ผมเดินตามแรงดึงของผู้หญิงเข้าไปในซอยแคบ ๆ ข้างโรงงานโดยไม่ได้ขัดขืนอะไร
ผมหันกลับไปมองทางเดิมอีกครั้ง
อนิตาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
ก็ดี อย่างน้อยยัยนั่นก็ยอมกลับไปตามที่บอกจริง ๆ
เราเดินลึกเข้ามาอีกหน่อยจนเสียงจากถนนใหญ่เบาลง ผู้หญิงตรงหน้าจึงหยุดแล้วปล่อยแขนผม
ผมขยับไหล่เล็กน้อย รู้สึกเหมือนไม่ใช่แขนของตัวเองชั่วคราว
“คราวนี้เปลี่ยนจากชวนคุยเป็นลากมาคุยเลยเหรอคุณลินิน”
เธอหันกลับมาทันที
“ลินิน ?”
“ใช่ครับ คุณลิ- อ่าว คุณเป็นใคร ?”
ผมมองหน้าเธอแล้วพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ให้ตายสิฉันเข้าใจผิด
เธอขมวดคิ้ว
ส่วนผมเกาหัวแก้เขิน
“แหะ ๆ ไม่มีอะไรครับ ผมแค่จำคนผิดน่ะ”
เธอคลายคิ้วลงเล็กน้อย
“นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการคุยกับนาย”
น้ำเสียงเมื่อครู่หายไปแล้ว
“นายเกี่ยวข้องอะไรกับลินิน หรือคดีระเบิดหรือเปล่า”
“หืม ?”
“นายถูกลินินจ้างมาใช่ไหม”
ผมกะพริบตาสองครั้ง
นี่มันเรื่องอะไรกันอีกวะเนี่ย
“ไม่ครับ ผมเพิ่งเคยเจอเธอเมื่อวานนี้เอง”
“แน่ใจ ?”
“แหงสิ ผมก็ตามสืบเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน”
ผมถอนหายใจแล้วพิงกำแพงข้างตัว
“กะจะให้เป็นวันหยุดที่ผมมาสืบเล่น ๆ ซะหน่อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนทุกอย่างกำลังจะบานปลายเข้าแล้วล่ะนะ”
เธอไม่ได้ตอบทันที
สายตายังคงจับอยู่ที่ผมเหมือนพยายามดูว่ากำลังโกหกหรือเปล่า
“สืบเล่น ๆ?”
“ประมาณนั้น”
“นายเป็นตำรวจหรอ ?”
“เป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดาครับ”
“นักข่าว ?”
“ไม่ใช่ครับ แค่พนักงานธนาคารธรรมดา”
“แล้วมาทำอะไรถึงนี่”
“เร็ว ๆ นี้มีเหตุระเบิดแถวที่อยู่อาศัยของผม พอสืบไปสืบมาด้วยความอยากรู้ ข้อมูลมันก็พาตัวผมมาที่นี่น่ะครับ”
เธอเงียบ
ผมก็เงียบ
“แค่นั้น ?”
“ถูกต้องครับ”
ผู้หญิงตรงหน้าถอนหายใจยาว ก่อนยกมือขึ้นถอดหมวกออก
“ฉันชื่อไอรดา เป็นตำรวจ”
“โอ้ สวัสดีครับ ผมพารินท์ครับ”
ผมมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง
“ตำรวจจริงเหรอครับ”
“จริงจ้า”
“เป็นสายสืบหรอครับ แต่งตัวซะดูไม่ออกเลย”
“ฉันลาพักร้อนย่ะ”
“อ๋อ”
“แล้วสมุดประจำตัวก็ดันหายด้วย”
“อ๋อ...ห้ะ หายที่ไหนครับ”
“ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะตอนที่กระเป๋าเดินทางโดนกระแทกแถว ๆ สถานีรถไฟ แต่พอฉันกลับไปดูก็ไม่เห็นแล้ว แต่ช่างเถอะ”
แล้วไอรดาเล่าว่าก่อนลาพัก เธอกำลังตามคดีระเบิดที่เกิดขึ้นทั่วประเทศอยู่เหมือนกัน
ตำรวจพบความเชื่อมโยงหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอสนใจเป็นพิเศษคือบริษัทช้างชนกำแพง
เธอจึงเริ่มค้นข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวเจ้าของบริษัท
ต่างจากผมที่ค้นได้แค่ข่าวเก่า รูปในอินเทอร์เน็ต หรือข้อมูลที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ เธอมีช่องทางของตำรวจในการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์
และตรงนั้นเองที่เธอเจอชื่อหนึ่ง ลินิน
ผมขยับตัวออกจากกำแพง
“เท่าที่ผมหาข่าวเกี่ยวกับทายาทของบริษัทมา ไม่เคยเห็นชื่อเธอในข่าวไหนเลยนะ”
“นั่นแหละที่แปลก”
ไอรดาพยักหน้า
“ลินินเป็นหนึ่งในทายาทของครอบครัว แต่แทบไม่มีข้อมูลของเธอในสื่อ”
ผมนึกถึงผู้หญิงที่นั่งคุยกับผมในดอลลี่คาเฟ่เมื่อวาน
คนที่เดินเข้ามาขอนั่งด้วยเพราะเห็นสมุดของผม
ถ้าอย่างนั้น...
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นเธอ ในเมื่อเธอไม่เคยออกสื่อ”
“ทะเบียนราษฎร์”
“เออแฮะ”
ถามคนผิดแล้วกู
ไอรดาเล่าต่อว่า ระหว่างเดินทางมาที่เมืองเอราวัน เธอบังเอิญเห็นลินินบนรถไฟ
ใบหน้าตรงกับข้อมูลที่เธอเคยตรวจสอบ
จึงตามมาเรื่อย ๆ
และเมื่อวานเธอก็เห็นลินินเข้าไปคุยกับผมที่ดอลลี่คาเฟ่
“ก็เลยคิดว่าผมทำงานให้เธอ?”
“ใช่”
“อย่างนี้เอง”
“อีกอย่างนายก็ดูเป็นคนน่าสงสัยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว”
“เฮ้ย นี่มันหนักกว่าเดิมอีกเจ๊”
ไอรดาหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย
อย่างน้อยบรรยากาศก็ดีขึ้นกว่าเมื่อกี้
ผมเริ่มเล่าสิ่งที่ตัวเองตามมาให้เธอฟังบ้าง ตั้งแต่เหตุระเบิดครั้งแรก ภาพข่าวเก่า ถ่านช้างชนกำแพง ไปจนถึงเหตุผลที่เดินทางมาถึงเอราวัน
แน่นอนว่าผมไม่ได้เล่าทุกอย่าง
เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมง จะเทของในกระเป๋าให้หมดก็คงแปลกไปหน่อย
ระหว่างที่เรากำลังคุยกัน เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากทางปากซอย
ครืดดดด...
ผมหยุดพูด
ไอรดาหันขวับไปทางเดียวกัน
ตรงหัวมุมกำแพงมีเงาของใครบางคนอยู่
เพียงเสี้ยววินาที
เงานั้นค่อย ๆ เลื่อนหายออกไปจากขอบกำแพง
ผมหันกลับมามองไอรดา
เธอก็มองผมอยู่พอดี
ไม่ต้องพูดอะไร
เราสองคนออกวิ่งพร้อมกันทันที
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ