
หลังจากวันที่ไซโครสร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ และทำให้ตำแหน่งดาวฟอร์ก็อตเทนไม่มีตำแหน่งที่แน่นอนบนเอกภพ สภาวะอันเลวร้ายหลังจากความแตกแยกภายในของสภาครีเอเตอร์ ทำทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่ความมืด....
ไซโคร สภาครีเอเตอร์ฝ่ายควบคุมสสารได้กระทำการผิดกฎสภาเนื่องด้วยการก้าวก่ายครีเอเตอร์อื่นในควบคุม
ทรัพยากรในเอกภพ ระหว่างสสารทั่วไป กับสิ่งมีชีวิต หลังจากเกิดการก้าวก่ายในหน้าที่ไปแล้ว ทางฝ่ายครีเอเตอร์ชีวภาพ เฟเทเนียล ก็ได้ยื้นฟ้องผ่านผู้คุมกฎหมายเอกภพ อัลเธอเรียร์เกี่ยวกับการสร้างสิ่งมีชีวิตผิดประเภทในกฎหมายการสร้าง
อัลเธอเรียร์เห็นว่ามันผิดกฎจริง แต่ยังไม่ได้ตัดสินจึงยื่นเรื่องให้แอโรครอสทราบ เมื่อแอโรครอสทราบจึงนำเข้าที่ประชุมบนดาวไอออนิค สภาครีเอเตอร์ ซึ่งไซโครก็เข้าร่วมการประชุม และมีปากเสียงกันระหว่างไซโครกับเฟเทเนียล แอโรครอสจึงตัดสินปลดผู้ควบคุมสสารลง และทำการปิดกาแล็กซีเดเลวาลย์ งดสร้างสสารใดๆ เพิ่มอีก ซึ่งกาแล็กซีนั้น มีข้อพิพาทเกี่ยวข้องกับ Nyx ที่ไซโครสร้างขึ้นแล้วควบคุมไม่ได้ แล้วกัดกินทำลายเดเลวาลย์จนพินาศ ซึ่งสุดท้ายไซโครก็ยอมรับแพ้คดีแม้จะแค้นเคืองแอโรครอสที่ตัดสินให้ทำลายผลงานนั้นทิ้งก็ตาม เขาจึงกลับไปจัดการกับปัญหาสิ่งที่เขาพยายามสร้างอมตะวัตถุขึ้นมา ซึ่งมันอาจส่งผลแบบเดียวกับ Law Destroyer ดังไนโครไตร์
แต่กระนั้น เฟเทเนียลกลับคิดไม่ซื่อหลังจากรู้ความสามารถของไซโครที่อยู่สูงกว่าการเป็นแค่ผู้ควบคุมสสารและเขาต้องการทรัพยากรพิเศษ ที่ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตผิดประเภทนั้น จึงยกกองทัพไปบุกหวังกำจัดไซโครโดยตรงและชิงวัตถุดิบในการสร้างนั้นมาสร้าง Law Destroyer จำลองเพราะหวังต้องการพลังเหนือค่าตรรกะในเอกภพนี้มาควบคุมสภาครีเอเตอร์
ไซโครรู้ว่าตนกำลังถูกไล่ล่าจึงใช้อนุภาคมูลฐานชุดสุดท้าย สร้างธาตุประเภทเดียวกับสสารแปลกขึ้นมา มันมีอุณหภูมิติดลบ 200 องศา สสารอันเยือกเย็นนั้นเรียกว่า ฟรอสทิเบิล (Frostible) เป็นสารประเภทมีชีวิต ดูดกลืนพลังงานมหาศาลเนื่องจากค่อนข้างเย็นจัด มันกัดกินจักรวาลอย่างช้าๆ ด้วยความเป็นพิษโดยเลือกกลืนและเปลี่ยนสารที่มีองค์ประกอบของคาร์บอนเป็นตัวมันเอง และจับพันธะกับไฮโดรเจนเพื่อให้สเถียรที่สุด หลังจากวันนั้น กองทัพเฟเทเนียลก็พบกับอาวุธเคมีจำนวนมากที่เปลี่ยนสภาวะสิ่งแวดล้อมได้อย่างรุนแรง ดวงดาวหลายดวงถูกทำลายให้กลายพันธุ์ และไซโครก็ควบคุมมันด้วยบางสิ่งที่เขาสร้างบนดาวของเขา ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร และที่สำคัญ ไม่มีใครค้นพบดาวของเขาตั้งแต่ 10,000 ปีก่อนคริสตกาลเป็นต้นมาหลังจากเฟเทเนียลพ่ายแพ้สงครามไป
ราวต้นศัตรวรรษที่ 3 ชาวแอสแลนติสได้พบกับแอโรครอสซึ่งมาเยือนโลกมนุษย์หวังว่าจะพบกับวอร์แลร์เลียร์และเอเวียนดา แต่เมื่อมาถึงก็ใช่ว่าจะพบ เขาเหมือนจำเป็นต้องพัฒนามนุษย์ให้เริ่มมีความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับศาสตร์ทางอวกาศ เอกภพ และพลังเหนือธรรมชาติเพื่อหวังให้มนุษย์ เตรียมรับมือกับบางสิ่งที่เกี่ยวกับสองคนนั้น และที่สำคัญ แอโรครอสได้ฝากสิ่งล้ำค่าสิ่งหนึ่งไว้ ก่อนที่พวกเขาจะบินกลับขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อกลับไปรับมือสงครามจากไซโคร โดยยังไม่พบสองคนนั้นเลย
สิ่งที่เขามอบให้คือคริสทัลสีแดง Lifeblasz เป็นอโลหะที่เกิดจากเลือดของเดมอร์ มีชีวิตอยู่ในชื่อของครีนเซส ผู้ควบคุมสสารเลือดและโลหะธาตุเหล็กเฟอรัส และเป็นต้นกำเนิดอาวุธพิฆาตจักรวาลขนาดใหญ่หลายอย่างเช่น กระสุนโลหิตเทพอมตะนิรัติกาล ยานเทพมรณะ เทพสงครามซีเมฆาล และอาวุธควบคุมความตายไตรคัสซาล
หลายสิบปีต่อมาหลังจากแอโรครอสถอนตัวกลับจากโลก ราชาแห่งแอสแลนติสก็ถูกลอบปลงพระชนม์ และถูกขโมยคริสทัลไป ทำให้แอสแลนติสที่มีครีนเซสควบคุมระบบลอยน้ำของนครต้องดำดิ่งสู่ก้นสมุทร หายนะกวาดล้างพวกเขาจนหมดสิ้น ก่อนที่จะเกิดสนามแม่เหล็กแรงสูงเบอร์มิวด้าจะผุดขึ้นมาฉุดดึงโลหะลงสู่ก้นสมุทรเป็นสุสานเครื่องจักร ทำให้หลายสิ่งหลายอย่าง ถูกลบหายไปในทะเลทั้งๆ ที่แรกๆ ท้องฟ้ายังแจ่มใสดี
เวลาต่อมาเมื่อผู้สืบสาสน์ของสครีนิกซ์และสภาครีเอเตอร์กลับมาเยือนแอสแลนติสอีกครั้ง เขาพบว่ามันจมทะเลเพราะคริสทัลถูกขโมยไปแล้วจึงได้ถอนตัวกลับไปรายงานแอโรครอส พร้อมทิ้งเครื่องหมายสัญญาณเป็นภาษาสครีนิกซ์ไว้ก้นทะเล พร้อมกับคำเตือนหายนะจากไซโคร โดยที่ไม่มีใครรู้ว่ามันมีผลอะไรกับโลกใบนี้
ไม่นานนัก สงครามโลกครั้งแรกก็เกิดขึ้น และที่น่าประหลาดใจคือ เรือจะอันตรธานหายไปครั้งละลำถึง 3 ลำในเบอร์มิวดา สร้างความสงสัยให้กับสิ่งผิดปกติบนโลกนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีพลังงานเวทย์ใดปรากฏกันแน่
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองรบ UGD จึงก่อตั้งขึ้นเพื่อออกแบบอาวุธโจมตีทางอากาศขนานหนักอย่าง Core Dark หลังจากพบว่านาซีมีอาวุธล้ำผิดปกติอย่างเรลกัน.....! และเรลกันที่ว่านั้นยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงมีอานุภาพขนาดนั้นจนถึงทุกวันนี้ หรือว่ายังมีสิ่งที่เหนือกว่าอยู่ในนั้นด้วย และนาซียังมีอาวุธทรงพลังมากกว่าหลายเท่า อย่างกระสุนควอนตัม มันมาจากไหนกัน...........
โครงการคอร์ดาร์ค ได้ถูกล้มเลิกหลังจากการทดสอบเครื่องยนต์ไม่เคยได้ผล และนาซีเริ่มมีอาวุธชีวภาพประหลาดขึ้นมาอย่างซอมบี้ที่โจมตีกองทัพพวกเขาด้วยมีดประหลาดสีเลือด กลายเป็นข้อสงสัยทันทีว่า ฮิตเลอร์ ติดต่อกับเอเลี่ยนเพื่อรับเทคโนโลยีแปลกๆ เหล่านี้มาใช้หรือไม่ ทางกองกำลังพิเศษ UGD จึงออกแบบแผนการรบให้กับฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีนาซี แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้ยับจากสิ่งที่ไม่รู้จัก และยังหาคำตอบไม่ได้จนโซเวียตได้พบกับอาวุธประหลาดของเด็กหญิงคนหนึ่งที่พิสูจน์ชนิดของธาตุไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น มันก็มอบเทคโนโลยีแปลกใหม่เกี่ยวกับสสารได้เป็นจำนวนมาก เพราะมันมีทุกคุณสมบัติที่โลกต้องการ
หลายต่อหลายครั้งในสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นพยายามเอาชนะอเมริกาหลายวิธี ญี่ปุ่นสร้างเรือรบที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมาต่อสู้กับอเมริกานั่นก็คือเรือประจัญบาน Yamato และจมเรือพวกเขาเกือบหมด จนในที่สุด อเมริกาก็พยายามตอบโต้ โดยให้ UGD คิดเรื่องการทำยานรบขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงแค่สร้างเรือบรรทุกเครื่องบิน และยกกองเรือบรรทุกเครื่องบินมาถล่มเรือ Yamato ก่อนจะดับไฟสงครามของพวกเขาด้วยอาวุธนิวเคลียร์ แต่แล้ว ชายคนหนึ่งในญี่ปุ่นได้เขียนบันทึกไว้ก่อนตายว่า "ซักวัน จะมีคนมาล้างบางแทนเราทั้งชาติ" นั้นเป็นคำพูดที่มีพลังอย่างแรงก่อนที่เขาจะโดนแรงระเบิดกลบเขาลงสู่ดิน และคนนั้นเป็นใครกันนะ
ต่อมา ในยุคสงครามเย็น ยานสำรวจ วอยเอเจอร์ของอเมริกาก็ถูกส่งออกสู่อวกาศเพื่อตามหาอายธรรมที่พวกเขาสงสัยไกลออกไปบนดาวฤกษ์ซีรีอุส แต่แผนที่พวกเขาคิดคือ ล่าอาณานิคมนอกสุริยะ และสุดท้ายยานวอยเอเจอร์ 1 ก็หายไปจากจอเรดาห์อย่างน่าประหลาดในปี ค.ศ. 2176 และปี 2184 โครงการ Core Dark ก็กลับมาอีกครั้ง และสามารถผลิตยานรบออกมาใช้ได้สำเร็จ แต่แล้วทุกคนก็ตื่นตระหนกทันทีที่รู้ว่า มียานประหลาดประทับสัญลักษณ์ภาษาต่างดาวร่อนผ่านระบบสุริยะแล้วหายไป...! โดยที่ยานที่ตรวจพบนั้น ได้โจมตีกองยานฝึกรบของพวกเขาจนเสียหาย นั้นเป็นลางบอกเหตุให้รู้ว่า หายนะจากแอตแลนติสที่บันทึกไว้กำลังจะมาสู่โลกใบนี้ ทำให้ทางนาซ่าเร่งวิจัยการเคลื่อนที่ความเร็วแสงและหาผู้ที่ทำได้มาเผยแพร่เทคโนโลยีนั้น
แต่หลังการได้เทคโนโลยีมา นักวิทยาศาสตร์ก็ถูกลอบสังหารและอันตรธานหายไป จนในที่สุด ยานรบความเร็วสูงลำแรกก็ปรากฏต่อหน้าคนทั้งโลก โดยที่นักวิทยาศาสตร์คนนั้น ไม่ได้มีชื่ออยู่ในโครงการ
ยานอวกาศวาร์ปได้ลำแรก USS Discovery ถูกแสดงต่อสาธารณชนอย่างมากมาย และทดลองวาร์ปกันให้เห็นชัดๆ บนผิวโลก ใช่มันแปลกมาก เป็นเทคโนโลยีวาร์ปแบบไหนกันนะ และหลังจากอัพเกรดคอร์ดาร์กเป็น MK-II ยานชุดนี้ก็มีระบบวาร์ปเช่นเดียวกับยานดิสโคฟเวอรรี่ พร้อมสร้างยาน Perlaordh ขนาดกว่า 35 กิโลเมตร ขึ้นเป็นยานรบจริงลำแรก
หลังจากการเตรียมพร้อมนานแรมปี กองยานรบในหน่วย Massis Netrion 1 นำโดยยานเพิลล์ลอร์ด เดินทางออกจากระบบสุริยะไปยังระบบซีรีอุส แต่เมื่อพวกเขาไปถึงเขาก็พบว่า ที่นั่นมีสงครามอวกาศที่ไม่น่าเป็นไปได้อยู่อย่างกระจัดกระจาย สัญญาณสื่อสารควอนตัมจากยานเพิลล์ลอร์ดก็ส่งกลับไปยังฐานบัญชาการฟอริดาว่า "เราเจอสิ่งที่ทั่วโลกเชื่อแล้ว........."
หลังจากดูลาดเลานานเกือบชั่วโมง ทุกกองยานก็วาร์ปกลับ และกองทัพอเมริกาภายใต้ชื่อ UGD ก็แบ่งงานและหน้าที่กัน เริ่มผลิตยานรบขึ้นอีกหลายคลาสขึ้นมารับมือกับสงครามที่อาจจะลุกลามไปทั่วทั้งจักรวาล และพวกเขาเริ่มมีการสร้างสถานีอวกาศทางการทหารอีกด้วย
เวลาไล่เลี่ยกัน สหพัธรัฐรัสเซีย ก็มีการปฏิรูปการปกครองขึ้น มีการปรับปรุงกองทัพหลายต่อหลายครั้ง จนมีการสร้างยานรบโจมตีแนวตรง Trident ที่สามารถบินตรงออกสู่อวกาศได้ด้วยตัวเอง พวกเขาผลิตยานรบ ต่อสู้อวกาศอีกหลายลำขึ้นมา เพื่อออกล่าอาณานิคม และในที่สุด รัสเซียก็กลายเป็น สหพันธรัฐ โซติเวสหลังจากการราชาภิเศกจักรพรรดิของประเทศ และมีการส่งสร้างสถานีอวกาศระดับสุริยะขึ้นในชื่อ แซนวอร์เซติก (Zlavonzaltic) ที่มีขนาดมากกว่า 700,000 กิโลเมตร จากเอเลี่ยนกลุ่มหนึ่งสำหรับสร้างกองยานมหาศาล หลังจากจักรพรรดิโซติเวส เจริญสัมพันธไมตรีกับเอเลี่ยนกลุ่มกาแล็กติกโดยร่วมมือกับดิสโคเวอร์ เพื่อนของเขาในการติดต่อกับเอเลี่ยนในครั้งนี้
หลังจากการเปลี่ยนแปลงบนโลกครั้งใหญ่ ทั้งสองกองทัพระหว่าง UGD America และ MOD Sotivaz เอกภพจึงแคบลงทันที พวกเขาแบ่งกันไล่ล่าอาณานิคมไปรอบทิศทั่วจักรวาล ไม่ว่าจะระบบซีรีอุส ระบบอายเกดอน ระบบแฮรินอน ระบบวาสดา ระบบแคร์ทอร์ด ระบบฮาซิเวส และกาแล็คซีแอนโดรเมดา กลายเป็นสงครามจักรวาลร้อยปี โดยที่พวกเขาพยายามตามหาผู้สร้างสสารที่ลือกันว่าจะทำลายจักรวาลนามว่าไซโคร
ในระหว่างสงคราม Sky Hawk หรือสงครามอวกาศร้อยปี บนดาวไพโอนิค ก็มีการสร้างอาวุธเพิ่มเพื่อทำหน้าที่ควบคุมระบบเอกภพขึ้น จากอาวุธธรรมดา กลายเป็นอาวุธทำลายล้างชั้นดีที่มอบให้กับเหล่านักรบอวกาศใช้ต่อต้านการรุกรานของไซโคร ซึ่งเป็นผู้สร้างสสารที่มีอำนาจเหนือกว่าการสร้างสสาร ซึ่งก็ยังไม่มีใครต่อกรได้ แม้จะพัฒนาอาวุธมาหลายรุ่นก็ตาม
แล้วใครจะรู้ล่ะว่าตลอดเวลาร้อยปีที่มนุษย์ถูกส่งไปรบ ทุกคนต่างมีความสามารถหลายๆ อย่าง ที่ทำให้พวกเขาทัดเทียมกับการต่อสู้กับครีเอเตอร์ได้ นั้นทำให้อาวุธพิฆาตจักรวาลมากกว่า 9 ชิ้น หลุดตกไปอยู่ในมือมนุษย์.... และสงครามร้อยปีก็สิ้นสุดลงด้วยสงครามตะวันดับหลังจากมนุษย์ร่วมมือกับเอเลี่ยนหลายกาแล็กซี มาผนึกเทพสสารที่ทำให้สงครามร้อยปีไม่ยอมจบสักทีได้จบลงก่อนกำหนดกว่า 30 ปี
ครั้งนั้นนับเป็นเป็นเรื่องราวบันทึกอันน่าจดจำของทั้งจักรวาลว่า องค์หญิงยูรินะ แห่งจักรวรรดิแอลเนกซ์ ญี่ปุ่น และทีมพิฆาตจักรวาลของเธอทั้งหมด 9 คนจากทั่วโลก ได้ผนึกเทพสสารสำเร็จ นับแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีการฝึกผู้พิฆาตจักรวาลอย่างกว้างขวาง โดยแบ่งเป็นบนโลกมนุษย์ 3 สถาบัน กาแล็กติก 1 สถาบัน แอนโดรเมดาและแม็กเจนแลนด์ อย่างละ 1 สถาบันนั่นเอง
ทุกๆ ปี จะมีการซ้อมรบข้ามสถาบันกัน และชิงรางวัลอาวุธพิฆาตจักรวาลรุ่นใหม่ๆ ที่สร้างจากดาวไพโอนิค โรงงานผลิตอาวุธพิฆาตจักรวาลอันดับ 1 ของเอกภพ ไว้ให้กับนักเรียนของพวกเขาต่อสู้กับหายนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอกภพ
Law Destroyer.....
การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น New Dimensional Re Creation!!!!
ความคิดเห็น
0 คอมเมนต์
เข้าสู่ระบบก่อนเพื่อคอมเมนต์ในตอนนี้
ไปหน้าเข้าสู่ระบบ