ผมกับไอรดาวิ่งมาถึงหัวมุมซอยแทบจะพร้อมกัน
ผมชะโงกหน้าออกไปทางซ้าย
ไม่มี
หันขวา
ก็ไม่มี
ถนนด้านหน้าว่างกว่าที่คิด มีเพียงตำรวจสองนายยืนอยู่ห่างจากปากซอยประมาณห้าเมตร
หนึ่งในนั้นหันมาหาพวกเรา
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
ไอรดาเดินออกไปหา
“ขอโทษนะคะ เมื่อกี้เห็นใครมาแอบมองเข้าไปในซอยนี้หรือเปล่า”
“มีสิ”
ตำรวจตอบทันที
“ยืนชะเง้อมองอยู่นานเลย ผมนึกว่ารู้จักพวกคุณเสียอีก”
เขาทำหน้าครุ่นคิด ก่อนชี้ออกไปอีกทาง
“แล้วเมื่อกี้เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ อยู่ ๆ ก็ไปทางโน้นแล้ว ใช่ไหมไอ้เกม”
ตำรวจอีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้า
“ใช่ ๆ วิ่งไปทางนั้นน่ะ”
ปลายนิ้วชี้ไปยังเขตชุมชนที่อยู่ถัดออกไป
“ขอบคุณมากค่ะ”
ไอรดาพยักหน้าให้
ผมเองก็ผงกหัวตาม ตำรวจทั้งสองคนผงกหัวกลับมา ก่อนจะหันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
ไอรดาเดินนำเข้าไปทางเขตชุมชน
ผมตามไปได้ไม่กี่ก้าวก็อดถามไม่ได้
“แล้วไม่ถามรูปลักษณ์สัณฐานของเขาสักหน่อยเหรอ”
“หืม ?”
“ก็คนที่แอบมองเราเมื่อกี้ไง อย่างน้อยถามว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ใส่เสื้ออะไร สูงประมาณไหน—”
“เราไม่ได้จะมาหาคนนะ”
ผมหยุด
“อ้าว”
ไอรดาเอามือลูบท้อง
“ฉันหิวข้าว”
“...”
“ฉันว่าอยากกินผัดกะเพราเผ็ด ๆ ขอกินก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องนั้นกันอีกที”
“...”
ผมมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง
นี่ตำรวจจริงใช่ไหมวะ... อ้อ แต่ก็พักร้อนอยู่นี่นา พอเข้าใจได้
แต่พอพูดถึงกะเพรา ผมก็นึกถึงร้านหนึ่งขึ้นมาได้ ผมเคยแวะกินหลังลงรถไฟใหม่ ๆ และยังจำความรู้สึกปากเจ่อแดงแจ๋ได้ดี
“มีร้านนึงอยากแนะนำ เผ็ดถูกใจแน่นอน”
“ไป ไป ไป”
พอได้ยินแบบนั้น ดวงตาของไอรดาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
สุดท้ายผมจึงพาเธอไปที่ร้านนั้น
และครั้งนี้ผมจะไม่พลาดอีกแล้ว
“ลุงครับ ข้าวผัดหมูพิเศษ ไข่ดาว”
“ได้เลย”
“ส่วนฉันกะเพราหมูค่ะ”
ไอรดายกนิ้วขึ้น
“เผ็ดมาก”
ผมหันไปมองเธอ
เอาที่สบายใจเลย
อาหารมาเสิร์ฟไม่นานนัก
ผมตักข้าวผัดเข้าปาก ส่วนไอรดาก็ตักกะเพราของตัวเอง
หนึ่งคำ
สองคำ
สามคำ
เธอยังคงกินต่อไปด้วยสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่มีน้ำตา
ไม่มีเหงื่อ
ที่สำคัญคือยังไม่แตะน้ำเลยสักอึก ได้ไงวะ
ผมจ้องอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตักข้าวของตัวเองเข้าปากอีกคำ
เห้ย เผ็ด
เดี๋ยวนะ
ผมกินอีกคำ
เห้ย เผ็ดจริงด้วย
“ลุง!”
“ว่าไง”
“ทำไมข้าวผัดมันเผ็ดจังล่ะลุง”
ลุงพ่อครัวชะโงกหน้าออกมาจากหลังเตา
“มันเป็นข้าวผัดสูตรท้องถิ่นนี่ ใส่พริกไทยประมาณสามช้อนโต๊ะ”
“ห๊ะ!?”
ผมวางช้อน
“พริกไทยสามช้อน! คราวนี้ผมอุตส่าห์เลี่ยงเมนูเผ็ด จะได้ไม่ปากแดงแบบรอบที่แล้วนะลุง”
“มันก็ไม่ได้เผ็ดอะไรนะ”
ลุงยักไหล่
“ให้ความรู้สึกแบบซ่า ๆ ดี”
“...โอเคลุง ไม่เผ็ดก็ไม่เผ็ด”
ผมหันกลับมามองจานตัวเอง
กระเพาะคนที่นี่มันยังไงกันเนี่ย
“คึ...”
เสียงแปลก ๆ ดังมาจากฝั่งตรงข้าม
ผมเงยหน้า
ไอรดากำลังเม้มปากแน่น ไหล่สั่น
“ขำอะไร”
เท่านั้นแหละ
“ฮ่าฮ่าฮ่า—แค่ก! แค่ก!”
ไอรดาสำลักข้าวจนต้องรีบคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
ในที่สุดก็ดื่มน้ำจนได้ ถือว่าสำเร็จ เยส !
หลังจากกินเสร็จ เราเดินออกมายืนหน้าร้าน
“แล้วคุณมีที่พักหรือยัง”
“มีแล้ว”
ไอรดาตอบทันที
“แต่เพื่อความปลอดภัยของเราทั้งคู่ ขอไม่บอกดีกว่านะ”
ผมกะพริบตา
ต้องป้องกันขนาดนั้นเลยเหรอ
“โอเค รับทราบครับ”
เราเรียกแท็กซี่คนละคันแล้วแยกย้ายกันกลับ
รถของผมใช้เวลาไม่นานก็จอดหน้าโรงแรม
ผมจ่ายเงิน เปิดประตูลงจากรถ ยืนบิดเอวเล็กน้อยหลังจากนั่งมานาน
แล้วหันไปทางซ้าย
“...”
“...”
ไอรดายืนจังงังอยู่ตรงนั้น
ตาโต
เม้มปาก
ข้างหลังเธอมีแท็กซี่อีกคันกำลังเคลื่อนออกไปพอดี
ผมมองหน้าเธอ
เธอมองหน้าผม
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
เราสองคนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ไหนเมื่อกี้ใครบอกเพื่อความปลอดภัยของเราทั้งคู่ ขอไม่บอกที่พักวะ
สุดท้ายเราจึงเดินเข้าโรงแรมพร้อมกัน
ตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับ ผมเห็นอนิตากำลังยืนคุยกับพนักงานอยู่
ผมกำลังจะเดินเข้าไปหา แต่ไอรดากลับคว้าแขนเอาไว้
“เดี๋ยว ดูนั่นก่อน”
เธอชี้ไปยังป้ายประกาศบริเวณทางเข้า
ผมเดินเข้าไปอ่าน
ประกาศสำหรับผู้เข้าพัก
เนื่องจากสถานการณ์ผิดปกติภายใน เมืองเอราวัน
ซึ่งส่งผลให้ผู้เข้าพักไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้ตามปกติ
ทางโรงแรมตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น
และขอแจ้งมาตรการช่วยเหลือผู้เข้าพัก ดังต่อไปนี้
ทางโรงแรมจะยกเว้นค่าห้องพักเพิ่มเติม
จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ บริการทำความสะอาดห้องพัก การเปลี่ยนผ้าปูที่นอน
รวมถึงค่าอาหารและบริการอื่น ๆ จะมีค่าใช้จ่ายตามอัตราปกติ
ทางโรงแรมมีบริการอาหารครบทั้ง 3 มื้อ
สำหรับผู้เข้าพักที่ประสงค์จะใช้บริการ
สามารถติดต่อพนักงานต้อนรับได้โดยตรง
หรือโทร 100 จากโทรศัพท์ภายในห้องพัก
เพื่อแจ้งความประสงค์และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ทางโรงแรมขออภัยในความไม่สะดวก
และขอขอบพระคุณผู้เข้าพักทุกท่านสำหรับความเข้าใจและความร่วมมือ
ผมยกแขนซ้ายขึ้นรองข้อศอกขวา แล้วใช้มือขวาจับคาง
“เจ๋งแฮะ มาตรการนี้คิดเร็วทำเร็ว แถมสมเหตุสมผลด้วย”
“เป็นไงบ้าง”
เสียงอนิตาดังขึ้นด้านหน้า
ผมหันกลับไปหา
“แถวนี้คนเริ่มเยอะละ ขึ้นไปที่ห้องฉันก่อนมั้ย เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”
“ได้”
“ไปด้วย ๆ”
ไอรดายกมือขึ้นทันที
ผมมองสองคนสลับกัน ก่อนเดินนำไปทางลิฟต์
เอาล่ะ
ดูเหมือนห้องผมจะกลายเป็นห้องประชุมไปแล้วแฮะ
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ