เช้าตรู่วันต่อมา ผมได้ครุ่นคิดว่าจะมีวิธีใดที่จะสามารถแว้บกลับเมืองได้บ้าง ถ้าบินกลับเองก็คงไม่พ้นโดนยิงสอยร่วง ไม่ก็โดนบินตามแน่ ๆ ผมจึงทิ้งความคิดที่จะแอบกลับคนเดียวแล้วใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย จนกว่าเคอฟิวนี้จะหมดลงดีกว่า พอคิดจบผมก็ลุกขึ้นจะเดินไปอาบน้ำโดยใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมเดินไปส่องตาแมวแล้วเห็นว่าเป็นอนิตากำลังยืนกอดอกอยู่อีกฝั่งของประตู
ผมแง้มประตูออกแล้วโผล่หัวไปคุยกับอนิตา
“มีอะไร?”ผมถาม
“เปลี่ยนใจละ”อนิตาตอบ
“เปลี่ยนใจอะไร”
“ก็ดอลลี่คาเฟ่ไง ไม่อยากรอให้เรื่องพวกนี้จบแล้วน่ะ ดูทรงว่าน่าจะได้อยู่ยาวแน่ ก็เลยคิดว่าเราจะไปกันวันนี้เลยละกันน่ะ”
ผมกะพริบตาสองสามที พยายามให้สมองที่เพิ่งตื่นตามบทสนทนาให้ทัน
“อ๋อ... เออ ก็ได้นะ”
เมื่อวานผมเหมือนจะพูดเอาไว้ว่าจะพาเธอไปหลังเรื่องวุ่น ๆ นี่จบลง
แต่ถ้าเจ้าตัวอยากไปวันนี้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องปฏิเสธ ถือว่าทำตามสัญญา แล้วก็ไถ่โทษที่รอบก่อนไม่ได้ไปด้วยก็แล้วกัน
“โอเค เข้ามานั่งรอสิ กำลังจะไปอาบน้ำพอดี” ผมเชิญอนิตาเข้าห้อง
ผมดึงประตูเปิดออกกว้างขึ้น แล้วถอยให้อนิตาเดินเข้ามา
เธอก้าวผ่านประตูไปได้สักสองสามก้าวได้ ก่อนจะหยุด แล้วหันกลับมามองผมที่นุ่งกางเกงตัวเดียว
สายตาของเธอค่อย ๆ เลื่อนจากหน้าผมลงมาด้านล่าง
อนิตาถอยไปหนึ่งก้าวทันที
“นายจะทำอะไรฉันน่ะ!?”
“ก็จะไปอาบน้ำไง”
ผมตอบพร้อมกับปิดประตู
“...”
อนิตายังคงมองหน้าผม จากสีหน้าตกใจเมื่อครู่ ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีหน้าครุ่นคิด
“...”
ผมยืนกอดอกรอ
“อ๋อ!”
ดูเหมือนจะนึกออกแล้ว
“นายพูดไปแล้วนี่หว่า โทษที ๆ”
“อืม ดีมากที่นึกออก”
ผมหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ
“รอแป๊บนึงนะ ไปนั่ง ไปนอนรอที่โซฟาก่อนก็ได้”
“เออ ๆ”
ผมปิดประตูห้องน้ำใช้เวลาจัดการธุระของตัวเองต่อไปโดยไม่ได้สนใจอะไร
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ผมเปิดประตูห้องน้ำออกมาในชุดใหม่ที่เตรียมเข้าไปด้วยเรียบร้อย
“ทาดา!!”
...
ห้องเงียบฉี่ ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ
ผมมองไปรอบห้อง
“อ้าว” ไม่มีใครตอบกลับเสียงผมเลย
ผมเดินออกมาจากหน้าห้องน้ำ เนื่องจากโซฟาตัวยาวอยู่ด้านหลังพอดี จากตรงนี้จึงมองไม่เห็นว่าใครนอนอยู่หรือเปล่า
อนิตานอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา หลับสนิทชนิดที่เสียงเปิดประตูห้องน้ำเมื่อครู่ยังทำอะไรไม่ได้
“...”
ผมยืนมองอยู่พักหนึ่ง
จะปลุกธรรมดาก็คงได้นะ แต่...
ผมหยิบรีโมตขึ้นมา เปิดโทรทัศน์ แล้วเสียงบรรเลงรักอันร้อนแรงจากโทรทัศน์ดังขึ้น
อนิตาลืมตาพรวด
เธอเด้งตัวขึ้นมานั่ง ก่อนจะหันซ้ายหันขวาอย่างคนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่โทรทัศน์
จากนั้นก็ หันกลับมาหาผม
“เอ็งคิดอะไรอยู่วะ!”
“โทษที ๆ แค่อยากลองปลุกคนอื่นด้วยวิธีนี้น่ะ”
ผมหัวเราะ
“อยากลองมานานละ ขอบคุณที่ให้ทดลองนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“...”
อนิตาจ้องผมเขม็ง
รู้สึกว่าความตึงเครียดในห้องจะลดลงนิดหน่อย
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ”
ผมรีบเดินไปเปิดประตูห้อง ก่อนจะผายมือเชิญอย่างสุภาพ
“เชิญครับ”
อนิตาลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินตรงมาทางประตู
ผมเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนเบาะ
“อ้อ ก่อนออกจากห้อง”
“อะไรอีก”
“กรุณาจัดการกับรอยน้ำลายบนโซฟาให้ด้วยนะครับ”
เธอชะงัก
หันกลับไปมองโซฟา
คราบเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ตรงบริเวณที่เธอใช้หนุนนอนเมื่อครู่
สีหน้าหัวเสียค่อย ๆ คลายลง
“เออ ๆ”
อนิตาเดินกลับไปหาโซฟา แล้วยื่นมือออกไปโดยไม่สัมผัสกับเบาะ
หยดน้ำเล็ก ๆ ค่อย ๆ ซึมย้อนออกมาจากเนื้อผ้า ไหลรวมกันขึ้นมาเป็นก้อนเล็ก ๆ ก่อนลอยขึ้นมาอยู่เหนือฝ่ามือของเธอ
ผมยืนมองแล้วคิดในใจ
สะดวกดีแฮะ เหมือนหยิบขยะไปทิ้งเลย
อนิตาพาน้ำก้อนนั้นเข้าไปในห้องน้ำ เทลงอ่างล้างหน้า ล้างมือ แล้วเดินกลับออกมา
“พอใจยัง”
“โอ้พระเจ้า ดีมาก เก่งมาก สุดยอด เจ๋งแจ๋ว ยอดเยี่ยม กระเทียมดอง”
“คำพูดมากมาย ความหมายเหมือนเดิม... ออกจากห้อง แล้วไปกันได้แล้ว”
“ครับเจ๊”
เธอเดินออกจากห้องไปก่อน
ผมคว้าสมุด และของที่จำเป็นอื่น ๆ ตามออกไปแล้วปิดประตู
แล้วผมกับอนิตาก็มุ่งหน้าไปยังดอลลี่คาเฟ่ด้วยกัน
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ