที่น่าจะคล่องตัวกว่า หรือเรลกันที่ยิงแรงๆ ไปเลย” นีโอเอ่ย
“ฉันว่าเธออาจจะถนัดลูกซองก็ได้....” คาลาชตอบ
“ปืน Lyka-CBD ลูกซองเลเซอร์ทันสมัยกว่าปืนแลมส์สตรองตั้งเยอะ แถมยิงออโต้ได้ ทำไมเธอไม่เลือกอันนั้นล่ะ.....”
“ฉันว่าฉันเห็นเธอกวาดสายตามองผู้ชมทุกคนก่อนเธอจะเลือกปืนกระบอกนั้น....” คาลาชเอ่ย
“ทำไมกันล่ะ.....” นีโอถามคาลาชด้วยความสงสัย
“เธออาจจะไม่ชอบให้ใครดูถูกเธอก็เป็นได้ เพราะเพื่อนเราหลายคนก็มองว่าผู้หญิงแบบนั้น ทำไมถึงได้รับคำท้าจากองค์จักรพรรดิ......การที่เธอเลือกถือปืนนั้น ซึ่งเป็นปืนราชวงศ์เยอรมัน ทำให้เธอดูมีศักดิ์มีระดับและเหมือนคนราชวังมากกว่านะสิ....ถึงยังไงก็เถอะ เธอดูเสียเปรียบระยะมาก แต่เธอสามารถเทเลพอร์ตได้ นับเป็นการกำจัดข้อเสียโดยสิ้นเชิงในด้านนี้ ที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับเธอมีมากโข ต้องรอดูการดวลครั้งนี้ก่อน” คาลาชใจจดใจจ่อกับความคิดเธอ ไม่ว่าจะแผนการ อาวุธ ยุทธวิธี มันน่าสนใจมากจนเขาหยิบเอาไมโครคอมพิวเตอร์จากกระเป๋าขึ้นมาวิเคราะห์เธอทันที
“แค่เรื่องแบบนั้น เธอก็เกินมือพวกเราไปมากแล้ว...” มาลคัสเอ่ย
ไม่นานนัก เวลาก็เริ่มนับถอยหลังบนโฮโลแกรม
[3,2,1 Start]
เซเล่ได้ชักลูกซองเงินแล้วถีบเท้าซ้ายพุ่งเข้าหาเทสเลอร์ด้วยความเร็ว 50 เมตรต่อวินาที การเล็งปืนของเทสเลอร์ ได้เล็งตรงหน้าของเธออย่างไม่หลุดเป้าแม้เธอจะมีการขยับซ้ายขวา เมื่อเหลือระยะสองเมตร เขาได้ยืนนิ่งลั่นปืนยิงกระสุนไฟฟ้าความเร็ว 26 มัคใส่หน้าเธอ แต่เขาก็คิดไว้ก่อนว่าเธอจะต้องหลบซ้ายหรือขวาแน่ ในช่วงเวลานั้น ปืนที่เขายิง 1 ครั้ง จึงมีกระสุนออกมาทั้งหมดสามนัด ทั้งแนวตรง ทางซ้าย และขวา....อย่างละนัด
ชั่วพริบตาที่เหมือนเวลาหยุด แต่ไม่ได้หยุด หลังเสียงปืนลั่น เซเล่ได้จ้องมองกระสุนที่พุ่งเข้ามาก่อนที่เธอจะยิ้มแล้วล้มตัวเงยหน้าหลบกระสุนที่เฉี่ยวปลายผมไป และสไลด์พื้น เฉียดตัวเทสเลอร์จนเขาตกใจกับความคิดของเธอ “อะไรน่ะ...... ฉันคิดว่าเธอจะ...!!!”
ในภาพสโลวโมชั่นขณะที่เธอสไลด์พื้น เธอได้งัดปืนขึ้นเล็งกลางคอของเทสเลอร์แล้วลั่นไกทันที ... “หึๆ ..แกฉลาด ฉันฉลาดกว่า” [โบ้ง....!!] “หลบให้ทันนะจ๊ะ....”
“อ๊ะ!!! ยากเกินไป... ถ้าเธอยิงมาสองนัด ฉันต้องโดนซักนัดแน่ๆ” ในจังหวะที่เทสเลอร์เหล่ตามองลงด้านล่างไม่ถึงเสี้ยววินาที เขาก็ได้โน้มตัวไปด้านหลังหลบกระสุนลูกปรายที่กระจายออกกว้างขึ้นบนฟ้าจนเฉี่ยวชายเสื้อเขาอย่างน่าตกใจ “เธอยิงแค่นัดเดียว...”
เมื่อเซเล่สไลด์เลยตัวเขาไป เทสเลอร์จึงได้หมุนปืนกลับมาทั้งที่ตัวเขาอยู่ในท่าเอียงตัวหลบ และมือเขายังอยู่ทิศทางเดิม....ซึ่งเหมือนท่ายิงตัวตาย แต่ว่า... [เปรี้ยง...!!!]
เขายิงเฉียดเสื้อตัวเองด้วยนิ้วโป้ง กระสุนขนาด 10.5 มม.วิ่งผ่านแนวกระดุมจนแรงลมทำเสื้อเขากระพือเบาๆ กระสุนได้เฉียงลงไปยังด้านหลังของเซเล่ด้วยความเร็ว 10 มัค
“หืม..??” เซเล่หุบยิ้มหลับตาเอามือซ้ายดันพื้นยกลำตัวลอยขึ้นจนกระสุนทะลุเส้นผมและเสื้อคลุม กระสุนได้ลอดผ่านใต้ลำตัวเธอลงกระทบพื้นโลหะดังต้าว..!! แล้วชิ่งสะท้อนกลับขึ้นมาในแนวขาขวาของเธอ แต่เธอหุบขาพับข้อเข่าข้างหนึ่งหลบมันจนกระสุนเฉียดปลายรองเท้าของเธอขึ้นไปบนฟ้าก่อนที่เธอจะหมุนตัวเงยหน้าไปทางเทสเลอร์แล้วชักปืนเล็งยิงเขาพร้อมเอาขาขวาดามแรงรีคอยน์ไว้ทันที.... [โบ้ง....!!!]
เทสเลอร์ที่เกือบอยู่ในท่าสะพานโค้ง เขาได้เอามือแตะพื้นแล้วถีบเท้าตั้งหัวลงพื้นเท้าชี้ฟ้าหลบแนวกระสุนทั้งหมดของเซเล่ ซึ่งมันกระจายตัวกว้างกว่า 2 เมตรด้วยลูกปราย 44 เม็ด พร้อมหัวกระสุนหลักตรงกลาง 1 นัด ซึ่งเขาทิ้งตัวไปอีกฝั่งที่รัศมีลูกปรายของเซเล่ไปไม่ถึงก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะกลับมายืนขึ้นในท่าหันปืนเล็งเข้าหากันอีกครั้ง
“เฮ.......!!!” เสียงผู้ชมต่างเฮสนั่นกับสิ่งที่น่าเหลือเชื่อในการต่อสู้ จังหวะการใช้ปืนของทั้งคู่น่าสนใจมากในสายตาพวกเขา ไม่ใช่การยิงปืนทิ้งขว้างราวกับว่ามีกระสุนไม่จำกัด แต่พวกเขา กลับตั้งใจที่จะใช้กระสุนในหนึ่งนัดนั้นให้แน่ใจว่า 90% พวกเขาจะต้องยิงโดน 1 ครั้ง ใช่แล้ว..... ที่ยิงไม่โดน เพราะ 10% นั้น คือกลยุทธ์การอ่านและหลบหลีกวิถีกระสุนของพวกเขา ซึ่งมันไม่ธรรมดาเลย เพราะจังหวะคนทั่วไปเข้าไปสู้กับพวกเขานั้น .... นัดแรกอาจโดนเต็มๆ ก็ได้...
“แจ่มเลยเซเล่.... สมกับเป็นนักฆ่าของฉันจริงๆ” เทสเลอร์เอ่ย
“เดี๋ยวสิแก.... ฉันยังไม่ได้ตกลงว่าจะเป็นของแกเลยนะ....” เซเล่ตอบ
“แบบนี้ก็สวยนะสิ...” เทเลอร์เอ่ยพร้อมเชิดใส่เธอหน้าเล็กน้อย
“ฉันสวยอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะสวยเมื่อกี้นิ... หึๆ” เซเล่ยิ้มมีเล่ห์ เธอมองเขาด้วยแรงอาฆาตเล็กน้อยในขณะที่ผู้ชมยังคงฮือฮากันช่วงเมื่อกี้อยู่เลย
“น่ารำคาญซะจริง...!!”
บนอัฒจันทร์ฝั่งขวา ทาเลสได้เดินหน้าบึ้งเข้ามานั่นคุยกับกลุ่มเพื่อนของคาลาช เธอสงสัยว่าทำไมเธอถึงโดนตัดออกจากอารีน่าทั้งที่เธอมีแรงก์สูงถึง SR ทำให้คาลาชต้องเล่าเหตุการณ์ต่อสู้เมื่อกี้ให้เธอฟังซึ่งมันก็น่าเหลือเชื่อมากสำหรับเธอเกี่ยวกับกลยุทธ์ลูกซองที่เซเล่ใช้
“ทาเลส เธอน่ะ เร็วไม่เท่ากับเซเล่หรอก....” นีโอเอ่ย
“ฮือ.... ฉันเข้าใจแล้วว่าฉันตามไม่ทันความคิดเธอ... ถ้าเป็นฉันเมื่อกี้ ฉันคงโดนสอยคางลอยจากพื้นแน่ๆ ... ต่างจากองค์จักรพรรดิ ที่หลบกระสุนเสี้ยววินาทีของเธอได้อย่างนั้นน่ะ ฮือ...” ทาเลสงอแงใส่นีโอ
“เธอจะร้องไห้ทำไมกันเล่า!!” นีโอถามทาเลส
“ขนาดองค์จักรพรรดิเองยังหวั่นเกรง แทบทุกนัดที่ถูกเซเล่ยิงนั่นคือจังหวะที่หลบได้ยากมากๆ และโดนจุดตายกันง่ายๆ จากวิดีโอวิเคราะห์ของฉัน เซเล่มีโอกาสยิงเขาโดนมากกว่า 95% ทุกตำแหน่งที่เธอเล็งนั่น ครอบคลุมเกือบทั้งร่างกายเลยทีเดียว เพราะเธอใช้ปืนลูกซอง ซึ่งในท่าหลบขององค์จักรพรรดินัดที่สองนั้น ถ้าเขาดันตัวไม่ขึ้นในท่าสะพานโค้งให้ขาตัวเองลอยกลับไปละก็ คือเขาต้องโดนลูกปราย และกระสุนหลักอัดไม่ต่ำกว่า 18 จุดกระสุนหลักทะลุแนวเอวเลยทีเดียว คือเขามีสิทธิตายแน่ๆ!!” คาลาชเอ่ย
“สุดยอดจริงๆ นั่นแหละ... นั่นสินะ นักฆ่าที่ฆ่าคนมาแล้วมากกว่าล้านคน...” มาลคัซเอ่ยพลางเอามือจับคางมองทั้งคู่ในอารีน่าด้วยความตั้งใจ
“แต่ในมุมมองเดียวกัน องค์จักรพรรดิมีความเร็วการลั่นปืนเป็นเลิศ รวมถึงความเร็วของลูกกระสุนด้วย ไม่คิดว่าเซเล่เองจะหลบได้เหมือนกัน เพราะจากการวิเคราะห์ องค์จักรพรรดิ ยิงครั้งแรก 3 ทิศทางด้วยความเร็ว 26 มัค ถ้าสมมุติพวกเราหลบ เราคงไม่ได้คิดแบบเซเล่ คงเลือกออกซ้ายหรือขวา ซึ่งไม่เสียจังหวะยิงของเราในการสวน ... เพราะนอกนั้น โอกาสพลาดล้ม และเสียจังหวะสวนคืนเยอะมาก แต่เธอก็สามารถสไลด์ตัวแหงนปืนขึ้นเล็งยิงคอขององค์จักรพรรดิได้อย่างไม่ลังเล ลูกปรายของเธอคือกระจายโดนแทบทั้งตัวท่านเลยหละ... และช็อตที่สอง เธอดีดตัวลอยหลบมุมกระสุนที่ตัวเองมองไม่เห็นเนี่ย คนธรรมดาทำไม่ได้แน่ๆ เธอต้องฟังเสียงกระสุนแหวกลมให้ชัด เพื่อให้รู้ว่า กระสุนกำลังวิ่งยังไงและมาทางไหน ซึ่งเสียงลูกกระสุนขององค์จักรพรรดิขนาดใหญ่ จึงฟังชัดมาก...!!!” คาลาชเอ่ย
“ขนาดนั้นเลยหรอ...?” ทาเลสมองดูวิดีโออย่างสนใจในขณะที่นีโอยังสงสัยว่า “ทำไมเธอไม่เทเลพอร์ตเอาถ้าจะเล่นท่ายากขนาดนี้...”
“ธรรมดาโลกไม่จำไงละ.... นายไม่รู้จักสำนวนนี้หรอ.?” มาลคัสตอบพร้อมชูนิ้วชี้ขึ้นมา
“เธอตั้งใจโชว์สปีริตที่แท้จริงให้ทุกคนดู..... ทำไมทั้งสองคนดูสนุกกับการดวลจังเลยนะ....” ทาเลสเอ่ย
“เพราะได้เจอคนที่ฝีมือพอๆ กันละมั้ง...”
“ก็อาจจะเป็นงั้น” มาลคัสเอ่ย
ต่อมาหลังจากที่เทสเลอร์กับเซเล่ดวลปืนผ่านช็อตเสี่ยงตาย 2 ช็อตแรกไป เซเล่ก็เลิกใช้กลยุทธ์พุ่งเข้าประชิดแบบเดิม เพราะเธออยู่ห่างจากเทสเลอร์ไม่เกิน 10 เมตรแล้ว เธอชักคันโยกใต้ปืนรวดเร็วราวกับปืนมันหมุนตัวควงรอบมือเธอเอง เทสเลอร์ได้ปลดแม็กปืนใส่ซองกระสุนแบบยาว 15 นัดแทนซองแบบ 5 นัดเดิม เขาได้เอาโซ่ร้อยด้ามปืนและไกปืนไว้กับมือเป็นสองสาย เขาได้เปิดซองกระสุนทั้งหมดที่อยู่ที่เอวของเขาไว้เตรียมเปลี่ยนเกือบ 10 แม็ก เทสเลอร์กำลังมีกลยุทธ์อะไรกันนะ
“ถึงเวลาเอาจริงแล้วสินะ....” เทสเลอร์เอ่ยพร้อมสับปีกนกปืนของเขา ก่อนที่จะทิ้งปืนลงพื้นและจับโซ่เอาไว้
“มีลูกไม้อะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกล่ะ...?” เซเล่ใส่กระสุนเข้าไปในห้องกระสุน 2 นัด และสร้างกระสุนไว้ในแนวมือซ้ายของเธอกลางอากาศอีก 8 นัด เธอหยิบมันมาไว้ในมือ 2 นัด และตั้งท่าทิ้งปลายลำกล้องไปด้านหลังพร้อมวางเท้าซ้ายไว้หน้าสุดและขาขวาขนานกับปืน เธอได้เอากระสุนสองนัดที่ถือชี้ไปหาเทสเลอร์ก่อนที่เธอจะเอ่ยว่า “หึ...... แกยังไม่เคยเห็นการการยิงปืนให้ออกมาพร้อมกันทั้งแม็กสินะ!!!”
“ฉันไม่สนหรอกหน่า เธอน่ะจะทำยังไงก็ได้นี่เนอะ...” เทสเลอร์จ้องที่ขาซ้ายของเธอ เขามองว่า ไม่ว่าเธอจะยิงท่าไหนก็ตามในท่าที่เธอตั้งปืนแบบนั้น ขาซ้ายเธอไม่น่าจะขยับจากจุดนี้เท่าไร... แต่เขากับเล็งสายตาไปที่ขาขวา ... “ฉันควรยิงล่อเป้าที่ขาขวา และยิงขาซ้ายทีหลังในจังหวะที่เธอเปลี่ยนท่าน่าจะดีที่สุด....”
ในขณะเดียวกัน เซเล่มองปืนที่ห้อยโซ่ เธอรู้ว่าตอนนี้ปืนนั่นมีทิศทางยิงที่เดายากกว่าเดิม เพราะมันไม่ได้ถูกร่างกายบังคับทิศทางเหมือนถืออยู่บนมือที่มีจุดบอดหลังการยิงครั้งแรก
“ฉันไม่สนหรอกนะว่าฉันจะได้กี่แผลจากการดวลรอบนี้ น่าสนใจจริงๆ แกไม่เคยเปลี่ยนไปเลยเทสเลอร์...” เซเล่คิดในใจ ก่อนที่เธอจะหมุนตัวปล่อยกระสุนในมือร่วงกลางอากาศแล้วยกขาซ้ายร่นระยะของตัวเองไปข้างหลังครึ่งหนึ่งในเวลาไม่ถึงวินาที โดยที่เทสเลอร์ได้เหวี่ยงโซ่เอียงตัวไปทางขวามือของตัวเอง ปืนของเขาได้สะบัดลอยตัวขึ้นยิงเฉียงจากทางขวาของเขาไปยังขาขวาของเซเล่ เทสเลอร์ตกใจที่เธอไม่ยกขาขึ้นหลบกระสุนนัดแรกที่เขายิง ในขณะที่เขามัวแต่สังเกตปลายเท้าของเซเล่ ปากกระบอกปืนลูกซองของเธอก็ตรงกับใบหน้าเขาแล้วลั่นออกมา [โบ้ง..!]
“แย่ละ...”
เทสเลอร์ลืมสังเกตตำแหน่งขาซ้ายที่ยกไปเพียงแค่ครึ่งเดียวของเธอนั้นทำให้เธอสามารถตบเท้าขวามาแนบเท้าซ้ายเพื่อเปลี่ยนจุดหมุนของตัวเองหันปืนที่ยิงไปแล้วพลิกกลับซ้ายเป็นขวาในแนวนอนพร้อมหมุนปืนเสียบกับลูกกระสุนลูกที่ 1 ที่ลอยอยู่กลางอากาศเข้าห้องกระสุนแล้วยกเท้าขวาถีบกระสุนลูกที่สองจนพุ่งไปพร้อมๆ กัน
“ท่าแบบนั้น!!!!”
เทสเลอร์ไม่มีโอกาสยิงนัดที่สองเพราะเขาถูกบังคับให้หลบกระสุนลูกซองที่เธอยิงมากระจายเต็มหน้า ทำให้เขาต้องโน้นตัวหลบไปด้านหลังครึ่งตัว ..... แต่ว่า กระสุนทั้งซองที่เซเล่ถีบมาต่างหากนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่า ทำให้เทสเลอร์หลบไม่พ้น และถูกกระสุนกระแทกเข้ากลางอกจนเสียจังหวะไปและล้มลงพื้น
แต่เขาก็ตั้งตัวหมุนมือเหวี่ยงสายคล้องปืนในขณะที่กำลังล้มให้หมุนกลับมาแล้วกระตุกสายลั่นไกยิงอีกครั้งทั้งที่เขากำลังจะล้มนอนกับพื้น เขามั่นใจว่าเซเล่จะยิ่งไม่โดนเขาอีกสักพัก ในขณะเดียวกัน เซเล่หมุนตัว 17 รอบลดตัวต่ำลงใน 2 วินาที เธอดึงคันรั้งและยิงต่อเนื่องโดยที่ปืนอยู่บนหลังของเธอพร้อมเอียงแนวการหมุนปืนเข้าหาแนวกระสุนของเทสเลอร์จนสะท้อนออกนอกสนามไป....
“เดี๋ยวนะ นั่นเธอกำลังใช้ประโยชน์จากคานเหวี่ยงทำความเร็วการลั่นกระสุนอย่างที่ลูกซองทั่วไปทำไม่ได้?” ทาเลสมองดูเซเล่หมุนตัวยิงลูกซองอย่างประหลาดใจ
“นายถามฉันว่า ทำไมนางไม่ใช้ลูกซองกล.... นายดูนั่นดิ!!!” คาลาชเอ่ย
“ชักปืนโดยใช้แรงเหวี่ยงโยกคันรั้งแบบวินเชสเตอร์เพื่อชักปืน แล้วบรรจุลูกปืนกลางอากาศด้วยการปล่อยให้มันร่วงลงมาตรงกับช่องใส่กระสุนแล้วชักยิง โดยที่ทำลูปตำแหน่งวนไปเรื่อยๆ จนกว่ากระสุนที่เธอทิ้งจากกลางอากาศจะหมด..... มันก็เหมือนลูกซองกลนั่นละ 2 วิ เธอยิงไป 16 นัดเต็มๆ ...!!” นีโอตอบ
“... ไม่.... เธอยิงไปแค่ 2 นัด ที่เหลือมีแต่เสียง กระสุนไม่ออกมา....” คาลาสเอ่ย..
“หมายความว่ายังไง...” ทาเลสกับนีโอถาม
[วี๊ด....โบร้งๆ ๆ ๆ ๆ ......!!!] “เธอจะยิงในครั้งเดียว 14 นัด...!!! นั่นล่ะที่เธอจะทำ” คาลาชตอบ
“หา...!!!” ในภาพสโลว์ กระสุนปืนทั้งหมด 14 นัดถูกเรียงในลำกล้องเพราะเธอหมุนตัวทำลูปเร็วมากจนกดยิงได้ต่อเนื่องติดๆ กัน ในจังหวะที่เธอกวาดปากกระบอกครั้งสุดท้าย ชุดลูกปรายได้ไล่พุ่งออกจากปากกระบอกเรียงกันในระยะห่างหนึ่ง เมื่อไปถึงตัวเทสเลอร์ กำแพงกระสุน 14 นัด 616 ลูกปราย ได้ครอบคลุมไปทั้งตัวของเขาและพื้นที่แนวหลังเขาทั้งหมด ปืนได้คืนสภาพปืนเป็นปืนควอนตัมเดิมของเธอในการหมุนครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะหยุดหมุนหันปืนไปหาเขา
“.... รอบนี้แกแพ้ฉันแล้วเทสเลอร์...”
เทสเลอร์มองกำแพงกระสุนทั้งหมดก่อนจะเอ่ยว่า “ยังหรอก....” เขาโยนแม็กปืนทั้งหมดขึ้นในแนวนอนกลางอากาศ กระสุนของเขามี 150 นัดจาก 10 แม็ก ชั่วเวลาที่ถูกหยุดทั้งหมด เทสเลอร์ได้เหวี่ยงสายยิงปืนของเขาใส่ลูกปรายที่เข้ามาหาเขาทุกนัด
0.01 วิ เขาเหวี่ยงสายคล้องเสียบแม็กปืนยิงรวดแล้วปลดออกสลับแม็กปืนใหม่เร็วยิ่งกว่าฟ้าผ่า
0.5 วิ เขายิงเคลียร์ลูกปรายไป 75 นัด อีก 0.5 วิ เขายิงเคลียร์ลูกปรายอีก 75 นัด และหลังจากเขาได้ใช้ความสามารถหลักของปืนทันที ...
“โยเนียร์.....!!!!”
[เปรี้ยง...ครืน!!!]
เซเล่เห็นดังนั้นจึงลั่นปืนนัดสุดท้ายออกมา “Recoilder....!!!”
[จิเชี่ยว...!!!]
กระสุนไฟฟ้าได้ลั่นออกมากระทบกับกระสุนควอนตัมของเซเล่จนระเบิดตัวเป็นแสงสีแดงกว้างออกไป แรงระเบิดได้ผลักลูกปรายทั้งหมดพุ่งกระจายตามรัศมีทะลุพื้นอารีน่าลงไปลึกกว่า 940 เมตร จนเป็นรูเพลิงร้อน แต่ไม่มีนัดไหนโดนตัวเทสเลอร์เลย และกระสุนควอนตัมของเซเล่ได้สูบเอาอากาศ เพลิงร้อนและกระสุนของเขาหายไปโดยที่เซเล่ยังยืนไม่รู้สึกอะไรพร้อมเล็งปืนใส่เขาอีกครั้ง เทสเลอร์เองก็แขนชาจากการใช้ความสามารถของโยเนียร์ จนเขายกปืนด้วยมือขวาไม่ไหวแล้ว.....
“เหมือนตอนนั้นเลยนะเทสเลอร์... ภาพที่แกยิงฉันแบบนี้ แล้วแกก็ล้มลงนอนสภาพแขนใช้ไม่ได้แบบนี้.... ยังไงแกก็แพ้ฉันนั่นแหละ...”
“อ่าห๊ะ เราทั้งคู่กระสุนหมดแล้ว แต่สภาพแบบนี้ฉันก็แพ้นั่นแหละ ... เธอผ่านการทดสอบระดับ EX..... ยินดีต้อนรับกลับบ้าน....” เทสเลอร์ได้ลุกขึ้นมาเก็บปืน และเดินเข้าไปหาเซเล่ เขาได้โอบกอดเธอแล้วร้องไห้ออกมา...... “ฉันรอเธอมานานมากเลยนะรู้ไหม...?”
“อืม... ฉันไม่ร้องไห้กับแกหรอกนะ แต่ฉันก็มีความสุขแล้วที่ได้เจอแกอีกครั้ง” เซเล่ได้เอามือกอดเขา ภาพการท้าดวลวันนี้สร้างความฮือฮาทั้งโลก.... คลาส EX คนแรกของโลกปรากฏตัวขึ้นแล้วสินะ
“บะ... บ้าหน่า .... EX งั้นหรอ ไม่มีใครทำได้ขนาดนั้น แล้วองค์จักรพรรดิล่ะ...??” ผู้ฝึกสอนสงสัยขึ้นมาหลายคน นักเรียนเองก็เช่นกัน “ก็นั่นล่ะ องค์หญิงแห่งเอเวียนดา...” นาคิร่าได้หลับตาลุกออกจากอารีน่าไป “องค์จักรพรรดิคงไม่มากไปกว่าเธอนักหรอก ยังไงท่านก็มีขั้นต่ำ UR แล้วล่ะ”
“โห.... การต่อสู้โดยใช้พลังขั้นต่ำให้สูงที่สุดแบบนั้นน่ะ ยากโคตรๆ เลย ขนาดองค์จักรพรรดิถึงกับจำเป็นต้องรีดความเร็วให้มากพอที่จะป้องกันตัวเองให้ได้......” นักเรียนคนหนึ่งเอ่ย
“นั่นสิ ถ้าฉันลงสนามไป ฉันคงโดนอัดคากำแพงกระสุนไปละ...”
“อืมนั่นสิ เธอไปเอาลีลาการใช้ลูกซองต่อเนื่องแบบนั้นมาจากไหนกัน...?”
“องค์จักรพรรดิก็ฝีมือโหดเหมือนกันแฮะ!”
“ฉันอยากคุยกับเธอจังเลยอะ เก่งมากๆ” นักเรียนต่างวิจารณ์พวกเขาด้วยความแปลกใหม่ในการต่อสู้
คาลาสที่มองดูพวกเขากอดกันกลางอารีน่าแล้ว เขาถึงกับพับคอมเก็บใส่กระเป๋าแล้วเดินหน้าบึ้งหนีไปเลย
“อะไรของเขาน่ะ.... วิเคราะห์กันสนุกๆ อยู่ๆ ก็หน้าบึ้งหนีซะงั้น” นีโอหันไปมองคาลาชอย่างสงสัย
“เธอมีแฟนแล้วทำไมไม่บอกฉันนะเซเล่...” คาลาชนึกในใจ
เซเล่ได้เผยสายตาอันอาฆาตขึ้นมา เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดทะลุประสาทเสียงของคาลาชว่า “ฉันก็บอกแกไปแล้ว.... แกจะยุ่งอะไรฉันด้วยล่ะ หึๆ ...”
“ฉัน...ขอโทษ........!!” คาลาสวิ่งแจ้นกลับห้องเรียนไปทันที
“อ่าว คาลาช....” เพื่อนเขางงกับคาลาชมาก ว่าเขาเป็นอะไร ในขณะที่เลขาของเทสเลอร์ยังอึ้งกับแรงระเบิดเมื่อกี้ไม่หาย
“ค่ะท่าน...... ฉันเชื่อแล้วค่ะ ว่ารุนแรงกว่านิวเคลียร์จริงๆ .... ใครจะซ่อมรูลึก 1 กิโลกันละเนี่ย...!!!”
ความคิดเห็น
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ