ตัวละครในตอนนี้
วันนี้เป็นวันที่ผมนัดกับครูแซมว่าจะไปเยี่ยมพี่ซูซี่ แล้ววันนี้ก็เป็นเวรของผมเหมือนกัน ผมจึงขอให้เขารอผมหน่อย
ดีที่ไม่มีใครละเลยหน้าที่ตัวเอง พวกเราจึงทำเวรเสร็จอย่างรวดเร็ว ผมรีบเก็บของกะจะตรงดิ่งไปหาครูแซมทันที ทว่าดันปวดชิ้งฉ่องขึ้นมาจึงต้องแวะเข้าห้องน้ำก่อน มันคงไม่ดีสักเท่าไรถ้าผมต้องอั้นฉี่ขณะรถติด
ผมคงไม่ต้องสาธยายสภาพของห้องน้ำคลาสจัณฑาล ถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่อยากเข้าหรอก
ผมปลดทุกข์เรียบร้อยแล้วจึงล้างมือและหันหลังกำลังจะเดินออกจากห้องน้ำ แต่กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมากระแทกศีรษะของผมเข้าให้อย่างจังก่อนสติของผมจะดับวูบไป
ผมรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่ในท่านอนหงายบนเตียง
“พี่… แซม?”
ผมเรียกชื่อของบุคคลแรกที่ผมเห็นหน้าหลังได้สติ
“โล่งอกไปที เหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก” เขาถอนหายใจ “พี่ー ไม่สิ ผมไปเจอคุณหมดสติอยู่ในห้องน้ำแน่ะ”
“หนูเจ็บหัวมากไหม? ตอนล้มหมดสติหัวน่าจะกระแทกน่ะ”
หญิงสาวข้าง ๆ ครูแซมถาม ผมจำเธอได้ เธอเป็นครูห้องพยาบาลของอาคารหลัก
“สบายมากครับ”
ความจริงแล้วผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมากระแทกหัวตั้งแต่ก่อนหมดสติแล้วต่างหาก แต่ช่างเถอะ
“ผมโทรแจ้งผู้ปกครองเรื่องอาการของคุณแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้านเอง”
ครูแซมกล่าว
“ยืนไหวหรือเปล่า? ให้ผมช่วยประคองไหม?”
เขาเสนอ แม้ผมโบกมือเพื่อปฏิเสธความช่วยเหลือ เขาก็ยังเข้ามาพยุงผมอยู่ดี เวรกรรม ผมกลายเป็นภาระของพี่ชายเล็กพริกขี้หนูคนนี้เสียแล้ว
“ขอโทษที่ผมดูแลนักเรียนของตัวเองไม่ดีจนคุณต้องเดือดร้อนไปด้วยนะครับ”
ครูประจำชั้นของผมหันไปคุยกับครูห้องพยาบาล
“ไม่หรอกค่ะ มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”
เธอตอบอย่างสุภาพ
ผมยกมือไหว้กล่าวขอบคุณและลาเธอ หลังพวกเราเดินออกมา ถึงได้รู้ตัวว่าตอนนี้ผมอยู่ที่อาคารหลักซึ่งเป็นสถานที่ที่นักเรียนคลาส F ถูกสั่งห้ามไม่ให้ก้าวเท้าเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ความจริงควรรู้ตั้งแต่ตอนเห็นหน้าครูห้องพยาบาลแล้ว แต่ตอนนั้นผมงุนงงจากการเพิ่งฟื้น
“เดี๋ยวพี่ตรงไปส่งนายเลยดีกว่า ที่บ้านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องเยี่ยมพี่ซูซี่ไว้วันหลังแล้วกัน”
ครูประจำชั้นเปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็วหลังไม่ได้อยู่ต่อหน้าคนอื่น
“นี่พี่แบกผมมาที่นี่เหรอ?”
ผมถามเรื่องที่ตัวเองสงสัย
“ก็เกือบจะเป็นแบบนั้น ต้องขอบคุณที่เจ้าดาวเหนือยังไม่กลับบ้าน ไม่งั้นพรุ่งนี้พี่คงต้องลาป่วยเพราะปวดหลังเป็นแน่”
แล้วดาวเหนือคือชื่อเสียงเรียงนามของใครอีกล่ะนั่น
“กระเป๋านักเรียนของนายอยู่หลังรถละ ไม่ต้องเป็นห่วง”
พวกเราเดินมาจนถึงรถของครูแซม เขากดกุญแจปลดล็อกแล้วเราทั้งคู่จึงขึ้นรถ
อุตส่าห์คิดไว้อย่างดีว่าวันนี้จะบอกเขาเรื่องผมพอจะเข้ากับคนในห้องได้แล้ว ทว่าตอนนี้อาการปวดศีรษะตุบ ๆ ทำให้ผมอยากงีบหลับจนถึงบ้าน
“ถ้าพรุ่งนี้มาเรียนไม่ไหวก็อย่าฝืนนะ เดี๋ยวพี่เอาการบ้านไปให้ที่บ้าน”
ครูคนหล่อพูดด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใย
“สงสัยผมต้องเอาพวงมาลัยมาไหว้พี่แล้วล่ะ เหมือนว่าพี่จะต้องปวดหัวเพราะเรื่องของผมมากกว่าพวกเด็กเกเรในคลาสอีก”
ผมเอ่ยความในใจของตัวเองออกไป
“อย่าคิดแบบนั้นสิ”
ถึงเขาจะบอกแบบนั้น ผมก็ยังรู้สึกว่าหากผมไม่ได้ไปเดิมพันกับผู้อำนวยการไว้ เขาคงไม่ต้องมานั่งรับผิดชอบชีวิตผมแบบนี้
อ่า… ผมจะไม่พูดว่าหากผมไม่แพ้ เพราะความพ่ายแพ้ครั้งนั้นมันไม่ใช่ความผิดของผม ผมไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดเลยแม้แต่นิดเดียว
ผมหลับตา ตั้งใจจะปล่อยให้ตัวเองจมลงสู่ห้วงนิทรา แต่ความรู้สึกแปลก ๆ ก็ดึงผมกลับมา เมื่อผมลองคลำ ๆ ข้อมือของตัวเอง
“พี่แซม ตอนพี่เจอผมในห้องน้ำ ผมได้ใส่นาฬิกาข้อมือไหม?”
ผมถามผู้ที่กำลังขับรถอยู่
“ไม่ได้สังเกต ทำไมเหรอ?”
“นาฬิกาข้อมือของผมหาย”
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ