
หลังจากการท้าดวลในอารีน่าผ่านไป เลขาของเทสเลอร์ก็ได้สั่งให้นักเรียนพากันมาซ่อมพื้นอารีน่าที่เป็นรูลึกเกือบ 1000 เมตรทั้ง 400 รู “อืม... นิวเคลียร์ก็นิวเคลียร์เถอะ ถ้าเมื่อกี้มันคือลูกระเบิดนิวเคลียร์จริงๆ ที่นี่คงหายไปเลยมั้ง ปืนยิงทะลุพื้นดินกิโลหนึ่งนี่กินพื้นที่มหาศาลเลย... เธอคนนั้นเป็นใครกันแน่...”
“ว่าก็ว่างั้นเถอะ... ทำไมไม่ให้ยัยเด็กแสบระดับ EX นั่นมาซ่อมเองล่า....” นักเรียนหลายคนบ่น
“ทำๆ ไปเถอะหน่า เดี๋ยวก็โดนทำโทษหรอก...” เพื่อนอีกคนตอบ
“นั่นสิ แค่นักฆ่ายุคเก่า จะสู้อาวุธและการต่อสู้ยุคใหม่ได้หรือ... มันเกินไปหน่อยมั้ง อยากลองดวลกับเธอแล้วสิ...” นักเรียนหญิงคนหนึ่งเอ่ย ที่เอวของเธอพาดดาบคู่เลเซอร์สองเล่มไว้ และเธอก็ยังคงช่วยเพื่อนซ่อมแซมพื้นต่อไปอย่างเงียบๆ
ขณะเดียวกัน เทสเลอร์กับเซเล่ได้เดินออกไปยังทางเชื่อมต่ออาคารหลัก เทสเลอร์ได้ถามเธอว่า... “นี่ เซเล่ 300 ปีผ่านไปเธอยังไม่เปลี่ยนเลยนะ...”
“อืม แล้วยังไง? หรือแกจะหาว่าฉันแก่...” เซเล่หยุดยืนกอดอกหลับตา ทำให้เทสเลอร์ต้องหันมาง้อเธอแล้วเอ่ยว่า “เห้ยๆ ๆ ใจเย็นๆ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ...
“ไม่พูดแต่ในหัวแกมันคิด...!!!” รอบตัวเซเล่มีออร่าดำมืดขึ้นมา
“ฉิบหาย... ฉันไม่ยักจะรู้ว่าเธออ่านใจคนได้...!” เทสเลอร์อึ้งในใจ เขาคิดว่าเขาต้องโดนเธอจู่โจมแน่ๆ ในขณะที่เธอพูดออกมาว่า
“หึๆ ... แต่นะ... ฉันรู้อีกอย่างว่าแกคิดอะไรกับฉันแบบไหน....ฮ่าๆ ๆ ๆ แย่จริงๆ เลยฉันเนี่ยนะ” เซเล่เดินผ่านหน้าเทสเลอร์ไป เธอยิ้มหัวเราะไปตลอดทางจนเทสเลอร์คุมสติตัวเองไม่อยู่ “ฉันต้องเป็นประสาทตายแน่เลยแบบนี้ จะทำอะไรคิดอะไรก็ต้องระแวงไปหมด...”
“ก็ดีแล้วนี่.... ฉันน่ะ ไม่ใช่ว่าจะอ่านใจคนตลอดเวลานะ ไม่งั้นมันจะมั่วซั่วปั่นป่วนประสาทฉัน ฉันจะดูแค่ชั่วครู่เท่านั้น มันรำคาญสมองฉันน่ะ...” เซเล่ตอบพร้อมแบมือกลับไปข้างหลังเธอให้เทสเลอร์เห็น
“นี่เธอหาว่าฉันน่ารำคาญหรอ...!?” เทสเลอร์ตวาด
“ร้อนตัวไวจังนะ.... หึๆ ๆ”
เทสเลอร์ถึงกับหยุดคิดไปสักพัก ไม่นานเขาก็คิดบางอย่างออกก่อนที่จะถามเซเล่ว่า “นี่เซเล่ ... เธอหายไปไหนมาตั้ง 300 ปี...”
“อื้ม... นั่นสินะ เรื่องมันยาว.. และฉันก็ไม่ได้อยู่ในโลกนี้...” เซเล่เอานิ้วชี้แตะปากเงยหน้าคิด และเทสเลอร์ก็สงสัยขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวๆ ไม่ได้อยู่ในโลกนี้คือ??”
“.... ถ้าฉันบอกว่าฉันออกจากเอกภพไป แกจะคิดยังไง...มีที่ไหนใช่ไหมล่ะ คนที่จะออกนอกจักรวาลได้” เซเล่เอ่ย
“ปกติก็ต้องตายก่อน ... หรือเธอตายไปแล้ว??”
“ไอ้บ้า..!!! ฉันไม่มีทางตายได้ย่ะ..!! แล้วก็เลิกคิดว่าฉันจะตายโน่นนั่นนี่ไปเลย ไม่ต้องห่วงฉันหรอกหน่า... ฉันเป็นอยู่มานานกว่าชีวิตแกอีกนะ..ฮ่าๆ ๆ เดี๋ยวเอามีดแทงซะเลยนิ...”
“ใจร้ายจังนะ”
“น่าตัดลิ้นให้เลือดทะลักซะจริง” เซเล่แอบโมโห แต่เธอก็หันหน้าไปแล้วเล่าต่อ
“คืองี้.... ฉันได้พบกับอัลเธอเรียร์มาหลังจากต่อสู้กับนายพลคนนหนึ่งในอเมริกา... เห็นบอกว่าเธอเป็นกลุ่มสภาครีเอเตอร์ที่ตามหาฉันอยู่ และอยู่บนดาวคนละดวงกับพวกเรา.. เธอบอกว่าไครนิกซ์ (Crynx) เผ่าพันธุ์ของเธอทำลายเอกภพอื่นๆไปทั่ว ฉันไม่ได้ตกลงหรอกนะว่าจะไปช่วยใครนอกเอกภพ แต่เหมือนว่าเขาจะมีบางอย่างให้ฉันดู เขาได้ให้ฉันมองดูภาพบันทึกจากเอกภพอื่นที่อยู่ในระหว่างสงครามอันเลวร้าย มันไม่ได้ต่างจากที่ฉันเจอมานักหรอกนะ ก็แค่ฆ่าสิ่งมีชีวิต ทำลายที่อยู่อาศัยและถล่มบ้านถล่มเมือง แต่พวกมันทำเกินกว่านั้น มันทำลายวัฏจักร ทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ... มันจะลบล้างเรื่องราวของแต่ละเอกภพทิ้งให้หมด ซึ่งเธอบอกฉันว่า พวกมันต้องการพลังงานจากเอกภพต่างๆ มาผลิตสสารเลือดเพื่อต่อชีวิตพวกมันให้อายุยืนขึ้น แลกกับเอกภพนั้นจะถูกทำลายไป... ฉันได้ลองต่อสู้กับพวกมันดู ช่วยพวกเขารบไว้ด้วยความรู้สึกหนึ่งว่าฉันจะต้องปกป้องมันไว้ให้ได้..... ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเกี่ยวกับการตายของสิ่งมีชีวิตหรอก ฉันเจ็บปวดที่ต้องดูความว่างเปล่าหลังจากนั้นมากกว่า เพราะมันจะไม่เหลือเรื่องราวให้ใครจดจำ เพราะไม่มีใครรอดออกมาได้......”
“.....สิ่งมีชีวิตมากมายหลายประเภทถูกทำลายและถูกดูดกลืนมวลสารไปในเครื่องจักรขนาดยักษ์ มันน่าอนาถใจจริง... อัลเธอเรียร์บอกกับฉันว่า ไครนิกซ์มุ่งหวังตามยึดปราการของเอเวียนดาแห่งหนึ่ง... ชื่อ Loguntr (โลกันตร์) พวกมันเล็งที่นั่นตั้งแต่แรกเพื่อใช้มวลสารมหาศาลจากหลายหมื่นเอกภพมาสร้างสสารเลือดขึ้นมาต่ออายุพวกมัน.... เธอบอกว่าสสารนั่นมันไม่สมบูรณ์ อันที่สมบูรณ์มีแค่ที่เอกภพเรา เพราะท่านเอเวียนดามอบสารนั่นให้ท่านแอโรครอสนำมาไว้ที่เอกภพนี้ สสารเลือดที่แท้จริงสร้างขึ้นใหม่ยาก เพราะที่จริงเป็นเลือดเนื้อและหัวใจของท่านผู้กำเนิดพื้นฐานเอกภพแห่งแรก นั่นคือสิ่งที่พวกมันต้องการ ตอนนี้กองทัพพวกมันมหาศาลมาก... มากจนพอจะล้างหลายพันเอกภพพร้อมกันได้ ... ฉันได้ใช้ควอนตัมสร้างธาตุ ไซยาไดท์ (Zyadite) ขึ้นมาเพื่อย้ายตัวเองไปเอกภพอื่นผ่านตำแหน่งไร้เวลา ข้ามเอกภพไปมาและสู้รบกับพวกมันมาหลายล้านปี แม้เวลาของฉันจะเสียไปมาก แต่ฉันเลือกกลับมาเวลานี้เพราะฉันมั่นใจว่า มันเป็นเวลาที่มากพอจะบอกให้ทุกคนเข้าใจเรื่องราวที่แท้จริงภายนอกจักรวาลอันกว้างใหญ่นี่ ฉันช่วยมามากกว่า 500 เอกภพ แต่มันก็ใช้เวลาหลายล้านปีของแต่ละเอกภพด้วย เวลาข้างนอกมันไม่เดิน ฉันกลับมาที่นี่เมื่อไรก็ได้ การต่อสู้จำนวนมากทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น และช่วยพวกเขาบางส่วนไว้ได้ แม้อีกหลายพันล้านจะสูญเสียไปก็ตาม.... เวลานับล้านปีนั่นทำให้ฉันรู้ว่า ฉันเกิดมาเพื่ออะไร ไม่ใช่เกิดมาดูพวกเขาตายเล่นไปวันๆแน่ และตอนนี้...พวกไครนิกซ์ มันตีแผ่ขยายการโจมตีไปมาก ฉันเลยต้องกลับมาที่นี่เพื่อเตือน...ทั้งที่รู้ว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครเก่งไปกว่าฉันอีกแล้ว แต่ที่สำคัญ ถ้ามันพบสสารเลือด.. ฉันเชื่อว่าตัวการที่แท้จริงจะโผล่มาหาฉันแน่นอน... แต่บอกไว้เลยนะ สเกลการควบคุมของพวกมันแทบจะใกล้เคียงกับฉันเลย ซึ่งมันอันตรายมาก ขนาดฉันเองยังไม่รู้ว่าจะสูญเสียอะไรในการต่อสู้นั่นเลย......”
“นี่เซเล่....”
“หืม อะไร...” เซเล่หันมามองเทสเลอร์ ก่อนที่เขาจะกอดเธออีกครั้ง.... “เดี๋ยวสิ...” เซเล่เอามีดขึ้นมาแทงไหล่เขาเบาๆ เขาได้เอ่ยว่า “ทำไมเธอไม่กลับมาซะเวลานั้นเลยหละ ถ้าเธอเลือกได้ แต่.... นี่เธอทำอะไรเกินตัวจังนะ เธอน่ะ....”
“ก็แล้วไงเล่า... มันเป็นประสบการณ์ของฉัน ที่ฉันกลับมาตอนนี้ เพื่อให้แกรู้ว่า..... ฉัน ไม่เหมือนก่อนแล้วนะ......” เซเล่ดึงมีดออกจากไหล่ของเทสเลอร์ เลือดของเขาไหลลงบนมือของเธอที่โอบกอดเขา เธอพูดต่อว่า... “ฉันเข้าใจแล้ว... สิ่งที่ฉันต่อสู้อยู่ มันก็เกินตัวจริงๆ นั่นล่ะ ... ฉันอาจจะตายเพราะสิ่งเหล่านั้นที่ไม่ได้รู้จักพวกมันจริงๆ เลยก็ได้...”
เทสเลอร์ได้ถอยตัวออกมาจับไหล่เซเล่แล้วเอ่ยว่า “เธอ... ไม่ได้ต่อสู้อยู่คนเดียวนะ ตราบใดที่ยังมีฉันอยู่ ทุกคนที่นี่ก็พร้อมจะสู้ไปกับเธอ....”
“ไม่เจ็บใช่มะ ฉันจะบอกว่าฉันล้อเล่น!!! ฮ่าๆ ๆ ฉันเนี่ยนะจะตาย... ถ้าฉันตายได้จริง ฉันคงตายตั้งแต่โดนแรงกระชากของมิติฆ่าตอนย้ายเอกภพไปแล้ว.... และตอนนี้ฉันก็ยืนอยู่นี่ไงละ....หึๆ .. ฉันไม่มีทางจะทิ้งแกไว้หรอก...” เซเล่เอานิ้วจิ้มแผลเขาเบาๆแล้วยิ้ม ก่อนจะเก็บมีดหายไปในอากาศ เทสเลอร์หยีตาเบาๆ เพราะเจ็บมันก็คือเจ็บ เขาได้ตอบเธอว่า “เจ็บสิ เจ็บใจที่เธอล้อฉันเล่น... ฉันล่ะอยากจะบ้าตาย....!”
“หน่าๆ ฉันต้องไปเรียนคลาสต่อไปแล้วนะ ฉันมาเรียนเพราะฉันอยากรู้เรื่องที่ฉันไม่รู้อีกมากมายในเอกภพนี้ นั่นเพราะสิ่งที่ฉันเจอมา มันอธิบายอะไรพวกแกไม่ได้เลยจริงๆ ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่า ถ้าเอกภพนี้มีพื้นฐานกฎฟิสิกส์ เคมี ชีวภาพแบบนี้ เราจะปกป้องเอกภพนี้และอีกหลายแสนล้านเอกภพได้ไหม...... นี่... ถึงฉันจะรู้ว่าฉันเคยเป็นคนยังไงมาก็เถอะ .. แต่ตอนนี้ฉันก็เป็นฉันนั่นแหละ แค่รู้เรื่องราวของฉันในอดีตเพิ่มนิดหน่อยเท่านั้น.... ยังไงเดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังอีกทีนะ...”
“อา.... รีบไปเรียนเถอะเธอน่ะ เดี๋ยวโดนหักคะแนนหรอก...” เทสเลอร์โบกมือให้เซเล่ เธอได้ใช้สายตาอันน่ากลัวเหล่มองพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า “กล้าหักคะแนนฉันด้วยงั้นหรอ กล้าหักคะแนนฉันไหมล่ะ....ลองดูซักหน่อยสิ ลองดูๆ หึๆ ๆ ฮะๆ ๆ ๆ ฮ่าๆ ๆ ๆ”
เธอได้เทเลพอร์ตหายไปจากทางเดินอาคารก่อนที่เลขาของเทสเลอร์จะเดินเข้ามาแล้วพูดกับเขาว่า “น่ากลัวดีนะคะ เด็กคนนี้...”
“อา... เธอกลับมาแล้วจริงๆ ถึงจะอย่างนั้นก็คงให้ดิสโคเวอร์รู้เรื่องนี้ไม่ได้ ... เธอเป็นภัยกับหลายๆ ประเทศ .... ประวัติศาสตร์ของเธอ ทำร้ายผู้คนมาทั้งยุโรปและอเมริกา เธอฆ่าพ่อแม่ของเด็กยุคนั้นไปเป็นล้านๆ คน สาเหตุที่ฉันบอกเธอว่า เซเล่อันตรายยังไงล่ะ...” เทสเลอร์เอ่ย
“งั้นสินะ... ฉันเข้าใจท่านแล้วละค่ะ..” ทั้งคู่มองตรงไปตามทางเดิน ซึ่งเป็นจุดที่เซเล่เทเลพอร์ตหายไป เธอเป็นคนที่ถูกยกให้เป็นบุคคลอันตรายของเมืองนี้ไปด้วยทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้ทำร้ายใครเลย
เทือกเขาอัลไต มองโกเลีย
ณ เวลาเดียวกัน นานะกับคริกซ์ ถูกส่งออกมาปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ในมองโกเลียเพื่อหาตัวอย่างยานเอเลี่ยนมาวิเคราะห์เทคโนโลยีนาโนคอมโพสิทสำหรับสร้างเกราะยานรบแบบใหม่ในการต่อสู้รอบถัดไปที่จะจัดขึ้น พวกเขาไม่รู้ข่าวของเซเล่ที่มอสโกเลยสักนิด
นานะและคริกซ์ เป็นนักเรียนของวอแลนซ์ที่ถูกย้ายจากวิทยาเขตแคนดามายังวิทยาเขตรัสเซีย หลังจากที่คริกซ์ สอบขึ้นระดับ S ได้สำเร็จ เนื่องจากทางฝั่งรัสเซียนั้น มีผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทางมากกว่าแคนดา และทางฝั่งแคนดา ส่วนมากจะเป็นส่วนทางการแพทย์เสียส่วนมาก ซึ่งคริกซ์ เป็นสายทหารแนวหน้าที่ประจัญกับศัตรูโดยตรง ซึ่งนานะได้ช่วยเหลือเขาในการพัฒนาศักยภาพทางการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เขา มีความสามารถเทียบเทียร์ 3 หรือ ระดับ R-SR ให้ได้
(ระดับ R ในนี้ ไม่เกี่ยวกับการแบ่งเกรดพลังในหน้าตัวละคร เพราะตรงส่วนหน้าตัวละคร เป็นการเทียบพลังควบคุม ซึ่งเป็นเกรดวัดที่มีเอฟเฟคผลกระทบรุนแรงระดับจักรวาล แต่ในสถาบันแห่งนี้ เป็นการเทียบทักษะสนามรบของแต่ละคนเท่านั้น)
นานะเป็นผู้คอยซัพพอร์ตการต่อสู้ในแต่ละรูปแบบที่เขาจะต้องเจอ ซึ่งคริกซ์เองยังไม่มีความสามารถพอจะรับอาวุธพิฆาตจักรวาลระดับสูงมาใช้ได้ตอนนี้ ทำให้นานะต้องออกแบบสร้างอาวุธให้เหมาะสมกับเขาแทนหลายตัว ซึ่งเธอทำได้ดีกว่ากรมสรรพาวุธของแคนดาด้วยซ้ำ
การสำรวจเป็นไปด้วยดี พวกเขาเข้าไปเก็บชิ้นส่วนซากยานเอเลี่ยนที่ตกในสมัยสงครามตะวันดับกลับมาด้วยโดรนของนานะเรื่อยๆ จนกว่าจะพบตัวอย่างที่ใช้ได้ เธอได้ทำการวิเคราะห์ชิ้นส่วนต่างๆ ของยานที่เธอเห็นว่าสำคัญอยู่หลายชิ้นแล้วเก็บกลับมา ในขณะที่คริกซ์ คอยรับมือแนวหน้าต่อสู้กับเอเลี่ยนสายพันธุ์ฟอร์เกตเทอร์ (Forgether) ให้กับเธอขณะที่เธอกำลังวิเคราะห์งาน
“เอาล่ะ... นี่คงจะเป็นงานสุดท้าย... ฉันเจอชิ้นส่วนระบบป้องกันด้วยบาเรียของเอเลี่ยนแล้ว...” นานะเอ่ยอยู่บนโดรนของเธอ เธอกำลังจิ้มปุ่มเรียกโดรนลงมาเพิ่มเติมจากโดรนหลักในอวกาศ
โดรน 4 ตัวได้ร่อนลงมายังซากยานข้างหน้า และสแกนค้นหาแกนกำเนิดบาเรียในขณะที่คริกซ์ คอยเฝ้าระวังหอกของ Vein Hole ที่ชอนไชตามพื้นมาอย่างน่ากลัว..
“นานะ เธอทำงานเร็วๆ หน่อยสิ พื้นมันร้อนมากอย่างกับยืนบนลาวา... ไอตัวบ้านี่ก็น่ารำคาญซะจริง ทำยังไงก็กำจัดไม่หมด..” คริกซ์ได้ใช้หอกที่นานะสร้างให้ต่อสู้กับปลายหอกของเวนโฮลที่แทงเข้ามารัวราวกับจักรเย็บ
“แป๊บหนึ่งนะคริกซ์ ฉันเอาแกนบาเรียออกมาได้แล้ว....”
ในขณะเดียวกัน คริกซ์เผลอลืมสังเกตมองดูด้านหลังของเขา เขาจึงถูกหอกของเวนโฮลแทงเข้าข้างหลังจนทะลุหน้าอก.....
“นานะ...ฉัน.... ไม่ไหวแล้ว” [ฉึกๆ ๆ ๆ]
“อัก...อะ” หลังจากเขาหยุดชะงัก เขาก็โดนแทงซ้ำอีกหลายแผลแล้วปักค้างคาลำตัวเขาจนเลือดอาบและทะลักออกทางปาก ของเหลวสีแดงไหลนองทั่วพื้นจนนานะต้องหันมามองเขาด้วยความสลดใจ
“ไม่นะ...!!” ด้วยความตกใจที่ไม่คิดว่าคริกซ์จะถูกลอบโจมตีได้ง่ายๆ เธอจึงเร่งสั่งเรียกโดรนประเภทโจมตีพุ่งลงมาจากอวกาศและยิงปืนหลายชนิดใส่หนวดโลหะจนมันขาดกระเด็นออกด้วยเลือดสีดำอันน่าสยดสยอง เธอรีบวิ่งไปรับเขาอย่างหวั่นกลัวยิ่งนัก เพราะเธอกลัวเขาตายจากพิษของเวนโฮล
“... ไม่ๆ นายจะตายไม่ได้นะ ฉันจะรีบทำแผลให้ นายใจเย็นๆ นะ.....THS-06 ประจำการ ด่วน!!!”
THS-06 Versatile Battle Drone Set เป็นโดรนรุ่นพิเศษที่นานะสร้างขึ้นมาเป็นอุปกรณ์ส่วนตัว จะมี 3 ชุดอุปกรณ์ใหญ่ๆ นั่นคือ เครื่องโจมตี ประกอบไปด้วยอาวุธ 7 ประเภทบนชิ้นส่วนสี่เหลี่ยมรูปว่าว ได้แก่
- 1 Kinetic Weapon หรือปืนกระสุนเจาะเกราะ
- 2 Thermonative Beam/Blast ปืนเลเซอร์ และปืนความร้อนสูงประเภทยิงเป็นกระสุน
- 3 Driver Differsault ปืนควบคุมทิศทาง ปืนกระสุนไฟฟ้าโมเมนตัม
- 4 EM Wave / Plasma ปืนคลื่น คลื่นเสียง ปืนมวลพลังงาน
- 5 Bass / Acid ปืนพิษ ปืนกัดกร่อน สารเคมี ชีวภาพ ปืนเพลิง
- 6 Exposive Luncher จรวด ระเบิด
- 7 Elective Lightning ปืนไฟฟ้า
เครื่องมือรักษา ซ่อมแซม ป้องกัน ที่เกี่ยวกับการแพทย์ การซ่อมบำรุง บาเรีย และเกราะป้องกันต่างๆ รวมถึงระบบต้านทาน ระบบย้อนแย้งแก้ไขด้วย
และส่วนสุดท้าย ระบบวิเคราะห์วิทยาการ สร้างอาวุธ ประกอบสาร ถลุงแร่ และอื่นๆ
โดรนมีขนาด 150 เมตร โคจรรอบโลกตามตำแหน่งที่เธอเคลื่อนที่ ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน โดรนจะบินตามเธอไปที่ความสูง 2,000 กิโลเมตรเสมอ หากเธอจะต้องการออกนอกอวกาศ โดรนจะเป็นยานส่วนตัวของเธอในการออกนอกอวกาศ
หลังจากที่ชุดโดรนแพทย์สนาม หรือส่วนของระบบป้องกันรักษาของเธอลงมาจอดแล้ว เธอได้อุ้มเขาขึ้นโดรนแล้วส่งโดรนทุกตัวกลับขึ้นฟ้า เธอได้หยิบแผ่นนาโนเทคโนโลยีมาปิดแผลฉุกเฉินไว้ทั้งที่อก หน้าท้อง ไหล่ และแผ่นหลัง ซึ่งเธอพยายามค้นเซรุ่มทำลายพิษออกมาจากกระเป๋าข้างของเธอแล้วหยิบขึ้นมา เธอรีบฉีดให้เขาพร้อมกับยาห้ามเลือดแล้วค่อยๆ เปิดปากแผลออกฉายรังสีฆ่าเชื้ออ่อนๆ ลงไป จากนั้นก็ฉีดเซลล์เนื้อเยื่อที่ตรงกันลงไปตามรอยแผลที่แหว่งหาย เธอต้องจัดการเรียงระบบเซลล์ในเครื่องให้ตรงกับอวัยวะที่เสียหาย ซึ่งมันไม่ได้เหมือนกันในแต่ละเลเยอร์ หลังจากเธอใช้เวลาเติมเนื้อเยื่อให้ครบตามที่เสียหายเกือบ 5 นาที เธอก็ฉายรังสีเชื่อมเซลล์ให้กับเขา แล้วฉีดยาควบคุมมะเร็ง และบาดทะยักไว้ ป้องกันการทำงานผิดปกติหลังผสานเซลล์ และป้องกันโรคจากบาดแผล จากนั้นเธอจึงเอาแผ่นรักษาแผลนาโนเทคโนโลยีมาปิดแผลไว้ ซึ่งเขาจะหายดีใน 12 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตาม เธอจะต้องเติมเลือดให้เขาที่เสียไปด้วย รวมถึงเชื่อมสายระบบไฟฟ้าอ่อนควบคุมการทำงานภายในร่างกายให้ยังคงทำงานพร้อมกันได้อย่างปกติจนกว่าเขาจะฟื้น....
“ขอโทษนะคริกซ์ที่เธอต้องเจ็บตัวอีกแล้ว แต่เราก็ทำสำเร็จนะ กลับกันเถอะ รีบๆ ตื่นมาคุยกับฉันนะ...”
ราวๆ 2 ชั่วโมง นานะก็เดินทางกลับมาถึงมอสโก เธอได้พาคริกซ์ไปพักฟื้นที่ห้องพยาบาลของสถาบันวอแลนซเตทที่มีระบบการรักษาที่สมบูรณ์กว่า ซึ่งเธอก็ปล่อยเขาพักฟื้นไป ส่วนเธอก็เก็บของเข้าเซ็ตโดรน ก่อนส่งพวกมันขึ้นโคจรในอวกาศอีกครั้ง “ไว้วันหลังค่อยจัดการกับงานชุดนี้ ฉันไปเรียนก่อนดีกว่า....รีบๆ ตื่นนะคริกซ์.... เดี๋ยวนายจะตามฉันไม่ทันเอานะ...ไปก่อนนะ” นานะได้ใส่ดอกไม้สีฟ้าไว้ในแจกันข้างๆ เขา ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องพักฟื้นไปเรียนตามปกติ..
ที่ห้องเรียนชั้น 4 ปี 1....
การโฮมรูมเริ่มต้นขึ้นในวันแรกของการเปิดเทอม ผู้ฝึกสอนได้เข้ามาแนะนำตัว เธอชื่อ นาทัซซา เอโนวาตอล เป็นอดีตนักรบพิฆาตจักรวาลรุ่นแรกที่ใช้ปืนไรเฟิลระยะไกล หรือฉายาของเธอ สไนเปอร์หมื่นลี้ ทุกคนต่างตะลึงกับความเท่ของผู้ฝึกสอนคนแรก ซึ่งเธอไม่ได้มาคนเดียว เธอมาพร้อมกับมือมีดความเร็วสูง วีนัส โซติวาส เธอเป็นลูกบุญธรรมของเทสเลอร์...!!! อดีตผู้พิฆาตจักรวาลรุ่นแรก และอดีตนักรบวอแลนซ์เตทผู้มองเห็นอนาคต เธอเป็นผู้ช่วยโลกให้พ้นจากการถูกโจมตีด้วยดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่เมื่อสงครามตะวันดับ นั่นก็ยิ่งทำให้ทุกคนให้ความสนใจในความงามของพวกเธอไปอีก ... “ครูฝึกประจำชั้นเรานี่เด็ดจริงๆ ...”
“ใช่ๆ ....”
“เดี๋ยว.... นามสกุลเมื่อกี้มันอะไรกันห๊ะ...!!!” ออร่าดำมืดได้ลุกพรึบขึ้นหลังห้อง โต๊ะเรียน กำแพง ผนัง เก้าอี้แตกสลายเป็นโฮโลแกรมลูกบากศ์ลอยขึ้นไปในอวกาศ ทุกอย่างกำลังจะเข้าสู่สถานะการสลายตัวของควอนตัม แต่แล้ววีนัสก็ตอบเสียงนั่นว่า “ฉันเป็นลูกพี่ลูกน้องกันน่ะ เป็นญาติในวงศ์ตระกูลเดียวกัน... เธอเป็นใครหรอ...?”
ทุกคนหวาดกลัว แต่ผู้ฝึกสอนทั้งสองไม่ได้กลัวเธอนักหรอก “ฉันเป็นใครมันสำคัญด้วยหรอ...ฮึ?”
“ใจเย็นๆ ... เอาเถอะ ไม่มีอะไรหรอกใช่ไหม” นาทัชชามองดูเซเล่ที่หลังห้อง ก่อนที่เธอจะพูดต่อว่า “พอได้แล้ว หยุดการแตกตัวของอนุภาคก่อน เธอชื่ออะไรล่ะ...”
“... ฉัน .... เซเล่ อิมพิเรซิส...” สภาพห้องกลับมาเป็นปกติ ทุกคนเหงื่อตกหลังจากได้ยินชื่อของเธอ... หลายคนรู้ดีว่าเธอเป็นใคร แม้แต่ตัววีนัสเองก็ตาม วีนัสได้ตอบเธอว่า “เอาล่ะๆ ไม่ต้องห่วง... ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับจักรพรรดิไปมากกว่านี้หรอก ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ มาแนะนำตัวกันเถอะ ... เพราะเธอก็แนะนำตัวไปแล้วนี่นะ...”
"อย่าให้ฉันได้ยินอะไรไม่เข้าหูนักนะ.... ถึงฉันจะมีสัญญาอะไรกับใครไว้ ฉันก็ไม่สนแล้วนะ จะฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน!!!"
“อา... โทษทีนะ”
ไม่นานนัก นานะก็เข้ามาเรียน ทุกคนก็ยินดีวิ่งไปหาเธอ.... เป็นไงบ้างนานะ ได้ข่าวว่าเจอชิ้นส่วนบาเรียมาด้วย"
"ก็โอเค แค่บาดเจ็บจากการต่อสู้กันนิดหน่อย...... ผู้หญิงคนนั้นใครอะ... ไม่เคยเห็น?"
"นักเรียนใหม่น่ะ เพิ่งมาเรียนเทอมแรก.... เธอมีความสามารถสนามรบสูงถึง EX เลยนะ......" เพื่อนเธอกระซิบ
"เบอร์นั้นเลยรึ.....แลดูน่ากลัวดีนะ ปกติไม่มีใครไต่อันดับถึง EX ได้เลย ต้องเอาความสามารถเฉพาะตัวมาใช้ก่อนซะจนหมด" นานะตอบพลางเหล่ตามองเธอ
"ก็ไม่รู้สิ จักรพรรดิท่านเป็นคนลงไปทดสอบเองเลยหละ" เพื่อนกระซิบ
"น่าสนใจดี เดี๋วยฉันจะลองคุยกับเธอดูหนอยละกันนะ เผื่อว่าเธอจะมีเทคนิคอะไรเจ๋งๆให้ฉันได้เรียนรู้บ้าง......."
“ก็ระวังตัวหน่อยละกันนะ....“
ความคิดเห็น
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ