ตกเย็นผมปิดคอม เก็บของ แล้วเดินออกจากบริษัทพร้อมสุกรกับอนิตา
“พรุ่งนี้กินอะไร” สุกรถามระหว่างรอลิฟต์
“ถามตั้งแต่วันนี้เลย?”
“จะได้เตรียมใจ”
“ข้าว”
“รู้ว่าข้าว”
“เก่งมาก ถ้ารู้แล้วถามทำไม” สุกรทำหน้าไม่สบอารมณ์ ส่วนอนิตาหัวเราะเบา ๆ
พอลงมาถึงชั้นล่าง เราก็แยกกันตรงหน้าบริษัท
ผมเดินกลับทางเดิมตามปกติ
อากาศช่วงเย็นไม่ร้อนเท่ากลางวัน ด้วยบริเวณนั้นเป็นการออกแบบผังเมืองให้เป็นช่องลมขนาดใหญ่ ทำให้มีลมพัดเย็นสบาย ผมเลยไม่ได้ใช้พลังลมช่วยคลายร้อนอะไร
ก่อนถึงหอ ผมแวะร้านขายของชำข้างทาง
ผมเดินตรงไปยังชั้นขนม หยิบเยลลี่รสองุ่นขึ้นมาหนึ่งถุง แล้วลังเลอยู่สองวินาทีก่อนหยิบรสโคล่าตามมาอีกถุง
ไหน ๆ ก็แวะแล้ว
“ป้าครับ อันนี้สองถุง”
ผมกำลังจะเดินไปที่เคาน์เตอร์ แต่สายตาเหลือบไปเห็นของดำ ๆ ที่กองอยู่ข้างกำแพงร้าน
มันคือถุงถ่านหลายถุงวางซ้อนกันหลายยี่ห้อ แต่มียี่ห้อหนึ่งที่มีจำนวนถุงมากกว่ายี่ห้ออื่น
“ป้า”
“อะไร?”
“ถ่านนี่ขายดีไหม?” ผมถามด้วยความสงสัย
ป้าเจ้าของร้านหันไปมองตาม
“ก็เรื่อย ๆ ทำไม จะซื้อเหรอ?”
“เปล่า ผมอยู่หอ เขาห้ามเผา”
“เอ้า แล้วจะถามทำไม”
ผมย่อตัวลงเล็กน้อย มองถุงที่วางอยู่ด้านหน้า
มันเป็นยี่ห้อที่ผมเคยเห็นอยู่บ่อย ๆ ตามร้านขายของชำหรือซูเปอร์มาร์เก็ต
“ยี่ห้อนี้เห็นขายหลายที่จัง”
“ก็ยี่ห้อใหญ่ ยี่ห้อดัง มีใครไม่รู้จักยี่ห้อช้างชนกำแพงบ้างล่ะ”
ป้าตอบเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“มีขายทั่วประเทศนั่นแหละ ร้านไหน ๆ ก็รับมาขาย”
ผมหยุดนิ่ง
ทั่วประเทศ
คำธรรมดาสามพยางค์ทำให้ภาพข่าวที่เปิดดูตอนกลางวันย้อนกลับเข้ามาในหัว
ถุงถ่านหลังร้านหม้อไฟ
กองกระสอบข้างกำแพง
ถุงสีเข้มที่โผล่อยู่หลังลัง
แต่ละร้านมีถ่านไม่เหมือนกัน
บางร้านมีสองยี่ห้อ
บางร้านมีสาม
บางภาพอ่านชื่อได้ บางภาพอ่านไม่ได้เลย
ผมหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดภาพข่าวที่เซฟไว้
ภาพแรก
ขยาย
เบลอ
ภาพที่สอง
ตรงมุมร้านมีถ่านอยู่หลายถุง แต่เป็นยี่ห้อท้องถิ่นที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
ผมเปิดภาพที่สาม
อีกจังหวัดหนึ่ง
อีกยี่ห้อหนึ่ง
ภาพที่สี่
ผมหยุดนิ้ว
ตรงหลังร้านมีถุงสีเดียวกับที่อยู่ตรงหน้าผมปะปนอยู่กับถ่านยี่ห้ออื่น
ผมย้อนกลับไปภาพแรกอีกครั้ง
ซูมตรงมุม
เห็นไม่ชัด
แต่ลายบนถุงคล้ายกัน
ผมเปิดข่าวอีกจังหวัด
มีอีก
ไม่ได้มีทุกร้าน
ไม่ได้กองเด่นอยู่หน้ากล้อง
บางแห่งมีแค่ถุงเดียวเสียด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ได้ตั้งใจมองก็คงไม่มีใครสนใจ
เพราะร้านอาหารที่ใช้ถ่านจะมีถุงถ่านอยู่หลังร้าน มันก็เป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก
แต่...
ผมหันไปมองถุงตรงหน้าอีกครั้ง
ถ่านส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่แต่ละพื้นที่มีผู้ผลิตของตัวเองอยู่แล้ว
ร้านต่างจังหวัดบางร้านใช้ยี่ห้อที่ผมไม่เคยเห็นในเมืองนี้ด้วยซ้ำ
ถ้าร้านหนึ่งอยู่เหนือ อีกร้านอยู่ใต้ อีกร้านอยู่ตะวันออก แล้วอีกแห่งอยู่คนละฟากประเทศ ถ่านที่ใช้จะคนละยี่ห้อกันก็ไม่แปลก
กลับกัน ถ้ามียี่ห้อไหนสามารถโผล่อยู่ในร้านเหล่านั้นได้พร้อมกัน...
มันก็ควรเป็นยี่ห้อที่มีเครือข่ายกระจายสินค้าใหญ่พอ
ผมมองตัวหนังสือบนถุง
“ช้างชนกำแพง...”
“ใช่แล้ว แล้วจะทวนคำป้าทำไมเนี่ย” ป้าถาม
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วลองค้นชื่อยี่ห้อ
ผลลัพธ์ขึ้นมาหลายหน้า มีตัวแทนจำหน่ายหลายจังหวัด ร้านค้าหลายภูมิภาค
สินค้าไปไกลกว่าที่ผมคิด
ผมยังไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันจริงหรือเปล่า
แค่เพราะถ่านยี่ห้อหนึ่งมีขายทั่วประเทศ ไม่ได้แปลว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดร้อยกว่าครั้ง
ถ้าเป็นยี่ห้อใหญ่ การที่มันโผล่อยู่หลายร้านก็อาจเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ก็ได้
แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ?
“ป้า”
“อะไรอีก?”
“เยลลี่เอาสองถุง”
ป้ามองของในมือผม
“เอ็งก็ถืออยู่สองถุงแล้วนี่”
ผมก้มมอง
“อ้าว”
“ยืนจ้องถ่านจนลืมเยลลี่หรือไง”
“ไม่ใช่ อันนี้ของผมเอามาจากที่ทำงาน” ผมตลกกลบเกลื่อน
"มั่วแล้วไอ้หนุ่ม มาดูกล้องวงจรปิดไหมล่ะ คาหนังคาเขาแน่" ป้าทำท่าหันหลังจะเปิดภาพกล้องให้ดูสด ๆ
"อะจึ๊ย กลัวแล้วคร้าบ" ผมรีบจ่ายเงิน รับเงินทอน แล้วเดินออกจากร้าน
ระหว่างทางกลับหอ ผมเปิดดูปฏิทินในโทรศัพท์
อีกไม่กี่วันก็เป็นวันหยุดเทศกาล
หยุดยาวถึง 5 วันเสียด้วย
ผมลองค้นชื่อบริษัทผู้ผลิตถ่านช้างชนกำแพงต่อ ก่อนกดดูที่ตั้งโรงงานบนแผนที่
ไกลอยู่แฮะ
แต่ก็ไม่ได้ไกลจนไปไม่ได้
แถวนั้นเหมือนจะมีที่เที่ยวอยู่หลายแห่งด้วย
ผมหยิบเยลลี่เข้าปาก พลางเลื่อนดูเส้นทาง
ผมไม่ได้กำลังจะไปสืบอะไรหรอก
ก็แค่วันหยุดยาวทั้งที อยู่ห้องเฉย ๆ ก็คงน่าเบื่อแย่
แล้วโรงงานนั่นก็ดันอยู่แถวที่เที่ยวพอดี
แหม่ ช่างบังเอิญจริง ๆ เลยนะ
ผมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
“ไปเที่ยวสักหน่อยก็ดีเหมือนกันแฮะ”
ผมเดินกลับหอด้วยความรู้สึกเบิกบานใจอย่างบอกไม่ถูก
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ