21 ส.ค. 2569 03:24
เกิดใหม่เป็นคนดี 555555
ตัวละครในตอนนี้
มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งมาด้อม ๆ มอง ๆ หลังผมหยิบมังงะขึ้นมาอ่านในเวลาพักกลางวัน
ผมอยากคุยกับเขามากนะ แต่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าเพื่อนคนนั้นน่าจะเป็นคนขี้อาย ถ้าผมเป็นฝ่ายทักเขาก่อน เขาอาจจะเดินหนีแบบเด็กสาวที่ร้านหนังสือ
มือเขาผมพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีผมก็อ่านบทสุดท้ายของมังงะเล่มนี้จบแล้ว อ้าว… แบบนี้ก็แกล้งทำเป็นโฟกัสกับหนังสือไม่ได้แล้วน่ะสิ
ผมค่อย ๆ ปิดหนังสือและเงยหน้าขึ้น หันไปทางทิศที่ผมรู้ว่าเพื่อนคนนั้นกำลังหลบอยู่แล้วยิ้มบางแต่ไม่ได้พูดอะไร
เพื่อนคนนั้นน่าจะยอมแพ้แล้ว เขาออกมาจากมุมมืดก่อนสารภาพ
“รู้ตัวสินะว่าถูกมองอยู่ ขอโทษที ไม่รู้จะเปิดบทสนทนายังไงน่ะ”
ผมพยายามตอบกลับเจ้าตัวด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรที่สุด
“งั้นเริ่มจากถามชื่อก่อนไหม? นายชื่ออะไรเหรอ?”
“ไม่บอก ลองเดาดูสิ”
อ้าว เล่นตัวเฉยเลย
“เคยเป็นหัวหน้าห้องนี่นา ก็น่าจะพอจำชื่อจริงของเพื่อนในห้องได้บ้างสิ ลองพูดมาสักชื่อสองชื่อ ถ้าไม่ถูกเดี๋ยวเฉลย”
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“เบญจมินทร์?”
ผมสุ่มพูดชื่อจริงของเพื่อนในห้องขึ้นมาชื่อหนึ่ง
“ผิด”
เขาส่ายหน้า
“ปกปัก?”
ผมพูดชื่อที่สองที่นึกออกขึ้นมา
“สมกับที่เคยเป็นหัวหน้าห้อง” เขาปรบมือเบา ๆ “นี่ชื่อปัก ว่าแต่ทางนั้นชื่อเล่นชื่ออะไรนะ รู้แค่ชื่อจริง”
“เรียกโยก็ได้ ฝากตัวด้วย”
น้ำเสียงที่ผมใช้พูดกับเขาอาจฟังดูนิ่ง ๆ สงบเสงี่ยม แต่ตอนนี้ในใจผมแทบจะกระโดดโลดเต้น
หลังผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดก็เมคเฟรนด์กับใครสักคนสำเร็จ
“ฝากตัวด้วยเหมือนกัน” ปกปักตอบ “เมื่อกี้เห็นอ่านเกิดใหม่ทั้งทีก็กลายเป็นคนดีไปเสียแล้วด้วยสินะ”
“ใช่ เราไม่ได้อ่านมังงะมานานแล้ว เลยขอให้ครูแซมแนะนำว่าตอนนี้มีเรื่องไหนน่าอ่านบ้าง เขาแนะนำเรื่องนี้มา”
จริง ๆ ก็ไม่ได้ขอหรอก เขาเสนอตัวแนะนำให้เอง แต่เรื่องไม่ได้อ่านมังงะมานานแล้วนั่นเรื่องจริงนะ ครั้งสุดท้ายที่ผมได้จับหนังสือคอมิกแบบเป็นเล่มน่าจะตอนประถมได้มั้ง
“ครูแซม? อ๋อ ใช่ เจ้าตัวก็เป็นพวก Weeb1 ไม่ต่างจากพวกนี่ เกือบลืม”
ปกปักทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก
“พวกนี่?”
ผมทวนคำพูดของเขา
“พูดถึงแก๊งของทางนี้น่ะ” เขาตอบ “ครูแซมเหมือนเขาเป็นสายสะสมมังงะ แต่แก๊งนี่ชอบดูอนิเมะมากกว่า เรื่องไหนสนุกค่อยซื้อเล่ม”
“พรรคพวกของนายหมายถึงใครบ้างเหรอ?”
แม้ใจนึงจะคิดว่าถ้าเจ้าตัวอยากให้ผมรู้จักเพื่อนของเขา เขาจะพามาแนะนำให้รู้จักเอง แต่ผมก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ของตัวเองจนถามเขาเองไปแล้ว
“นอกจากทางนี้ก็มีข้าวฟ่างกับแอนนี่”
คนไหนนะ? นอกจากมารุตกับตฤณผมก็ไม่รู้จักเพื่อนในห้องคนอื่นแล้ว
เหมือนปกปักจะอ่านสีหน้าผมออกจึงตอบคำถามซึ่งอยู่ในใจผม
“เดี๋ยวพามาแนะนำให้รู้จักทีหลัง ตอนนี้สองคนนั้นถ่ายติ๊กต๊อกอยู่ในห้องน้ำ”
ถ้าครูแซมรู้ว่ามีคนในห้องเริ่มคุยกับผมแล้วเขาต้องดีใจมากแน่ ๆ
เมื่อเช้าเขาตกลงกับผมไว้ว่าวันพฤหัสบดีจะไปเยี่ยมพี่ซูซี่ด้วยกันแล้วค่อยแวะส่งผมที่บ้าน ผมคิดว่าจะคุยกับเขาเรื่องนี้ระหว่างทาง
ส่วนตอนนี้ ผมแวะร้านหนังสือก่อนเข้าบ้านเพื่อซื้อมังงะเล่มสอง แต่มีเสียงหนึ่งทักผมหลังผมก้าวเข้าไปในร้านได้เพียงเสี้ยววินาที
“โย? ไม่คิดว่าจะได้เจอนายที่นี่”
นั่นเป็นเสียงของสิริน ประธานรุ่น อดีตเพื่อนร่วมห้องของผม
“ผมก็ไม่คิดว่าจะได้เจอเธอที่นี่เหมือนกัน ริน”
หากคุณสังเกตเห็นว่าผมแทนตัวเองว่า ‘เรา’ ตอนคุยกับปกปักทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน แต่กลับแทนตัวเองว่า ‘ผม’ ตอนคุยกับสิริน มันมีเหตุผลอยู่ ผมจำเป็นต้องสุภาพกับเธอเป็นพิเศษเพราะเธอคือลูกสาวของผู้อำนวยการ
“ลมอะไรหอบคุณชายมาอยู่ที่ร้านหนังสือในเวลานี้เนี่ย?”
คำว่าในเวลานี้ อา… เธอกำลังคิดว่าตอนนี้ผมควรจะอยู่ที่สถาบันกวดวิชาสินะ
“ผมไม่ได้เรียนพิเศษแล้วล่ะ ริน”
ผมกล่าวพลางหลุบตาลง
“อะไรกัน? ถูกที่บ้านปล่อยปละละเลยหลังจากเพิ่งแพ้แค่ครั้งเดียวเหรอ? ใช้ไม่ได้ー”
“ไม่ใช่แบบนั้น”
ผมแย้งก่อนเธอจะพูดจบ หากให้อธิบายเรื่องจริง ๆ คงเปลืองเวลาของพวกเราทั้งคู่จึงหุบปากตัวเองเพื่อไม่ให้บทสนทนายืดยาว
“ว่าแต่เธอเถอะ วันนี้ไม่ไปเรียนพิเศษเหรอ?”
ผมถามเธอบ้าง
“อือ หยุดวันนึงเพื่อมาทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่”
เป็นคำตอบที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว
“พวกสารวัตรนักเรียนได้เบาะแสมาว่ามีนักเรียนโรงเรียนเราชอบมาซื้อหนังสือลามกที่ร้านนี้ เลยคิดว่าจะมาดักจับ แต่ให้พวกสารวัตรมาเองคงจะไม่เนียนเท่าไร ฉันเลยต้องออกโรงเอง”
เธออธิบาย
“ริน… การที่เธอออกโรงเองมันไม่ได้ช่วยทำให้แผนดักจับของพวกเธอเนียนขึ้นเลย”
ผมออกความเห็นอย่างไม่อ้อมค้อม
“รู้อยู่หรอกน่า! แต่นอกจากพวกสารวัตรก็ไม่มีใครยอมสละเวลามาดักรอจับเลย” เธอขึ้นเสียงเล็กน้อย “แล้วนายมีเบาะแสอะไรบ้างหรือเปล่า?”
“หา? จะไปรู้กับพวกเธอไหมเล่า”
ผมกอดอก
“คำถามอาจจะกว้างไป งั้นถามแบบนี้ดีกว่า เคยเห็นเด็กโรงเรียนเราเข้าออกร้านนี้บ้างไหม?”
ผมกำลังจะเปิดปากเรื่องเด็กสาวผู้เดินหนีผมเมื่อวันก่อน แต่นึกถึงข้อความในโน้ตที่ผมได้รับจากเธอ
‘ช่วยรับลูกอมพวกนี้ไปแล้วลืมเรื่องวันนั้นได้ไหม?’
ผมส่ายหน้าให้แก่คำถามของสิริน ไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นคนที่พวกสารวัตรนักเรียนตามหาอยู่หรือเปล่า ถ้าเธอต้องการให้ผมทำเหมือนพวกเราไม่เคยเจอกัน ผมก็จะทำให้ อาจจะแค่ครั้งนี้เท่านั้น
ประธานรุ่นไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ บทสนทนาจบลงแค่นั้น พวกเราแยกย้ายกันไปทำธุระของตน และจากกันอย่างไร้เสียงแม้ในใจผมจะอยากบอกเธอว่าเป็นประธานรุ่นก็เหนื่อยหน่อยนะ นอกจากเรื่องของตัวเองยังต้องรับผิดชอบเรื่องของคนอื่นอีก
1 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ21 ส.ค. 2569 03:24
เกิดใหม่เป็นคนดี 555555