ตัวละครในตอนนี้
เนื้อหาในตอนนี้เป็นส่วนที่ตัดมาจากตอนพิเศษในซีซัน 2 ของเวอร์ชันรี้ดอะไรต์
เนื้อหาในตอนนี้เขียนโดยคุณ sundaymilk และได้รับสิทธิ์การใช้ในเชิงพาณิชย์แล้ว
ในช่วงฤดูร้อนกลางเดือนเมษายน ช่างร้อนอบอ้าวเสียจนพาลให้เวียนหัวไปหมด ประตูเหล็กบานหนักถูกผลักออกด้วยแรงที่ไม่มากนัก ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นโลหะปนกับกลิ่นน้ำมันหล่อลื่นลอยมากระทบปลายจมูก หญิงสาวชะงักเท้าเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะก้าวเข้าไปด้านในอย่างมั่นคง เรือนผมยาวสีดำขลับพลิ้วไหวตามสายลม ท่วงท่าทุกการเดินล้วนน่ามอง เรียวขายาวราวกับนางแบบ สมส่วนจนน่าเล่าลือว่าเป็นหุ่นของเทพเจ้า
ชมรมยิงปืนของมหาวิทยาลัย
แท้จริงแล้ว กิ่งกาญจน์ไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมนี้ แต่มีความจำเป็นต้องเอาของมาให้เพื่อนที่อยู่ในชมรมจึงต้องเข้ามาทั้งที่เธอเองไม่ค่อยชอบเสียงดังสักเท่าไหร่
กาญจน์ หรือ นางสาวกิ่งกาญจน์ ชื่อไพเราะอันถูกตั้งขึ้นเพราะเธอนั้นเกิดในปีของมังกรทอง เธอค่อนข้างสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อยทำให้เป็นเป้าสายตาอยู่เสมอเพราะมีเสน่ห์ แถมยังเรียนอยู่ในสาขาวิทยาศาสตร์กีฬา เด็กสาวชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ถึงกับจำพวกโลดโผนแต่เป็นดังทานตะวันผู้ชื่นชอบแสงแดดเสียมากกว่า
เรียวขายาวก้าวไปด้านหน้าอย่างฉับไว บ่งบอกได้ถึงความรีบร้อนที่อยากจะออกจากตรงนี้เสียแทบแย่ เสียงของปืนดังเสียจนกิ่งกาญจน์ปวดหัวไปหมด
หญิงสาววางถุงผ้าลายสีฟ้าลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล ตามที่ตนได้นัดกับเพื่อนเอาไว้ จังหวะเงยหน้าขึ้นกลับพบเด็กหนุ่มคนนึงยืนยิงปืนอยู่ด้านหน้าตน ตัวเล็กกว่าตนอยู่เล็กน้อย สวมแว่นตา ใบหน้าเรียว นัยน์ตาไร้ความลังเล กระสุนที่ออกไปก็แม่นทุกลูก เรียกได้ว่าดึงดูดสายตาของเธอไม่น้อยเลยทีเดียว
ดูเหมือนเธอจะตกหลุมรักเข้าเสียแล้วล่ะมั้ง?
นัยน์ตาสีอ่อนจดจ้องไปยันแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายอยู่ครู่ใหญ่แทบจะไม่กะพริบตาเชียว เพียงไม่นานเพื่อนสนิทของตนก็เดินมาหาพอดี ประจวบเหมาะกิ่งกาญจน์จึงถามอีกฝ่ายเสียเลยว่าเขาคนนั้นเป็นใคร
“นั่นใครเหรอ? ที่ยิงปืนอยู่มุมนั้น ใส่แว่น หล่อ ๆ”
“นั่นน่ะเหรอ น่าจะน้องแซมนะ ในชมรมเราคนนี้น่ะหล่อสุดๆ ฮอตเสียจนถูกถามถึงไม่พัก เรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี เห็นว่าเข้าเรียนมหาลัยตั้งแต่อายุสิบห้านะ ตอนนี้ก็เลยอยู่ปีสามแล้วน่ะ ทั้งเก่งแล้วก็หล่ออีก”
“สมบูรณ์แบบเหมือนไม่มีอยู่จริง”
“แต่ก็มีอยู่จริงนะ ลองไปสะกิดดูสิ ตัวเป็น ๆ เลยนะนั่นน่ะ”
“จะบ้าเหรอ”
หญิงสาวเหลือบมองเด็กหนุ่มเล็กน้อย เฝ้ารอโอกาสที่จะได้พูดคุยแต่กลับไม่มีเลยสักนิดเลย เพราะอีกฝ่ายใส่ที่ปิดหูอย่างแน่นหนาแถมยังยิงปืนอยู่ตั้งนานอีก
แซม นายสัจนิรันดร์ พ่อของเขาเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ เขาจึงได้ชื่อนี้มา ชื่อที่ว่าแปลว่าประพจน์ที่มีค่าเป็นความจริงเสมอ ส่วนสูงมาตรฐานผู้ชายไทยทั่วไป ไม่ได้สูงมากมายแต่ก็ไม่ได้ตัวเล็กเกินไป ใบหน้าเรียวหล่อเหลา ริมฝีปากแดงระเรื่อเล็กน้อย จมูกโด่งเป็นสัน ใครเดินผ่านก็ไม่วายจะที่ต้องเหลียวหลังมามองย้อนซ้ำอีกครั้ง ถูกมอบฉายาลูกรักพระเจ้าให้ บ้างก็ว่าตอนปั้นแต่งเขา พระเจ้าต้องอารมณ์ดีมากอย่างแน่นอน สัจนิรันดร์เป็นเด็กอัจฉริยะ อายุเพียงไม่เท่าไหร่ก็อ่านออกเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว คิดเลขได้อย่างไม่มีตกบกพร่อง อ่านบทอาขยานด้วยเสียงชัดเจน ท่องสูตรคูณได้ครบ ความจำดีกว่าคนทั่วไป ฉายแววฉลาดฉับไวตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อจบมัธยมศึกษาปีที่สามก็สอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายผ่านเสียแล้ว
เขาได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยทั้งที่ไม่ได้ใช้ชีวิตมัธยมปลายเสียด้วยซ้ำ มีหลายคนมากมายบอกว่าเขาน่ะพลาดเสียแล้วเพราะชีวิตช่วงนี้สนุกและเป็นความทรงจำที่ดี สัจนิรันดร์ไม่ค่อยมีการตอบสนองต่อเรื่องนี้เท่าไหร่ เขาไม่เห็นว่ามันจะสำคัญอะไรมากมาย แต่เพราะอย่างนั้นเขาจึงได้มาเป็นนักศึกษาวิชาทหารตอนอยู่มหาวิทยาลัย
สัจนิรันดร์มีใบหน้าค่อนข้างนิ่งเฉย เรียบๆ เขาไม่ค่อยแสดงสีหน้าเท่าไหร่ แต่ทุกคนก็มักจะเห็นแว่นสีดำเลนส์หนาอยู่บนใบหน้าเขาเสมอ ซึ่งความจริงแล้ว สาเหตุที่สายตาสั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากการชอบจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เล่นเกมเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน นิสัยส่วนตัวลึก ๆ ออกจะซุกซนอยู่ด้วยเล็กน้อย และเขาก็ยังชื่นชอบการอ่านมังงะด้วย เพราะงั้นในห้องส่วนตัวของแซมจึงมีหนังสือมังงะมากมาย รวมถึงกู้ดส์ต่างๆ ที่ไล่ซื้อมาสะสมไว้
กิ่งกาญจน์ทั้งเดินชมไปทั่วชมรม เดินวนไปมา ดูนั่นดูนี่พูดคุยทักทายคนจะทั้งชมรมอยู่รอมร่อ อีกฝ่ายก็ยังไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดคุยเลยสักนิดเดียว เพราะงั้นเธอก็เลยตัดสินใจนอนรอมันเสียเลย เธอไม่เชื่อหรอกว่าตื่นมาแล้วอีกฝ่ายจะยังยิงปืนอยู่ คิดได้แบบนั้นกิ่งกาญจน์ก็ล้มตัวลงนอนบนโซฟาเล็กๆ ตัวนึง
ซึ่งก็จริงอย่างว่า เพราะอีกฝ่ายกลับไม่อยู่แล้วเสียแล้ว เหลือเพียงแต่เด็กในชมรมคนนึงที่มาปลุกเธอเพราะได้เวลาล็อกประตูห้อง เรือนผมสีดำยุ่งเหยิงจากการนอน ใบหน้าเพิ่งตื่นกำลังงัวเงียได้ที่ แต่ก็เดินออกจากชมรมไปด้วยท่าทางเบลอ ๆ
หญิงสาวค่อย ๆ เปิดเปลือกตาอย่างช้า ๆ แสงแดดสาดส่องเข้ามาผ่านทางหน้าต่างกระทบกับดวงตาคู่สวยพอดิบพอดีเสียจนต้องหลับตาลงเพื่อปรับการมองเห็นเล็กน้อย อากาศค่อนข้างปลอดโปร่ง แถมท้องฟ้ายังสดใส เป็นสัญญาณที่ดีว่าสิ่งใดที่ต้องการจะทำในวันนี้ล้วนสมหวังอย่างแน่นอน
กิ่งกาญจน์คิดแบบนั้น
เธอจึงพับผ้าห่ม อาบน้ำ แปรงฟันหน้ากระจกด้วยอารมณ์แจ่มใส คาดหวังว่าอย่างไรก็คงได้คอนแทกต์ติดต่ออีกฝ่ายสักช่องทางเป็นแน่
เธอเดินเข้าไปในห้องชมรมยิงปืนด้วยท่าทีร่าเริง คิดว่ามาเช้าขนาดนี้ยังไงก็คงมาก่อนอีกฝ่าย แต่กลับกลายเป็นว่าพบอีกฝ่ายอยู่ก่อนแล้ว เธอรออยู่ครู่ใหญ่แต่อีกฝ่ายก็ยังคงยิงปืนอยู่แบบนั้น หรือต่อให้เรียกก็คงจะไม่ได้ยิน กิ่งกาญจน์มีนัดต่อจึงไม่สามารถอยู่รอได้อีก จังหวะที่อีกเธอก้าวออกจากห้องไปเป็นจังหวะเดียวกับที่เด็กหนุ่มวางปืนลงแล้วก็ถอดที่อุดหูออก
ช้าเพียงเสี้ยววิก็พลาดพลั้งไปโดยไม่รู้ตัว
หากกิ่งกาญจน์ออกจากห้องนี้ช้าอีกสักหน่อย หรือ หากเขาเลิกยิงปืนไวกว่านี้สักนิด ทั้งคู่ก็คงได้พูดคุยกันแล้ว แต่พระเจ้าคงไม่คิดเช่นนั้น เพราะที่จริงแล้วทั้งคู่ก็ยังคงเฉียดกันไปเฉียดกันมาอยู่บ่อยครั้งเพียงแต่ไม่เคยสังเกตเห็นกันสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ต่อแถวรอซื้ออาหาร สัจนิรันดร์ต่อคิวอยู่ด้านหลัง แต่ทว่าเธอกลับไม่ได้สังเกตเห็นเสียเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ถ้าหันมาอีกนิดก็คงจะพบเจอกันแล้ว หรือแม้แต่ตอนที่จะขึ้นลิฟต์ จังหวะที่ประตูลิฟต์จะปิด สัจนิรันดร์วิ่งจะเข้ามาพอดีแต่ดันไม่ทัน ส่วนกิ่งกาญจน์ก็ก้มผูกเชือกรองเท้าเสียพอดี
ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้มาก ๆ แต่ก็ยังพลาดกันอยู่ดี กิ่งกาญจน์ขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน แต่เพราะวันนั้นช่วยงานที่ชมรมตนเหนื่อยจนผล็อยหลับไปบนรถอย่างไร้กังวลเพราะขึ้นคันนี้ประจำ แถมคนขับก็รู้จักกับตน รู้เป้าหมายปลายทางของตนอย่างดีจึงหลับได้โดยไม่ต้องห่วงอะไร ผู้คนที่อยู่เต็มคันรถทว่าข้างเธอกลับยังว่าง
ปกติเเล้ว สัจนิรันดร์มักจะไปไหนมาไหนกับเพื่อน แต่จู่ ๆ เพื่อนก็ดันไม่ว่างกะทันหันเสียอย่างนั้น เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าต้องขึ้นรถสายไหน เสียเวลาครู่ใหญ่ถามเพื่อน เกือบจะไม่ทันรถรอบนี้เพราะเป็นรอบสุดท้ายแล้ว เมื่อขึ้นรถกลับพบที่ว่างอยู่ที่เดียว จึงนั่งลงข้างๆ อีกฝ่าย แต่เพราะกิ่งกาญจน์เหนื่อยมากจึงหลับสนิทเสียอย่างนั้น ศีรษะของเธอพิงไหล่อีกฝ่ายตลอดทาง สัจนิรันดร์ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังนั่งอยู่เฉย ๆ แบบนั้น จนกระทั่งเขาต้องลงก่อนกิ่งกาญจน์ ทำให้เมื่อถึงปลายทางของเธอแล้วเธอก็ลงรถปกติ
จนถึงวันนี้เธอก็ยังไม่รู้ตัวว่าเคยได้หลับพิงไหล่อีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ