ตัวละครในตอนนี้
เรื่องโต๊ะตัวที่เกินมาในห้องยังคงเป็นปัญหากวนใจฉันอยู่
ฉันได้ลองค้นหาว่าในโรงเรียนเรามีเรื่องผีเกี่ยวกับโต๊ะเรียนที่เกินจำนวนคนในห้องบ้างไหม ผลลัพธ์คือไม่มี… เจอแต่นิยายสยองขวัญที่พล็อตมีอะไรแบบนี้
หรือฉันเห็นภาพหลอนไปเอง ฉันเป็นโรคอะไรเกี่ยวกับสมองหรือเปล่า?
อย่าเพิ่งด่วนสรุปเลยดีกว่า ฉันอาจจะแค่ต้องการการพักผ่อนหลังนอนน้อยเพราะช่วงหลายวันมานี้ฉันอ่านนิยายเกย์จนดึกดื่นลืมเวลานอน
วันนี้ก็วันเสาร์พอดี รีบทำการบ้านให้เสร็จแล้วนอนพักดีกว่า
แต่ว่า ๆๆๆๆ ก่อนทำการบ้าน ฉันจำได้ว่าวันนี้นิยายเรื่องโปรดออกเล่มใหม่แล้ว ต้องรีบไปสอยก่อนจะโดนคนอื่นชิงซื้อไปจนหมด
ฉันเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าเบา ๆ ก่อนปั่นจักรยานออกจากที่พักเพื่อไปยังร้านหนังสือเจ้าประจำ
แดดร้อนชะมัด รู้งี้เอาหมวกมาด้วยก็ดี แต่ร้านกับที่พักก็ไม่ได้ไกลกันมาก ทน ๆ เอาแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ถึง
ฉันจอดจักรยานไว้ข้างร้านหนังสือ จากนั้นจึงเดินเข้าไปและส่งเสียงทักทายพี่เจ้าของร้าน เท้าของฉันก้าวไปยังโซนนิยายผู้ใหญ่ตามความเคยชินของตัวเอง
อย่าถามว่าทำไมเด็กมัธยมอย่างฉันถึงบอกว่าตัวเองเคยชินกับโซนนิยายผู้ใหญ่ คำตอบก็ง่ายมาก ฉันซื้อนิยายแนวนี้มาเยอะ แล้วถามอีกว่าทำไมเจ้าของร้านถึงปล่อยให้เด็กมัธยมอย่างฉันซื้อนิยายติดเรต พอดีว่าเขาเข้าใจว่าฉันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยน่ะ
“พี่คะ ทาสรักของมัจจุราชเล่มใหม่หมดแล้วเหรอคะ?”
ฉันถามพี่เจ้าของร้าน หลังเดินวนอยู่ตรงโซนนิยายผู้ใหญ่ได้สักระยะแต่ก็ไม่พบหนังสือที่ตัวเองตามหาอยู่
“ยังไม่มาส่งเลย น่าจะมาถึงพรุ่งนี้”
คำตอบช่างน่าผิดหวัง เพื่อไม่ให้มาเสียเที่ยว ลองดูเรื่องอื่นเผื่อเจอพล็อตน่าสนใจดีกว่า
ฉันหันหลังเดินออกจากโซนนิยายผู้ใหญ่ คิดว่าจะไปดูโซนนิยายรักวัยรุ่น แต่การปรากฏตัวของใครบางคนทำให้ฉันตัวแข็งทื่อก้าวขาไม่ออก
นั่นโยธินนี่นา
ซวย ซวยมาก ซวยที่สุด ซวยสองต่อ
ต่อแรก ถ้าเขาเห็นฉันเดินอยู่ในโซนนิยายผู้ใหญ่ เขาอาจเอาเรื่องนี้ไปรายงานต่อพวกสารวัตรนักเรียน ฉันคงโดนให้ทำทัณฑ์บน
ต่อที่สอง ถ้าเขาบอกพี่เจ้าของร้านว่าฉันเป็นเด็กมัธยม ฉันโดนแบนไม่ให้ซื้อนิยายติดเรตอีกแน่
เจ้าตัวคงรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกมองอยู่ ฉันจึงแก้เกมด้วยการชิงเดินหนีก่อนเจ้าตัวจะเปิดปากซะ
ฉันสับตีนแตกออกจากร้าน ในหัวตอนนี้รู้แค่ว่าต้องรีบหนีไปไกล ๆ ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนมานึกออกหลังเดินออกห่างจากร้านมาพอสมควรว่าฉันจอดจักรยานทิ้งไว้ข้างร้าน
วันนี้วันจันทร์… ฉันมาถึงโรงเรียนเช้ากว่าปกติเพราะเมื่อคืนนอนเร็ว เหมือนจะเช้าเกินไปด้วยซ้ำเพราะประตูห้องเรียนยังปิดอยู่เลย
เอาล่ะ วันนี้ฉันพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว ขอให้เปิดประตูห้องออกมาแล้วจะไม่เห็นนะ โต๊ะตัวที่เกินมาน่ะ
ฉันยืนทำอานาปานัสสติอยู่พักหนึ่งก่อนเปิดประตูห้องเรียนตามด้วยเปิดไฟ
สิ่งที่แสงสว่างจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เผยให้เห็นนั้นแย่ยิ่งกว่าโต๊ะตัวที่เกินมา
ฉันเห็นร่างสูงในชุดราชปะแตนนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนั้น
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!”
ฉันกรีดร้อง ทั้งที่มั่นใจว่ามาถึงคนแรก แต่กลับมีใครบางคนหรือผีบางตนซึ่งไม่ใช่สมาชิกในห้องแน่ ๆ มาเซอร์ไพรส์
ฉันหลับตาปี๋ และเริ่มพนมมือสวดมนต์ สวดมันทุกบทที่จำได้ ภาวนาให้พอลืมตามาแล้วร่างสูงจะหายไป ทว่าตรงกันข้าม ร่างสูงที่ตอนแรกนั่งอยู่ ตอนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว
เดินมาหาโดยไม่มีเสียงฝีเท้าเลยเนี่ยนะ!? ทำได้ไงเนี่ย
“ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นใคร แต่อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ!”
ฉันตะโกน ถ้าร่างตรงหน้าฉันเป็นผู้ไม่ประสงค์ดี ก็หวังว่าเสียงของฉันจะดังพอให้เพื่อนหรือครูสักคนที่อยู่แถวนี้ได้ยินแล้วมาช่วยฉัน
“มิได้มีเจตนาร้าย” เสียงแหบพร่าซึ่งน่าจะเป็นของร่างสูงดังขึ้น “ฉันพยายามสื่อสารกับคนในห้องนี้อยู่ เธอเป็นคนแรกที่ตอบรับฉัน”
“อยากเตือนพวกเธอว่าชั้นเรียนนี้ไม่ปลอดภัย มีสิ่งแปลกปลอมที่หวังจะพรากชีวิตของใครสักคนปะปนอยู่ในหมู่พวกเธอ”
เสียงแหบพร่าพ่นเรื่องสยองสองประโยคออกมา นั่นทำให้ฉันต้องเบรกเขา
“หมายความว่ายังไงกันคะ?”
“ยังไม่ชัดเจนพออีกรึ? งั้นฟังใหม่ มีนักฆ่าแฝงตัวอยู่ในหมู่พวกเธอและเป้าหมายของมันคือคนบริสุทธิ์ในห้องนี้”
ฉันฟังประโยคที่เสียงพร่าทวนและคิดตาม
“อะไรนะคะ!!?????”
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ